"ตัวเลขสองร้อยล้าน... สำหรับตระกูลอาคเนย์แล้ว มันก็แค่เศษเงินที่ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อสูทครับ แต่สำหรับแก... ไอ้ยาจกที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาจากโคลนตม แกคิดจริงๆ หรือว่าเงินจำนวนนี้จะซื้อศักดิ์ศรีที่สูญหายไปของแกคืนมาได้?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร อาคเนย์ ทายาทรุ่นเยาว์ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ยืนกอดอกมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยสายตาดั่งพญาอินทรีย์มองหนอนแมลง ชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีรับกับใบหน้าคมคายที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง ทุกย่างก้าวที่เขาขยับเข้าหา คีย์ แสดงถึงความเหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งฐานะ อำนาจ และชาติตระกูล
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก แขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติ นักธุรกิจแถวหน้า และสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตต่างพากันกลั้นหายใจ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่จุดเดียวกัน ริน ซึ่งยืนเคียงข้างคีย์มาตลอดเส้นทางอันแร้นแค้น ขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปแตะข้อศอกของเขาเบื้องล่างอย่างแผ่วเบา สื่อความหมายถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยและดวงตาที่ฉายแววเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง
คีย์ ไม่ได้ตอบโต้อะไรในทันที เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทอดตัวลงชั่วขณะ ก่อนจะวางแก้วลงบนถาดของบริกรด้วยเสียงกระทบที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
"เงินสองร้อยล้านที่คุณพูดถึง... อาคเนย์ มันคือหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อที่พวกคุณปล้นชิงมาจากคนตัวเล็กๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาใช่ไหมครับ?" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าสู่กรงขัง
"ปากดีนักนะ! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับฉันในงานการกุศลระดับประเทศแบบนี้!" อาคเนย์ตวาดเสียงกร้าว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายต่อหน้าธารกำนัล "ในเมื่อแกอยากโชว์พาวนัก งั้นก็แสดงให้ดูสิว่า 'ระบบ' ปาินיהอะไรนั่นของแก มันจะเสกเงินออกมาสู้กับยอดบริจาคสองพันล้านของตระกูลฉันได้ยังไง!"
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้องโถง ยอดบริจาคสองพันล้านบาท! ตัวเลขระดับนี้เพียงพอที่จะทำให้ชื่อของตระกูลอาคเนย์กลายเป็นตำนานแห่งความใจบุญ และผูกขาดสัมปทานโครงการภาครัฐไปอีกทศวรรษ ไม่มีใครหน้าไหนในประเทศนี้กล้าท้าทายตัวเลขดังกล่าวอีกแล้ว ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า คีย์ กำลังจะเดินไปสู่ความพินาศด้วยความอวดดีของตนเอง
รินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ ข้อความแจ้งเตือนจากระบบลับของเธอปรากฏขึ้นพร้อมกับสัญลักษณ์สีดำทมิฬ ดวงตากลมโตประกายแสงวับวอบอย่างลึกลับ เธอกระซิบกระซาบข้างหูคีย์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เฉียบคม
"คีย์... ระบบปลดล็อกขีดจำกัดขั้นสูงสุดแล้วค่ะ วงเงินในบัตรดำใบนี้... ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง"
คีย์หันไปสบตาริน เขากดมุมปากยิ้มให้คู่คิดผู้ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปกลางเวทีแสงสีเสียงอันโอ่อ่า เบื้องหน้าคือจอภาพ LED ขนาดยักษ์ที่แสดงยอดบริจาคสะสมแบบเรียลไทม์ ชื่อของอาคเนย์ยังคงอยู่อันดับหนึ่งด้วยตัวเลข 2,000,000,000 บาท
ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้สีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท บัตรเครดิตโลหะสีดำด้านที่ปรากฏลวดลายอักขระโบราณเรืองแสงสีทองจางๆ ถูกดึงออกมาอย่างใจเย็น วินาทีที่บัตรนั้นสัมผัสกับแสงไฟ บรรยากาศรอบข้างราวกับถูกดูดกลืนอุณหภูมิลงจนหนาวเยือก
"บริจาคครับ..." คีย์เอ่ยเสียงเรียบกับเจ้าหน้าที่รับบริจาคที่ยืนตัวสั่นด้วยความกดดัน
"ก...เท่าไหร่ครับคุณคีย์?" เจ้าหน้าที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
คีย์ยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองไปที่อาคเนย์ที่กำลังยืนกอดอกแค่น11ยิ้มเยาะเย้ยอยู่ไม่ไกล ก่อนจะเอ่ยตัวเลขที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งห้องโถงหยุดชะงัก
"สองหมื่นล้านบาทครับ... และขอซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลอาคเนย์ในกองทุนการกุศลนี้แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อปลดพนักงานทุกคนที่เคยถูกพวกมันกดขี่ ให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน"
*ติ๊ง!*
เสียงเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นกังวาน พร้อมกับหน้าจอ LED ขนาดยักษ์ที่กะพริบแสงสีทองสว่างจ้าจนแสบตา ตัวเลขบนหน้าจอพุ่งทะยานจากสองพันล้านกลายเป็น **20,000,000,000 บาท** ในพริบตาเดียว! ชื่อของ "คีย์" ปรากฏหราอยู่อันดับหนึ่งด้วยฟอนต์สีทองอร่ามที่สะกดทุกสายตาให้ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
อาคเนย์หน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะหยันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาด้วยความตกใจขีดสุด ข้อมูลในหัวพังทลายลงในพริบตาเดียว—เงินจำนวนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ แต่มันคืออำนาจทางการเงินที่สามารถซื้อกิจการครึ่งหนึ่งของประเทศได้ในคราวเดียว!
แต่ทว่า... ความวุ่นวายยังไม่จบเพียงแค่นั้น
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่กระหึ่มกึกก้องสะท้อนมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนกระจกใสบานยักษ์ของห้องจัดเลี้ยงสั่นสะเทือน แขกเหรื่อต่างพากันแตกตื่นวิ่งหลบชุลมุน แสงไฟสปอตไลท์สีแดงฉานสาดส่องลงมาจากเบื้องบน ทะลุผ่านกระจกเข้ามาจับจ้องร่างของคีย์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง
ประตูเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปสุดหรูเปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ ก้าวเดินลงมาตามบันไดเชือกอย่างสง่างาม ท่ามกลางการอารักขาของบอดี้การ์ดนับสิบคนที่ถือเอกสารลับเฉพาะ
บุคคลนั้นถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้อาคเนย์ถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด—นั่นคือประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งธนาคารกลางผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจของทวีป!
ท่านประธานก้าวเข้ามาหาคีย์ด้วยท่าทีนอบน้อมอย่างถึงที่สุด ก่อนจะโค้งคำนับลงเก้าสิบองศาต่อหน้าธารกำนัล และส่งมอบกุญแจสำופןตึกใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจที่เพิ่งถูกซื้อกิจการต่อจากตระกูลอาคเนย์เมื่อวินาทีที่แล้ว
"เรียนท่านประธานคีย์... ธุรกรรมทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ อาณาจักรธุรกิจของตระกูลอาคเนย์ ตกเป็นของท่านอย่างเป็นทางการแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" มาจนถึงตอนนี้นะครับ
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 32
เศรษฐีใจบุญหรือปีศาจเงินตรา
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!