"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาครอบครัว (หรือเวลาตบตีกัน) ของพวกคุณสินะครับ?"
น้ำเสียงกวนประสาทของธีร์ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่อุณหภูมิลดฮวบจนติดลบ รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของคินน์เสียเหลือเกิน ทว่าร่างสูงโปรดของพอร์ชกลับไม่ได้ถอยหนีออกจากการเผชิญหน้านี้เลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวยังคงยืนหยัดด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่พร้อมจะราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
"รู้ตัวก็ดีนี่ครับ" พอร์ชสวนกลับทันควัน เสียงหวานใสแต่เจือความประชดประชันดังขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ถ้าเห็นว่าขัดจังหวะ ก็ช่วยกรุณาถอยหลังแล้วไสหัวกลับไปทางที่มาด้วยค่ะ อย่าหาว่าผมไม่เตือน"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะพอร์ช... น่ารักดีนี่" ธีร์หัวנסเบาๆ ในลำคอ จงใจก้าวเท้าเข้าไปใกล้พอร์ชอีกนิดพร้อมกับส่งสายตาแพรวพราวระคนเย้าแหย่ "สนใจเปลี่ยนบรรยากาศจากหมาบ้าแถวนี้ มาเดินเที่ยวกับผมแทนไหมล่ะครับ? รับรองว่าผมตามใจคุณทุกอย่าง ไม่ต้องมานั่งฟังใครเห่าหอนให้ปวดประสาทด้วย"
เพล้ง!
เสียงแก้วน้ำบนโต๊ะข้างตัวถูกปัดร่วงกระแทกพื้นแตกกระจายดังสนั่น เศษแก้วคมกริบกระเด็นกระดอนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด คินน์ไม่ได้สนใจเศษแก้วเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องเขม็งไปยังธีร์ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ฟكที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนฟ้องชัดถึงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้จนระเบิดออก
"ถอยออกไปจากตัวเขา"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ มันเยือกเย็น ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยอำนาจคุกคามที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบหยุดหายใจ คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวพอร์ชอย่างรวดเร็วกระชากแขนเรียวให้หลุดพ้นจากการยืนใกล้ชิดกับธีร์ แรงดึงนั้นไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย แต่มันเต็มไปด้วยความหึงหวงและความเดือดดาลที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก
พอร์ชสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ทิฐิที่มีมากกว่าทำให้เขาไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ร่างบางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรงทันที ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าพระเอกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งด้วยความไม่พอใจไม่แพ้กัน
"ปล่อยนะ! ผมจะยืนคุยกับใครมันก็เรื่องของผม คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง!" พอร์ชตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ในแววคู่นั้น มีเพียงความดื้อรั้นและกำแพงสูงลิบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเอง
"สิทธิ์เหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความโมโห "นายกล้าถามหาิทธิ์จากฉันทั้งๆ ที่ทำตัวแบบนี้เนี่ยนะ พอร์ช! ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับมัน! นายหูหนวกหรือว่าสมองมีปัญหา ถึงได้ทำตัวเป็นเด็กดื้อด้านคอยแต่จะขัดคำสั่งฉันอยู่เรื่อย!"
"ใช่! ผมมันก็เป็นแค่เด็กดื้อด้านที่มีปัญหาแบบนี้แหละ!" พอร์ชตะโกนสวนกลับเสียงดังลั่นไม่ยอมแพ้ อกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ด้วยความโกรธ "แล้วคุณล่ะเป็นใคร? เป็นพ่อผมเหรอถึงต้องมาคอยบงการชีวิต ควบคุมทุกฝีก้าวว่าผมต้องยืนกับใคร ต้องพูดกับใคร ห้ามทำอะไรบ้าง! เบื่อนักรึไงกับการทำตัวเป็นเจ้าชีวิตคนอื่นแบบนี้!"
ถ้อยคำเชือดเฉือนพ่นออกมาจากริมฝีปากบางราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง คินน์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบลงครู่หนึ่งก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง เขาจ้องมองใบหน้าดื้อรั้นของคนตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเป็นห่วงกลับถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบขึ้นมาเสียดื้อๆ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด ธีร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนุกสนานก็ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ตั้งใจจะหยอดคำพูดปั่นประสาทเพื่มเชื้อไฟเข้าไปอีก
"แหม คินน์ ใจเย็นๆ สิครับ นายนี่มันหึงจนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้วนะ สงสัยพอร์ชเขาคงจะเบื่อคนปากร้ายอย่างนายเต็มทีแล้วล่ะ ถึงได้อยากหาบรรยากาศใหม่ๆ บ้าง" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน
"หุบปากไปเลยนะธีร์!" คินน์ตวัดสายตาดุดันกลับไปหาเพื่อนสนิททันที รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมารอบตัวจนธีร์เองยังต้องหุบยิ้มลง "ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ไสหัวไปจากตรงนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับแก!"
ธีร์ไหล่งับเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านนัก แต่เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเลยเถิดและเขาก็ได้ปั่นหัวคนทั้งคู่จนพอใจแล้ว เจ้าตัวจึงยอมยกมือขึ้นยอมแพ้ถอยหลังออกไปช้าๆ พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้พอร์ชเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินลับหายไปจากมุมห้อง
เมื่อเหลือกันแค่สองคน ความเงียบอันน่ากลัวก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที พอร์ชยืนหอบหายใจเบาๆ อกบางไหวสะท้อน เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่ยอมสบตากับคนที่ยืนจ้องอยู่ใกล้ๆ ความโกรธเมื่อครู่เริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและความอึดอัดที่เกาะกินหัวใจ
"หายหน้าไปไหนมาหลายวัน..."
เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นแผ่วเบาทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อครู่ แต่มันเต็มไปด้วยความตัดพ้อและความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ คินน์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ ค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ
"ฉันเป็นห่วงแทบตาย... นายรู้ตัวบ้างไหมพอร์ช"
พอร์ชชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ร่างบางหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายแววสับสนระคนตกใจ ไม่คิดว่าคนปากร้ายอย่างคินน์จะยอมเอաբคำว่า 'เป็นห่วง' ออกมาจากปากตัวเองตรงๆ
"ห่วงเหรอ..." พอร์ชแค่นยิ้มหยันให้ตัวเอง น้ำใสๆ คลอหน่วยขึ้นที่ขอบตาทีละน้อยโดยพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา "คำก็ห่วง สองคำก็ห่วง... แต่การกระทำของคุณมันสวนทางกันตลอด คินน์ คุณไม่เคยฟังผม คุณเอาแต่ใจตัวเอง ตัดสินทุกอย่างตามใจชอบ แล้วก็คิดว่าเงินหรืออำนาจของคุณจะซื้อความรู้สึกทุกอย่างได้งั้นเหรอ?"
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..." คินน์รีบปฏิเสธเสียงเครือ เขายื่นมือออกไปหวังจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่พอร์ชกลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธสัมผัสจากเขาอย่างชัดเจน
"พอเถอะครับ..." พอร์ชส่ายหัวช้าๆ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวังและเหนื่อยล้าเกินทน "ในเมื่อเราคุยกันไม่รู้เรื่อง ต่างคนต่างอยู่แบบเดิมเถอะครับ มันน่าจะดีกับเราทั้งคู่มากกว่า"
พูดจบ พอร์ชก็หันหลังเตรียมจะก้าวเดินหนีออกไปจากตรงนี้ทันที ไม่อยากทนยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจให้แหลکสลายไปมากกว่านี้อีกแล้ว
พรึบ!
ทว่ายังไม่ทันที่พอร์ชจะก้าวพ้นประตูห้อง คินน์ก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทัน แรงดึงกระชากร่างบางให้หันกลับมาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวของทั้งสองฝ่าย
พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเวทนาและดื้อรั้นระคนกัน
"ปล่อยนะ บอกให้ปล..."
คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคินน์โน้มใบหน้าลงมาประกบปิดริมฝีปากบางของเขาด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสสัมผัสที่ทั้งเอาแต่ใจและแฝงไปด้วยความหวาดกลัวว่าจะสูญเสีย ถูกถ่ายทอดผ่านจูบที่ลึกซึ้งจนพอร์ชแทบยืนไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือบางที่พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อขัดขืนค่อยๆ อ่อนแรงลงทีละน้อย สติปัญญาที่เคยมีกระเจิงหายไปในพริบตา เหลือเพียงความวابหวามที่ค่อยๆ กัดกินความรู้สึกจนยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงัน...
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ดวงตาคู่คมของใครบางคนเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า และเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ทำให้คินน์และพอร์ชต้องผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 18
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!