คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 20

เจอกันที่ร้านเดิม

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
กระดาษแผ่นบางในมือธีร์สั่นน้อยๆ ตามแรงลมเครื่องปรับอากาศที่พัดมาจากมุมห้อง แต่สิ่งที่สั่นไหวรุนแรงกว่าคือนัยน์ตาของพอร์ช ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและดื้อรั้นมาตลอด เบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนสะท้อนภาพเอกสารราชการและรอยประทับตราลับบนนั้นได้อย่างชัดเจน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวเราทันที เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงมุมร้านกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนไร้ความหมาย พอร์ชไม่ได้มองหน้าธีร์อีกต่อไปแล้ว ใบเนียนใสที่เคยเชิดขึ้นอย่างถือดีค่อยๆ หันขวับกลับมา เปลือกตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะที่จดจ้องมองตรงไปยังร่างสูงของคนที่นั่งไขว่ห้างตีหน้าตายอยู่ฝั่งตรงข้าม คินน์... ผู้ชายปากร้ายที่เอาแต่พ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่เขาตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ก้าวเข้าสู่ปาร์ตี้รูมแห่งนี้ "นี่มัน... หมายความว่ายังไง" เสียงของพอร์ชไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นเครือด้วยความตกใจปนเหลือเชื่อ นิ้วเรียวกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมุมกระดาษยับยู่ยี่ คินน์ถอนหายใจยาวเหยียด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย วางแก้วเครื่องดื่มในมือลงบนโต๊ะไม้ขัดมันด้วยจังหวะที่จงใจให้เกิดเสียงกระทบหนักแน่น "ก็หมายความตามที่เห็นนั่นแหละครับ... เอ๊ย หมายความตามที่เห็นนั่นแหละค่ะ" คินน์ชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามดิบเถื่อน ก่อนจะแก้คำพูดในลำคอด้วยใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม "ฉันไม่ได้ว่างพอจะมานั่งเล่นเกมประสาทกินกับนายไปวันๆ หรอกนะพอร์ช" "เกมงั้นเหรอ?" พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "นายส่งเพื่อนสนิทตัวเองไปสืบเรื่องฉัน ขุดคุ้ยเอกสารบ้าๆ นี่ขึ้นมาเพื่อเอาไว้ขู่ฉันเล่นเนี่ยนะ คินน์... นายมันโรคจิตชัดๆ!" "ถ้าฉันโรคจิต แล้วนายล่ะเรียกว่าอะไร?" คินน์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความหงุดหงิด เขาลุกพรวดขึ้นเต็มความสูงจนโต๊ะสั่นสะเทือน ก้าวเข้าไปประชิดตัวพอร์ชที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวโดยไม่เปิดช่องว่างให้ตั้งตัว "ปากเก่งนักนะ! กล้าดียังไงถึงคิดจะเดินออกจากชีวิตฉันไปดื้อๆ แบบนั้น คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าปฏิเสธความช่วยเหลือจากฉันฮะ!" แรงกดดันจากร่างสูงที่โน้มตัวลงมาครอบ งำทำให้พอร์ชต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวชวนให้หายใจติดขัด พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาไม่ยอมหลบสายตา "แล้วนายเป็นใครล่ะ! ถึงมาบงการชีวิตฉัน คินน์... นายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ นายคอยแต่จะหาเรื่อง เหน็บแนม และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉันทุกครั้งที่มีโอกาส แล้วจู่ๆ จะมาทำเป็นหวังดี เอาเอกสารปลดหนี้บ้านฉันมาวางกองไว้ตรงหน้าเนี่ยนะ นายคิดว่าฉันจะก้มหัวรับความช่วยเหลือจากคนที่เหยียดหยามฉันมาตลอดงั้นเหรอ!" น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางสั่นระริก เจือความน้อยใจที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนมาตลอดหลายเดือนเต็มที ความกดดันจากภาระหนี้สินครอบครัวที่ถาโถมเข้ามา กับความรู้สึกประหลาดๆ ที่มีต่อผู้ชายปากร้ายคนนี้ มันผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่าควรจะโกรธหรือควรจะร้องไห้ คินน์ชะงักกึก รังสีความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เมื่อเห็นหยดน้ำใสๆ ที่คลออยู่ริมขอบตาคู่สวยนั้น หัวใจของพ่อมหาจำเริญปากร้ายกระตุกวูบอย่างแรง ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของธีร์ที่นั่งมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ "พอเลยไอ้คินน์ แกนี่มันซึนสมชื่อจริงๆ" ธีร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลางส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระอา "ฉันอุตส่าห์ไปวิ่งเต้นหาเอกสารนี่มาให้แก เพื่อให้แกเอามาเคลียร์กับน้องเขาดีๆ ไม่ใช่ให้มาใช้ลูกไม้ดิบเถื่อนขู่ให้เขากลัวแบบนี้... ดูสิ น้องเขาร้องไห้ (เกือบจะร้อง) อยู่แล้วเนี่ย" "ใครร้องไห้!" พอร์ชรีบยกมือขึ้นปาดหัวตาตัวเองลวกๆ พร้อมกับค้อนขวับใส่ธีร์ "ฉันแค่... ฝุ่นเข้าตาต่างหากเล่า!" คินน์มองภาพนั้นแล้วมุมปากหยักก็กระตุกยิ้มขึ้นมานิดๆ อย่างไม่ตั้งใจ ความหงุดหงิดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดูที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวที่กำลังจะชักมือกลับทันที "ปล่อยนะ!" พอร์ชสะดุ้งสุดตัว พยายามดึงมือออกแต่แรงบีบกระชับที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นกลับตรึงเขาไว้ได้อย่างอยู่หมัด "ฟังให้ดีนะพอร์ช..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับทุ้มนุ่มและจริงจังจนน่าใจหาย "ที่ฉันปากร้าย... ที่ฉันต้องคอยหาเรื่องนาย... ก็เพราะสายตามันมองแต่ นายคนเดียวจนหงุดหงิดเวลาที่นายไปยิ้มให้คนอื่นต่างหากเล่า!" พอร์ชเบิกตากว้างขึ้นเป็นครั้งที่สองของวัน สมองประมวลผลคำพูดรวบรัดตัดตอนนั้นไม่ทัน พวงแก้มเนียนใสแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ "นาย... นายพูดบ้าอะไรเนี่ย!" "ไม่ได้บ้าค่ะ" คินน์ตอบหน้าตาย แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ฉันคลั่งรักนายจะตายอยู่แล้ว... ไอ้เด็กดื้อ" ธีร์ที่นั่งไขว่ห้างมองดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดตาตัวเองด้วยความหมั่นไส้ "ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อนรัก... งั้นฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ พอดีแถวนี้มดขึ้นเยอะจนแสบตาไปหมดแล้ว" พูดจบ ธีร์ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเลี่ยงหายไปทางโซนด้านในของร้าน ปล่อยให้คนทั้งสองจมอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เคมีฟุ้งกระจายเสียยิ่งกว่าควันสีเทาจากแก้วเครื่องดื่ม พอร์ชเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขาก้มมองกระดาษปลดหนี้ในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ไม่มีมาดความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเว้าวอนและจริงจังที่ส่งตรงมาถึงหัวใจ "ถ้าคิดจะจีบกัน... ทำไมไม่พูดดีๆ ตั้งแต่แรกเล่า..." พอร์ชพึมพำเสียงเบาหวิว หลบสายตาดวงคมที่มองมาอย่างไม่ยอมปล่อยให้รอดเงื้อมมือ คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มือหนาเลื่อนจากการกุมข้อมือเปลี่ยนเป็นสอดนิ้วประสานเข้ากับมือเรียวแน่น ถือวิสาสะดึงร่างโปร่งให้ขยับเข้ามานั่งเบียดชิดติดกันบนโซฟาตัวเดียวกันโดยไม่มีการขัดขืน "ก็คนมันปากไม่ตรงกับใจนี่คะ..." คินน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวับวาม "แต่ต่อจากนี้... ฉันจะแสดงออกให้ชัดเจนเลยว่า โบ้ตัวนี้มันคลั่งรักนายขนาดไหน" พอร์ชหันขวับกลับมาเตรียมจะด่ากลับสักคำสองคำข้อหาใช้สรรพนามประหลาด แต่ทว่าริมฝีปากอุ่นร้อนของอีกฝ่ายกลับทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำไว้ได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล... รสสัมผัสที่เจือความหวานปนความดุดันเล็กน้อยทำให้สติของพอร์ชกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ท่ามกลางความเงียบสงบของมุมร้านที่ลับตาคน เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึก ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกกรอบอลูมิเนียมของร้านที่ดังลั่นขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ไม่คิดว่าที่นี่จะมี 'หมา' กำลังหวงก้างกันอยู่" คินน์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างขัดใจ ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ส่วนพอร์ชถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าบุคคลที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้า... คือคนที่อันตรายที่สุดในปาร์ตี้รูมแห่งนี้ — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินด้วยกันนะคะ! —
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%