“นี่มันเรื่องอะไรกัน ธีร์... แกเข้ามาในห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ มันเสียมารยาทเกินไปหน่อยไหม”
เสียงของคินน์เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่ถูกบดขยี้ในลำคอ สายตาคู่คมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งของเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางกวนประสาท พอร์ชที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบถอยกรูดออกมาจากรัศมีของคินน์ทันที ความร้อนผ่าวที่ใบหน้ายังไม่ทันจางหายไปจากจังหวะวาบหวามเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดใจที่ต้องมาเผชิญหน้ากับบุคคลที่สามในจังหวะนรกแบบนี้
ธีร์ยักไหล่ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้วางใจ “เสียมารยาทงั้นเหรอ? แล้วที่พวกนายทำกันอยู่เมื่อกี้ล่ะ เรียกว่าอะไร? ถ้าฉันไม่เข้ามา ก็คงได้เห็นฉากเด็ดจนจบเรื่องไปแล้วใช่ไหมล่ะ คินน์”
คินน์ขบกรามแน่น สันกรามคมกริบขึ้นรอยนูนอย่างเห็นได้ชัด เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าไอ้เพื่อนตัวดีนี่ให้คว่ำ แต่ความรับผิดชอบและสถานะที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาต้องนิ่งไว้ พอร์ชเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เด็กหนุ่มปัดป่ายเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด
“คนบางคนก็มีสันดานชอบแอบดูคนอื่นสินะครับ รสนิยมต่ำเกินไปหรือเปล่า?” พอร์ชสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ “ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ พอร์ช... แต่ก็นั่นแหละ ที่ฉันชอบ”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คินน์มองพอร์ชที่ยืนจ้องตาเขม็งกับธีร์แล้วเขาก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ความหวงแหนที่พุ่งพล่านอยู่ในอกมันรุนแรงจนเขาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาตัดสินใจก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ธีร์ถึงกับต้องถอยร่นไปครึ่งก้าว
“ออกไป” คินน์สั่งเสียงต่ำ “ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วซัดแกออกไปเอง”
ธีร์หัวเราะหึๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปอย่างไม่สะทกสะท้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด พอร์ชถอนหายใจยาวก่อนจะหันหลังกลับจะเดินหนีไปอีกทาง แต่คินน์กลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
“จะไปไหน”
“ไปในที่ที่ไม่มีคนประสาทเสียแบบคุณไงครับ” พอร์ชสะบัดมือออก แต่คินน์กลับไม่ปล่อย กลับกัน เขากลับออกแรงดึงจนร่างของพอร์ชเซเข้ามาปะทะกับอกแกร่งอีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของคินน์โชยเข้าจมูกจนพอร์ชใจสั่น
“อย่าไป” คินน์พึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับแผ่วเบาและสั่นไหวอย่างประหลาด “ฉัน... ฉันไม่ชอบความรู้สึกตอนที่หันหลังไปแล้วไม่เห็นใคร”
พอร์ชชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อเห็นแววตาที่สั่นไหวของคนตรงหน้า คินน์... ผู้ชายที่ดูเหมือนจะมีทุกอย่าง กลับดูเปราะบางอย่างน่าประหลาดในยามที่เขาแสดงความต้องการออกมาตรงๆ
...
ค่ำคืนผ่านไปอย่างยาวนาน หลังจากพอร์ชตัดสินใจเดินหนีออกมาจากห้องนั้นเพื่อเลี่ยงความวุ่นวายใจ เขากลับพบว่าตัวเองนั่งนิ่งอยู่ที่ระเบียงห้องพักส่วนตัว ความว่างเปล่าทำให้เขารู้สึกโหวงเหวงในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทางด้านคินน์ เขากลับรู้สึกเหมือนคนเสียสติ ความเงียบในห้องพักที่เคยเป็นสวรรค์ของเขากลับกลายเป็นกรงขังที่ทรมานใจที่สุด ภาพของพอร์ชตอนที่โต้ตอบกับธีร์ หรือแม้แต่ภาพตอนที่พวกเขาสบตากัน มันรบกวนจิตใจเขาจนอยู่ไม่สุข
คินน์ลุกขึ้นยืนพลางคว้ากุญแจรถ เขาต้องหาพอร์ชให้เจอ ความรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องอยู่คนเดียวมันกัดกินจนเขาเริ่มตระหนักว่า... เขาขาดเด็กนั่นไม่ได้จริงๆ เหมือนหมาหงอยที่ถูกทิ้งไว้กลางพายุ คินน์ออกตามหาพอร์ชไปทุกที่ที่คิดว่าอีกฝ่ายจะไป จนกระทั่งเขามาหยุดอยู่ที่สนามหญ้าหลังอาคารที่พอร์ชมักจะมานั่งเล่นเป็นประจำ
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา คินน์เห็นร่างโปร่งนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ความรู้สึกโล่งใจและโหยหาพุ่งเข้าจอยักษ์จนเขาต้องรีบก้าวเข้าไปหา
“พอร์ช...”
พอร์ชสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันกลับมามอง “คุณ... มาทำอะไรที่นี่?”
คินน์ไม่ตอบ เขาเดินเข้าไปใกล้จนแทบประชิดตัว ก่อนจะทรุดเข่าลงนั่งตรงหน้าเด็กหนุ่ม สายตาคมกริบที่เคยใช้มองคนด้วยความเย็นชา กลับมองพอร์ชด้วยความรู้สึกที่พอร์ชไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือความรู้สึก... ที่เขาก็อธิบายไม่ได้ว่าคืออะไรกันแน่
“ฉันนอนไม่หลับ” คินน์พูดเบาๆ เหมือนคนละเมอ “ตั้งแต่แกออกไป... ฉันก็ไม่เคยหลับได้อีกเลย”
พอร์ชเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก “คุณพูดเรื่องบ้าอะไร...”
คินน์เอื้อมมือไปคว้ามือของพอร์ชมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากมือของคินน์ส่งผ่านไปยังผิวของเขาจนพอร์ชรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว “ฉันว่าฉันเริ่มจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเวลาที่ไม่มีแก... ฉันถึงรู้สึกเหมือนหมาที่โดนเจ้าของทิ้ง”
พอร์ชอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ทัน คินน์... ปากร้ายคนนั้นกำลังพูดอะไรออกมา?
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ก็ดังขึ้น คินน์และพอร์ชรีบผละออกจากกันด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เพิ่งจะทำลายบรรยากาศไปเมื่อตอนหัวค่ำ... ธีร์
“ดูเหมือนว่า ‘หมาหงอย’ ตัวนี้จะเจอเจ้าของแล้วสินะ” ธีร์แสยะยิ้มก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ “แต่เสียใจด้วยนะคินน์ เพราะตอนนี้... เจ้าของตัวจริงของเขากำลังจะพาเขากลับไป”
ในมือของธีร์มีหลักฐานบางอย่างที่เขาส่งให้พอร์ชดู และเพียงแค่นั้น... ดวงตาของพอร์ชก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่เขาจะหันมามองคินน์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่พัวพันยุ่งเหยิงของทั้งคู่ด้วยกันนะคะ - แบล็กเวลเวต
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 19
เมื่อหมาหงอยเริ่มออกตามหา
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!