กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนเรย์ต้องขมวดคิ้วมุ่น ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของพื้นคอนกรีตขัดมัน ทว่าระบบประสาทสัมผัสจำลองในโลก VRMMO กลับส่งสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำผ่านเส้นประสาทเทียมว่า อุณหภูมิรอบตัวกำลังลดต่ำลงอย่างผิดธรรมชาติ
“อย่าขยับครับเรย์ บัฟต้านทานสถานะผิดปกติของเรากำลังถูกกัดกร่อนด้วยอัตราศูนย์จุดสองเปอร์เซ็นต์ต่อวินาที”
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลัง วาเลนทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้น แสงสีฟ้าจางๆ จากอินเทอร์เฟซแฮ็กข้อมูลที่ลอยอยู่กลางอากาศสะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเธอ นิ้วเรียวยาวรัวปุ่มคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคลิกเบาๆ ระรัว
พวกเขากำลังติดอยู่ภายใน ‘โซนทดลองที่ศูนย์’ พื้นที่ปิดตายระดับลึกใต้สถาปัตยกรรมของอาเซอร์ร็อธ ซึ่งถูกเข้ารหัสไว้ด้วยสถาปัตยกรรมโค้ดโบราณที่เรย์เป็นคนเขียนขึ้นเองเมื่อสามปีก่อน—ช่วงเวลาก่อนที่เขาจะสูญเสียความทรงจำบางส่วนในช่วงการพัฒนาระบบอัลกอริทึมหลัก
“นี่ไม่ใช่บัคระบบธรรมดา วาเลน” เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับไหววูบเมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมทึบตันที่มีเพียงหน้าจอแสดงผลรุ่นโบราณเรียงรายราวกับห้องคอมพิวเตอร์ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบ “โครงสร้างข้อมูลตรงนี้... มันถูกสร้างขึ้นจากฮาร์ดดิสก์สำรองตัวเก่าที่ฉันเคยทิ้งไว้ในห้องทำงานจริง”
รอบตัวพวกเขา ภาพของห้องทดลองสีเทาเริ่มบิดเบี้ยว แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศของห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีโต๊ะไม้ตัวเก่าและกองหนังสือพิมพ์กองโต ผนังห้องไม่ได้ทำจากโลหะผสมไทเทเนียมของโลกเกม แต่เป็นวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีซีดจางที่เรย์จำได้แม่นยำ มันคือห้องนอนในบ้านพักหลังเก่าของเขาก่อนที่โลกจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคแห่งความจริงเสมือน
“ภาพหลอนทางจิตวิทยา?” วาเลนหยุดมือจากการพิมพ์ เธอหันมามองหน้าเขากล่าวด้วยน้ำเสียงติดจะเย้ยหยันตามวิสัย แต่แววตากลับฉายแววกังวล “ระบบกำลังดึงเอาความทรงจำระยะยาวของคุณมาใช้สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อจำกัดขอบเขตการเคลื่อนไหว ถ้านี่เป็นกับดักทางจิตใจจริงๆ โค้ดป้องกันของเราจะไร้ความหมาย เพราะระบบจะถือว่าคุณคือนักออกแบบที่มีสิทธิ์เข้าถึงสูงสุด”
เรย์ไม่ตอบ เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ตัวนั้น ช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสลงบนผิวไม้ที่สลักรอยขีดข่วนเล็กๆ เอาไว้—รอยขีดที่เขาทำมันจริงๆ ตอนอายุสิบขวบ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลEบเข้ามาในอก พร้อมๆ กับความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อ ภาพของเด็กชายคนหนึ่งนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ เขียนโค้ดบรรทัดแรกด้วยความหวังที่จะสร้างโลกที่ผู้คนจะไม่ต้องเผชิญกับความเดียวดาย
“มันไม่ใช่แค่การจำกัดขอบเขตครับ” เรย์เอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างจำลองออกไป เบื้องนอกหน้าต่างนั้นไม่ใช่ป่าหรือเมืองในเกม แต่เป็นภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงโตเกียวในอดีต “นี่คือ ‘ห้องนิรภัยแห่งจิตสำนึก’ ระบบไม่ได้ต้องการกักขังเรา แต่มันกำลังรอให้ใครสักคนมา... ปลดปล่อยโปรแกรมตัวสุดท้ายที่ฉันฝังไว้ก่อนจะลบมันทิ้ง”
“โปรแกรมอะไร?” วาเลนขยับเข้าไปใกล้ เสียงของเธอเริ่มขาดหายเป็นห้วงๆ เนื่องจากความเสถียรของสัญญาณในโซนนี้ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน “เรย์ ระบบกำลังรีbootตัวเอง โค้ดฐานรากกำลังถูกเขียนทับ ความทรงจำของคุณกำลังจะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการคอมไพล์เซิร์ฟเวอร์ใหม่! ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้ ตัวตนของคุณในเกมจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลถาวร!”
เรย์นิ่งเงียบ เขายืนมองหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะที่ค่อยๆ สว่างวาบขึ้นมาเอง ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงปรากฏขึ้นทีละบรรทัดอย่างเชื่องช้า มันคืออัลกอริทึมที่เขาลืมเลือน—อัลกอริทึมที่จะตัดสินว่าโลกเสมือนแห่งนี้จะยังคงเป็นเพียงภาพลวงตา หรือจะกลายเป็นโลกที่มีจิตวิญญาณจริงๆ
“วาเลน คุณจำตอนที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหมครับ” เรย์หันกลับมามองสหายร่วมทาง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่วาเลนเคยเห็นมาตลอดการเดินทาง “คุณบอกว่าผมเป็นแค่พวกบ้าโค้ดที่เย็นชาและไร้หัวใจ”
“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องไร้สาระนะ!” วาเลนขึ้นเสียง มือเรียวพยายามคว้าแขนเสื้อของเขา แต่ทว่าร่างของเรย์กลับเริ่มโปร่งแสงลงทีละน้อย ละอองข้อมูลสีฟ้าพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา “ถ้าคุณไม่รีบถอดรหัสออกไปตอนนี้ คุณจะลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร!”
“ผมจำได้ดีครับ” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ยืนขวางกั้นระหว่างวาเลนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังส่งเสียงร้องเตือนภัยแหลมสูง “และเพราะผมจำได้... ผมถึงต้องอยู่ที่นี่จนจบกระบวนการ”
“เรย์! อย่า—”
เสียงของวาเลนถูกกลืนหายไปด้วยเสียงระเบิดก้องกังวานของระบบ แสงสีขาวสว่างจ้าแผ่ขยายออกไปทั่วห้องทดลอง ความทรงจำนับร้อยปีไหลทะลักเข้ามาในสมองของเรย์ราวกับพายุหมุน ภาพทุกภาพ ความรู้สึกทุกความรู้สึก และเสียงหัวเราะของผู้คนที่เขาเคยพบเจอในโลกเสมือนนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง และภาพตรงหน้าจะกลายเป็นความมืดมิดสนิท—
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวดก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นเสียงที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนตั้งแต่วันเปิดให้บริการเกม
*[ระบบตรวจพบการเข้าถึงจากผู้ดูแลระบบสูงสุดลำดับที่ 0: ‘อดีต’ ได้ถูกยืนยันเรียบร้อยแล้ว]*
*[กำลังปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: ‘ผู้สร้างผู้หลงทาง’]*
*[คำเตือน: ตรวจพบการเชื่อมต่อปริศนาจากภายนอกเครือข่าย... มีบุคคลที่สามกำลังเข้ารหัสเข้ามาในโซนความทรงจำของคุณ...]*
เรย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวทะลุผ่านม่านข้อมูลสีขาวเข้ามาในห้องทดลองที่ควรจะว่างเปล่า เงาร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบไม่ใช่ร่องรอยของโค้ดปริศนา—
แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำที่เอמהขึ้นเบาๆ ข้างหูของเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่เขาไม่มีทางลืมลงตลอดกาล
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉันอีกคน”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและบรรทัดโค้ดอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับสถาปนิกโลกเสมือนผู้อยู่หลังฉาก•ตอนที่ 6
กับดักแห่งความทรงจำ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งความทรงจำ กับสถาปนิกโลกเสมือนผู้อยู่หลังฉาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!