เสียงกระแทกของแก้วคริスタルกระทบลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงระยับ ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมลับชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง
"แกหมายความว่ายังไง... ระบบป้องกันระดับภูมิภาคถูกปฏิเสธสิทธิ์งั้นเหรอ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยอำนาจของ "เจ้าสัวบูรพา" ผู้นำแห่งตระกูลเก่าแก่ผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศดังขึ้น นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ซึ่งเวลานี้กำลังกะพริบเป็นสีแดงฉานด้วยข้อความเตือนภัยระดับวิกฤต
[คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงระบบจาก "บุคคลที่สาม" บัตรดำกำลังถูกปฏิเสธสิทธิ์การควบคุมระดับภูมิภาค... และเป้าหมายที่คุณกำลังตามล่า ไม่ใช่อาคเนย์อีกต่อไป]
"ท่านประธานครับ..." ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แม้เครื่องปรับอากาศในห้องจะทำงานอย่างเต็มกำลัง มือที่ถือแท็บเล็ตรายงานผลสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่อยู่ "เราพยายามตรวจสอบเส้นทางการเงินและร่องรอยโค้ดที่เข้ามาแทรกแซงแล้วครับ แต่... แต่ทว่า..."
"พูดออกมา!" เจ้าสัวบูรพาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ความกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านจนผู้บริหารระดับสูงหลายคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"เงินทุนสำรองของตระกูลเราในสามธนาคารใหญ่... ถูกฟรีซ (Freeze) พร้อมกันในเวลาเพียงสามวินาทีครับ และคำสั่งซื้อหุ้นทั้งหมดของเครือบริษัทเรากำลังถูกกว้านซื้อด้วยบัญชีนิรนาม... มูลค่าความเสียหายตอนนี้ทะลุห้าแสนล้านภายในพริบตาเดียวแล้วครับ!"
สิ้นคำรายงานนั้น บรรยากาศภายในห้องประชุมก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
ห้าแสนล้าน? ในเวลาสามวินาที?
นี่ไม่ใช่แค่การโจมตีทางธุรกิจธรรมดาแล้ว แต่มันคือการ "ล่มสลายเชิงโครงสร้าง" ที่ถูกจัดฉากไว้อย่างสมบูรณ์แบบโดยใครบางคน คนที่พวกเขากำลังดูถูกและเหยียบย่ำมาตลอดว่าเป็นเพียงแค่ "คนจนไร้ค่า"
ในมุมมืดของห้องประชุม รินยืนกอดอกพิงผนังกระจกใส เธอมองลงไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองเบื้องล่าง รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเบื้องหลัง
*“เล่นได้ไม่เลวเลยนี่ครับ... เจ้าสัวชรา”* เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นผ่านหูฟังไร้สาย น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเยือกเย็นของนักล่าผู้กุมชัยชนะไว้ในกำมือ
*“พวกเขาเริ่มตื่นตระหนกแล้วครับคีย์ คุณจะให้ผมจัดการขั้นเด็ดขาดเลยไหมครับ?”* รินกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ซ่อนความตื่นเต้นไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
*“ยังก่อนครับริน... ให้เวลาพวกเขานั่งหายใจหวาดกลัวอีกสักนิด ความสะใจที่แท้จริง ไม่ใช่การฆ่าให้ตายในดาบเดียว แต่มันคือการทำให้พวกเขารู้สึกว่า ‘อำนาจ’ ที่พวกเขากอดไว้แน่นหนา แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ผมสามารถปัดทิ้งได้ด้วยปลายนิ้ว”*
ตัดภาพมาที่คลังสินค้าเก่าแก่ริมท่าเรือ ร่างของอาคเนย์ ทายาทผู้เคยหยิ่งผยองและเย่อหยิ่งที่สุดในงานสังคม ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ เสื้อสูทราคาแพงยับยู่ยี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือด
"แก... แกเป็นใครกันแน่! รู้ไหมว่ากูเป็นใคร! ตระกูลของกูจะตามล่าแกไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!" อาคเนย์คำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกสั่งสอน แต่ศักดิ์ศรีจอมปลอมยังคงค้ำคอ
คีย์ก้าวเดินเข้าไปช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้อง เขาสวมชุดสูิตสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความปรานี มือขวาถือบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟนีออนสลัวๆ
"ตระกูลของคุณเหรอครับ?" คีย์ย่อตัวลงusing the same eye level, จ้องมองทายาทตระกูลใหญ่ที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง "ตอนนี้คุณปู่ของคุณกำลังนั่งเหงื่อตกอยู่ในห้องประชุม เพราะทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลกำลังถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของผม... ด้วยเงินจำนวนเดียวกับที่คุณเคยโยนใส่หน้าผมในวันนั้น"
อาคเนย์เบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา สมองของเขาขาวโพลน คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่การโอ้อวด แต่มันคือความจริงที่สั่นสะเทือนไปทั่วรากฐานของตระกูลเขาแล้ว
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
"โลกใบนี้ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ... มีแค่คุณโง่เกินกว่าจะมองเห็นความจริงต่างหาก" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของอาคเนย์เย็นเฉียบ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำก็ดังกระหึ่มขึ้นบนท้องฟ้าเหนือท่าเรือ ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบول
ลำแสงสปอตไลท์สีขาวนวลนับสิตัวส่องลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่กำลังเสริมของตำรวจหรือตระกูลใหญ่ แต่มันคือกลุ่มคนในชุดสูทสีดำสนิทนับร้อยชีวิตที่เดินเรียงแถวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับคุกเข่าลงทำความเคารพทิศทางที่คีย์ยืนอยู่พร้อมเพรียงกัน
คีย์หยิบบัตรดำขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเหลือบมองอาคเนย์ที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของอาณาจักรตระกูลเก่าแก่นะครับ... อาคเนย์"
*ฮืออออ...* เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของคีย์ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความอัปเดตสถานะล่าสุดจากระบบที่ถูกปลดล็อกขั้นสูงสุด:
[แจ้งเตือนระบบ: สิทธิ์การควบคุมทวีตเตอร์และตลาดหุ้นทั่วประเทศถูกโอนย้ายเสร็จสิ้น 100% — เป้าหมายต่อไป: การลบชื่อตระกูลบูรพาออกจากหน้าประวัติศาสตร์]
และในวินาทีที่คีย์กำลังจะกดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้ายนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่ของคลังสินค้าก็ถูกระเบิดจนพังกระเด็นเป็นจุล!
ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท พร้อมหน้ากากโลหะลึกลับที่ซ่อนใบหน้าครึ่งบนไว้ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและประกายไฟ พร้อมกับน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่เอ่ยทักทายขึ้นว่า...
"รอนานไหมครับ... คุณคีย์ ผู้ดูแลระบบคนใหม่?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง•ตอนที่ 20
ความหวาดกลัวของตระกูลเก่าแก่
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำพังทลายโลก: อย่าท้าทายคนจนที่สุ่มได้สกิลโกง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!