"คุณคิดว่าตึกแปดสิบชั้นนี่... ราคาเท่าไหร่เหรอครับ คุณอาคเนย์?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องประชุมใหญ่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ร่างของอาคเนย์ ทายาทตระกูลธุรกิจยักษ์ใหญ่ผู้เคยหยิ่งผยองและเค่นหัวเราะใส่หน้าคีย์ในยามยาก บัดนี้ใบหน้าอันหล่อเหลากลับซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อมองไปยังร่างในชุดสูทเนี้ยบของคีย์ และเอกสารสิทธิ์การครอบครองในมือของบุรุษลึกลับที่เพิ่งก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์
ริน หญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างคีย์มาโดยตลอด แววตาของเธอยามนี้ฉายประกายความซับซ้อน รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้แสดงถึงความสะใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยอมจำนนต่อความลึกล้ำของผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยไม่มีแม้แต่เงินซื้อข้าวกล่องประทังชีวิต
"เป็น... เป็นไปไม่ได้!" อาคเนย์คำรามออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเคียดแค้นและไม่อยากจะเชื่อ "เอกสารนั่นมันปลอม! ตึกนี้เป็นของกลุ่มทุนอาคเนย์กรุ๊ป! แก... แกเป็นแค่ไอ้จนตรอกที่ใช้ระบบบ้าๆ อะไรสักอย่าง จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อตึกมูลค่าหมื่นล้านในพริบตาเดียว!"
คีย์ไม่ได้โกรธเคือง เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อาคเนย์ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของอาณาจักรที่อาคเนย์ภาคภูมิใจ
"เงินน่ะเหรอครับ..." คีย์หยุดยืนห่างจากอาคเนย์เพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้นลุ่มลึกและว่างเปล่าจนน่ากลัว "สำหรับคุณ มันคืออำนาจที่ใช้กดหัวคนอื่น แต่สำหรับผม... มันเป็นแค่ตัวเลขในระบบที่รอเวลาให้ผมกดรีเซ็ตโครงสร้างทั้งหมดของพวกคุณต่างหากล่ะครับ"
ก๊อก!
เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษนับสิบชีวิต พวกเขาคือเหล่าผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการมือทองของ "อาคเนย์กรุ๊ป" ที่เพิ่งถูกเรียกตัวด่วน ทว่าสีหน้าของแต่ละคนในตอนนี้ช่างดูไร้เรี่ยวแรงและเต็มไปด้วยความหวาดผวา
คีย์หันไปมองบุคคลเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยยาพิษ
"ยินดีต้อนรับสู่ที่ทำงานใหม่ครับ ทุกท่าน" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนฟังราวกับสุภาพบุรุษที่กำลังต้อนรับแขกในงานเลี้ยงน้ำชา "ผมเชื่อว่าสวัสดิการและตัวเลขเงินเดือนที่ผมเตรียมไว้ให้ จะทำให้พวกคุณลืมเจ้านายเก่าคนนี้ไปได้อย่างสนิทใจเลยทีเดียว"
อาคเนย์หันขวับไปมองเหล่าลูกน้องมือขวาที่ตนเองเลี้ยงดูมาด้วยเม็ดเงินมหาศาลตลอดหลายปีที่ผ่านมา หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อเห็นสายตาของคนเหล่านั้นหลบเลี่ยง ไมกล้าแม้แต่จะสบตา
"พวกแก... พวกแกกล้าทรยศฉันงั้นเหรอ!" อาคเนย์แผדเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อหัวหน้าฝ่ายการเงินของตัวเอง แต่กลับถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของคีย์บล็อกเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย
"คำว่าทรยศใช้กับความสัมพันธ์ทางใจครับคุณอาคเนย์" หัวหน้าฝ่ายการเงินของอาคเนย์กรุ๊ปเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอย่างเยือกเย็น เขาปรับเนคไทของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านหน้าอาคเนย์ตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แล้ววางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าคีย์ "แต่สำหรับพวกเราที่นี่... มันคือเรื่องของตัวเลขและผลประโยชน์สูงสุดครับ ท่านประธานคีย์"
คำว่า "ท่านประธานคีย์" หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยเหยียดหยามพระเอกในอดีต มันคือภาพสะท้อนของการล่มสลายเชิงโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบที่สุด อำนาจเงินตราไม่ได้แค่ซื้อตึกหรือซื้อตัวคน แต่มันกำลังซื้อ "ความจงรักภักดี" ที่เคยเป็นเกราะ
คีย์พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง ทว่ามันคือความนิ่งสงบของผู้ที่กุมชะตากรรมของคนทั้งห้องเอาไว้ในกำมือ
"ดีมากครับ... เริ่มต้นวันแรกด้วยการปรับโครงสร้างเงินเดือนพนักงานทุกคนขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ได้เลย และสำหรับคุณอาคเนย์..." คีย์หันกลับมามองศัตรูตัวฉกาจที่ทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความหมดAเรี่ยวแรง ดวงตาของอาคเนย์แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น
"แกต้องการอะไร... แกต้องการให้ฉันกราบตีนแกใช่ไหม ถึงจะพอใจ!" อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต
คีย์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับอดีตทายาทมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ เขายื่นมือออกไปตบเบาๆ ที่ข้างแก้มของอาคเนย์อย่างแผ่วเบา สุภาพ ทว่าเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกตบด้วยเหล็กกล้า
"การกราบมันน่าเบื่อเกินไปครับคุณอาคเนย์..." คีย์กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอบอุ่นราวกับมิตรสหาย "สิ่งที่ผมต้องการ ไม่ใช่การให้คุณก้มหัวให้ผมในวันนี้... แต่เป็นการทำให้คุณได้เห็นว่า อาณาจักรที่คุณภาคภูมิใจ จะถูกผมเปลี่ยนให้เป็นแค่สนามเด็กเล่นในกำมือได้อย่างไรในวันพรุ่งนี้ต่างหากล่ะครับ"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ด้านหลังห้องประชุมก็สั่นสะเทือนด้วยแรงลมมหาศาล ร่างเงาดำลึกลับอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนระเบียงด้านนอก พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นตรงหน้าจอระบบของคีย์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย—
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "องค์กรเงาเบื้องหลัง" มูลค่าสินทรัพย์ของเป้าหมายใหม่ถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเกินขีดจำกัด... ยินดีต้อนรับสู่เกมเดิมพันพันล้านบทบาทใหม่]*
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ ในขณะที่รินรีบก้าวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ข้างหูเขาว่า... "คีย์... ระวังตัวด้วย คนที่ส่งสัญญาณนี้มา ไม่ใช่คนธรรมดาในโลกนี้แน่ๆ ครับ..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมเวทไร้นาม" เสมอมานะครับ
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 13
เงินคือพระเจ้าในแดนเถื่อน
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!