เสียงคำรามกึกก้องระดับหนึ่งร้อยเดซิเบลของใบพัดเฮลิคอปเตอร์แฝดรุ่นท็อปสุดหรูจากยุโรป กำลังตีวงลมกวาดฝุ่นผงและเศษใบไม้บนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจให้ปลิวว่อน แรงลมมหาศาลทำให้สูทราคาแพงของเหล่าผู้บริหารระดับสูงในเครือตระกูลอาคเนย์ถึงกับลู่แนบเนื้อ เส้นผมที่เซ็ตมาอย่างดีกระเซิงไม่เป็นทรง แต่ไม่มีใครกล้าขยับถอยหลังสักก้าวเดียว สายตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดผวาจ้องมองไปยังพาหนะลำคอ่งที่เพิ่งลงจอดสนิท
ประตูกระจกนิรภัยเปิดออกอย่างนิ่มนวล ร่างของคีย์ก้าวลงมาด้วยรองเท้าหนังแท้ทำมือจากอิตาลี สเต็ปการเดินของเขาไม่ได้รีบร้อน แต่ทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทำให้อากาศรอบตัวดูเบาบางลงอย่างประหลาด
รินในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนสง่างามและแววตาดุดัน ก้าวตามหลังมาติดๆ ในมือเธอถือแท็บเล็ตหุ้มทองคำขาวที่กำลังแสดงกราฟการเข้าซื้อหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของตึกแห่งนี้แบบเรียลไทม์
"คุณคีย์ครับ... ทีมกฎหมายของฝั่งนั้นพยายามติดต่อขอเจรจาต่อรองเรื่องเงื่อนไขการควบรวมกิจการอีกครั้งแล้วครับ" เสียงของรินกระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ ดับลง
คีย์ปรายตามองเอกสารในมือเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย แต่เต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ทรงพลังยิ่งกว่าปืนผาหน้าไม้
"การเจรจาเหรอครับริน... สำหรับคนที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อความสะใจ วันนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรองราคาค่าเช่าตึกที่ตัวเองเคยนั่งทำงานด้วยซ้ำไป"
ด้านล่างตึกระฟ้า ฝูงชนและพนักงานออฟฟิศนับร้อยชีวิตต่างยืนออรวมกันอยู่ที่ฟุตบาทริมถนน สายตาทุกคู่แหงนมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความอ้าปากค้าง ข่าวลือเรื่องหนุ่มพนักงานต๊อกต่ายที่ถูกไล่ออกอย่างไร้เยื่อใยเมื่อเดือนก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นมหาเศรษฐีลึกลับผู้ถือครองบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สามารถสั่งปิดตึกระฟ้าทั้งย่านได้ด้วยการรูดเพียงครั้งเดียว
อาคเนย์ อดีตผู้บริหารหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเป็นศัตรูตัวฉกาจของคีย์ กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ริมกระจกใสบนชั้นบนสุดของตึก ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นฟ้าด้วยความหยามเหยียด บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม สายตาของเขาจับจ้องร่างของคีย์ที่กำลังก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวพร้อมกับบอดี้การ์ดสากลในชุดสูทรัดกุม
"เป็นไปไม่ได้... มันเป็นแค่ไอ้จนตรอกที่ฉันเคยไล่ออกไปไม่ใช่เหรอวะ!" อาคเนย์คำรามออกมาด้วยความสติแตก มือสั่นเทาจนเกือบทำแก้วกาแฟในมือร่วงหล่น
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออก คีย์เดินเข้ามาในห้องทำงานเดิมที่เคยเป็นของอาคเนย์ กลิ่นอายของความเหนือกว่าแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินคนนี้เลยแม้แต่คนเดียว
คีย์เดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม วางมือลงบนขอบไม้ราคาแพง ก่อนจะหันไปมองอาคเนย์ที่ยืนตัวลีบอยู่มุมห้อง รอยยิ้มมุมปากของคีย์ปรากฏขึ้นช้าๆ แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าภูตผีปีศาจ
"จำได้ไหมครับอาคเนย์... วันที่คุณโยนแฟ้มเอกสารใส่หน้าผมแล้วบอกว่า 'คนอย่างแกต่อให้ทำงานจนตายก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่กาแฟแก้วนี้' วันนี้ผมเอาเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมารับส่ง เพื่อจะมาถามคุณคำถามเดียว..."
คีย์เว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบราวกับใบมีดไปสบตากับอีกฝ่ายตรงๆ
"...ระหว่างการคุกเข่าขอร้องให้ผมเมตตา กับการเดินออกไปจากตึกนี้มือเปล่าพร้อมหนี้สินท่วมหัว คุณคิดว่าอันไหนจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากกว่ากันครับ?"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกคนกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ ร่างของอาคเนย์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยความสิ้นหวัง
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตในมือของรินก็ส่งเสียงเตือนสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่ไม่มีใครคาดคิดปรากฏขึ้นตัวโตเด่นชัด
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการพยายามเจาะระบบบัญชีดำจากบุคคลปริศนา วงเงินในบัตรกำลังถูกดูดออก 50%... และเป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิดตัวคุณในรัศมี 100 เมตรนี้]*
รินหน้าถอดสีทันที เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคีย์ด้วยแววตาตื่นตระหนก "คุณคีย์ครับ... มีคนกำลังเล่นเกมนี้กับเรา มากกว่าที่เราคิดไว้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" มาจนถึงตอนนี้นะครับ
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 30
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรับส่งทุกวัน
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!