ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 27

การปฏิเสธที่เย็นชาและเจ็บปวด

ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
เสียงแก้วไวน์ราคาแพงกระทบกันเบาหวิวท่ามกลางบรรยากาศหรูหราของภัตตาคารบนชั้นเจ็ดสิบห้าของตึกระฟ้า ทว่าเสียงนั้นกลับไม่สามารถกลบความเงียบงันที่น่าอึดอัดซึ่งโรยตัวอยู่ระหว่างโต๊ะอาหารริมกระจกบานยักษ์ได้เลย อาคเนย์ทายาทมหาเศรษฐีผู้สวมสูทสั่งตัดพิเศษกำลังแย้มยิ้มด้วยความเย้ยหยัน สายตาคมกราบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามราวกับกำลังมองเศษขยะข้างถนน ขณะที่หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงผู้เคยนั่งเคียงข้างคีย์ในวันที่เขายังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน กลับเบือนหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วน "ฉันว่าเราพูดกันชัดเจนแล้วนะคีย์..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมด้วยวัตถุนิยม "โลกความเป็นจริงมันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรักหรือความพยายามแบบที่นายฝันถึงหรอก อาคเนย์ให้ในสิ่งที่นายไม่มีวันให้ฉันได้... ความมั่นคง ฐานะ และอนาคตที่ฉันไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าพรุ่งนี้จะมีเงินจ่ายค่าเช่าห้องไหม" คีย์ไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ร่องรอยของความเสียใจอย่างที่คนพวกนั้นคาดหวัง ชายหนุ่มเพียงแค่ยกจิบน้ำเปล่าในแก้วอย่างใจเย็น ดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ทว่าลึกลงไปกลับมีความน่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่แม้แต่อาคเนย์ผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลยังรู้สึกขนลุกซู่โดยไร้สาเหตุ "ความมั่นคงอย่างนั้นหรือครับ..." คีย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าราบเรียบจนน่ากลัว เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลดังก้องในความเงียบราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "น่าเสียดายนะที่คุณเลือกมองโลกแค่ระดับสายตาของคนก้นแถว... คุณคิดว่าสิ่งที่อาคเนย์มีอยู่มันคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแล้วสินะครับ" อาคเนย์แค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เขาเหยียดกายพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นกอดอกด้วยท่าทีเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนี่คีย์ แกมีดีแค่คำพูดสินะ? รู้ไหมว่าแค่ค่าอาหารมื้อนี้ของพวกฉัน เท่ากับเงินเดือนทั้งปีของแกสี่ปีรวมกันด้วยซ้ำ เลิกทำตัวเป็นหมาจนตรอกที่เห่าใส่เครื่องบินได้แล้ว นายมันก็แค่ตัวถ่วงที่หลุดออกจากชีวิตพลอยใสไปได้ ถือว่าตระกูลฉันทำบุญทำทานก็แล้วกัน" พลอยใสเม้มปากแน่น เธอก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่สวมแหวนเพชรเม็ดโต แม้ในใจจะมีความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมา แต่ความหรูหราและตัวเลขในบัญชีของอาคเนย์ก็ช่วยกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นให้จางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอคิดว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต คีย์ระบายยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเจือปนเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของ "ผู้ล่า" ที่กำลังมองดูเหยดผู้โง่เขลาเดินเข้าสู่กับดักด้วยความสมัครใจ ริน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว ขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ มือเรียวบางยื่นซองเอกสารสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์พิเศษสะท้อนแสงไฟระยิบระยับวางลงตรงหน้าคีย์ "คุณพูดถูกครับอาคเนย์..." คีย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนซองเอกสารนั้นไปตรงหน้าชายหนุ่ม "โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเงิน... และบังเอิญว่าเมื่อวานนี้ ผมเพิ่งค้นพบว่า 'ความหมายของคำว่าเงิน' ในพจนานุกรมของผม กับของคุณมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว" อาคเนย์ขมวดคิ้วด้วยความฉงน เขารับซองเอกสารนั้นมาด้วยความไม่ไว้วางใจ ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นเดียวที่อยู่ข้างในออกมาอ่าน สายตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองในทีแรกค่อยๆ แข็งค้าง รูม่านตาขยายกว้างขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องอาหารนี้เย็นเฉียบ "นี่... นี่มันอะไรกัน! โฉนดที่ดินตึกนี้ทั้งหมด... รวมทั้งหุ้นร้อยละเจ็ดสิบของกลุ่มบริษัทอาคเนย์โฮลดิ้งส์..." อาคเนย์ผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มคว่ำเสียงดังสนั่น สายตาตื่นตระหนกจ้องมองหน้าคีย์สลับกับแผ่นกระดาษในมือ "เป็นไปไม่ได้! นายเอาเงินที่ไหนมาซื้อกิจการของครอบครัวฉัน! นายมันก็แค่พนักงานกระจอกๆ คนหนึ่งเท่านั้น!" พลอยใสสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าแขนอาคเนย์ไว้ ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด "คุณอาคเนย์คะ... เกิดอะไรขึ้นคะ? ล้อเล่นใช่ไหม..." คีย์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดปกเสื้อสูทราคาแพงที่เพิ่งสั่งตัดเมื่อเช้าด้วยความเรียบร้อย เขากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยแววตาที่เย็นชาและห่างชั้นราวกับมนุษย์กำลังมองดูมดปลวก "คุณบอกว่าผมคือตัวถ่วงที่น่ารังเกียจ..." คีย์ก้าวเข้าไปใกล้อาคเนย์ทีละก้าว แรงกดดันอันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากระบบบัตรดำทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก "แต่ตอนนี้... บริษัทที่พ่อแม่ของคุณสร้างมาทั้งชีวิตกำลังจะถูกผมสั่งฟอกทิ้งภายในสามนาทีนี้ฐานะ 'สินทรัพย์ด้อยค่า' คุณคิดว่าใครกันแน่ครับที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความล่มสลาย" เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของอาคเนย์ดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสายราวกับเสียงกรีดร้องแห่งความตาย หน้าจอแสดงข้อความจากบอร์ดบริหารและธนาคารหลักที่ประกาศถอนสภาพคล่องและยื่นฟ้องล้มละลายพร้อมกัน ร่างของทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พลอยใสกรีดร้องออกมาเบาๆ เธอถอยหลังกรูดจนสะดุดชายกระโปรงล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังทิ้งเพชรแท้เพื่อไปคว้ากรวดทรายที่กำลังจะสลายหายไปกับสายลม คีย์มองดูภาพนั้นด้วยความรู้สึกเฉยชา เขายื่นบัตรสีดำสนิทที่ปรากฏลวดลายอักขระเวทมนตร์เรืองแสงจางๆ ขึ้นมาในมือ หมุนเล่นมันเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำหนักคำพูดบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ขอบคุณสำหรับมื้ออาหารนะครับ... แต่เกรงว่าจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ภัตตาคารแห่งนี้ รวมถึงแผ่นดินใต้เท้าของคุณ จะไม่ใช่สถานที่ที่คนอย่างพวกคุณจะมีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจอีกต่อไป" *ติ๊ง!* เสียงรูดบัตรเครดิตสีดำผ่านเครื่องชำระเงินดิจิทัลไร้สายที่รินหยิบขึ้นมาถือไว้ดังขึ้นกังวาน พร้อมกับแสงสีทองอร่ามที่สาดส่องทะลุกระจกตึกระฟ้า เผยให้เห็นฝูงเฮลิคอปเตอร์นับสิบลำที่บินมาล้อมรอบอาคาร พร้อมกับเสียงประกาศก้องผ่านระบบโครงข่ายทั่วเมืองว่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลอาคเนย์ได้ถูกโอนย้ายสิทธิ์การถือครองไปยัง "กองทุนนิรนามของคีย์" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%