เสียงเปิดประตูห้องพักวีไอพีไม่ได้ดังขึ้นอย่างนุ่มนวลนัก หากแต่ถูกผลักด้วยแรงอารมณ์จนบานไม้เนื้อดีกระแทกเข้ากับผนังปูนด้านข้างเกิดเสียงดังสนั่น
ร่างสูงโปรดปรานของ 'ธีร์' ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไว้ด้วยความกวนประสาท สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจสถานการณ์ภายในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของพอร์ชที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ใกล้กับโซฟาตัวใหญ่ และคินน์... ผู้ชายที่ยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว
"โอ๊ะ ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
น้ำเสียงทุ้มที่เจือความเย้าแหย่จงใจลากเสียงยาว ธีร์ก้าวเข้ามาทีละน้อยโดยไม่เกรงกลัวสายตาดุดันที่กำลังจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของคินน์เลยสักนิด ดวงตาคู่คมของคนมาใหม่เหลือบมองพอร์ชด้วยความสนใจเป็นพิเศษ ราวกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นชิ้นงานศิลปะชิ้นเอกที่น่าแย่งชิงมาไว้ในครอบครองเพื่อความสะใจ
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเห็นไอ้เพื่อนตัวดีโผล่มาถูกจังหวะเวลานรกแตกแบบนี้ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"มึงเสือกอะไรด้วย ธีร์" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความเยียบเย็นในน้ำเสียงนั้นพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "ไสหัวออกไปจากห้องกูซะ ก่อนที่หน้าหล่อๆ ของมึงจะได้แผลกลับบ้าน"
"โห ใจคอกับเพื่อนฝูงนี่โหดร้ายจังนะคินน์" ธีร์หัวנסเบาๆ ในลำคอ ท่าทีสบายๆ ของเขายิ่งเติมเชื้อเพลิงให้กองเพลิงในอกของคินน์ลุกโชนขึ้นไปอีก "ฉันก็แค่เป็นห่วง... เห็นพอร์ชยืนหน้าเครียดอยู่กับนายสองต่อสอง กลัวว่าคนปากร้ายแถวนี้จะพ่นคำพูดแย่ๆ ใส่เด็กเขาจนร้องไห้งอแงน่ะสิ"
พอร์ชที่ยืนเงียบฟังอยู่นานค่อยๆ ดึงสติกลับมาได้ ความตกใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนระอา ดวงตากลมโตตวัดมองธีร์แวบหนึ่ง ก่อนจะเบนกลับมาสบตากับคินน์ที่ยังคงจ้องเขาเขม็งไม่วางตา
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของคินน์และธีร์ราวกับสนามประลองย่อยๆ ที่พร้อมจะปะทะกันได้ทุกวินาที
แต่ทว่า... พอร์ชกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจที่พกติดตัวมาเต็มร้อยกลับคืนมา รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความท้าทายถูกจุดขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มเอิบขยับเอื้อnนคำพูดที่ทำเอาทั้งคินน์และธีร์ต้องชะงัก
"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับคุณธีร์..." พอร์ชจงใจเน้นเสียงหวานหยดอย่างประชดประชัน "แต่คิดว่าคงไม่มีความจำเป็นหاظหรอกครับ เพราะคำพูดของคนแถวนี้... สำหรับผมแล้ว ตอนนี้มันเริ่มจะไร้น้ำหนักขึ้นทุกที ๆ จนแทบจะฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้วล่ะครับ"
สิ้นเสียงหวาน ประโยคนั้นก็ราวกับมีค้อนยักษ์ตกลงกลางห้อง
คินน์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความงุนงงชั่วขณะ ดวงตาคมกริมฉายแววไม่เชื่อหูตัวเอง พอร์ช... กล้าดียังไงถึงบอกว่าคำพูดของเขา "ไร้น้ำหนัก"? ตั้งแต่เกิดมา มีแต่คนก้มหัวให้ มีแต่คนหวาดกลัวคำพูดเชือดเฉือนของเขา แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับตีค่ามันเป็นแค่ลมปากไร้สาระเนี่ยนะ!
ส่วนธีร์ถึงกับหลุดขำพรืดออกมาเสียงดังลั่นห้อง เจ้าตัวยกมือขึ้นปิดปากกลั้นยิ้ม ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความชอบใจสุดขีดเมื่อเห็นเพื่อนสนิทผู้แสนเย่อหยิ่งกำลังไปไม่เป็น
"ฮ่าๆๆ! เจ็บว่ะคินน์ โดนเด็กมันสวนทีเดียวหน้าชาเลยมั้งนั่น" ธีร์เอ่ยแซวด้วยความสะใจ พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้พอร์ชอีกนิดอย่างถือวิสาสะ "พูดได้ดีนี่พอร์ช สนใจเปลี่ยนใจมาอยู่กับฉันแทนไหมล่ะ รับรองว่าฉันไม่มีทางปล่อยให้ใครมาพูดจาไร้น้ำหนักใส่ให้เปลืองสมองแน่ๆ"
คินน์หันขวับไปมองหน้าเพื่อนรักทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากตัวจนน่ากลัว "มึงหุบปากไปเลยนะ ธีร์!"
"ทำไมล่ะ หวงก้างเหรอ?" ธีร์เลิกคิ้วกวนประสาท ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน "ในเมื่อแกบอกว่าเขาไม่มีค่า แกไม่สนใจ แล้วจะเดือดร้อนทำไมถ้าเขาจะไปกับคนอื่น"
"ใครบอกว่าฉันไม่สนใจ!"
คินน์เผลอหลุดปากตะคอกออกไปเสียงดังลั่นห้อง ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเมื่อได้ยินความคิดที่จะยกพอร์ชให้คนอื่น ประโยคนั้นหลุดออกจากปากโดยสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของ ก่อนที่เขาจะทันได้กลั่นกรองมันเสียด้วยซ้ำ
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องพักวีไอพีทันที
ธีร์หุบยิ้มลงช้าๆ แววตาคู่คมมองสลับระหว่างคินน์กับพอร์ชด้วยความสนใจใคร่รู้ลึกซึ้งขึ้น เขารู้จักคินน์ดี... ผู้ชายคนนี้ไม่เคยยอมรับอะไรง่ายๆ ยิ่งเรื่องความรู้สึกยิ่งปิดตาย แต่เมื่อครู่... คินน์เพิ่งจะหลุดคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุดออกมาด้วยซ้ำ
พอร์ชเองก็ใจกระตุกวูบ ดวงตากลมโตไหวระริก ร่องรอยของความประหลาดใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าหวาน เขามองเสี้ยวหน้าคมคายที่ตอนนี้กำลังขบกรามแน่นด้วยความอับอายและหงุดหงิดตัวเองที่เผลอหลุดปากพูดอะไรแบบนั้นออกไป
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เคมีประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ความปากร้ายที่เคยมีก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
คินน์หันกลับมามองพอร์ช ดวงตาคมกริบที่เคยเยียบเย็นตอนนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่บรรยายไม่ถูก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในหัว
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของใครอีกคน... คนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาโผล่ที่นี่ในเวลานี้!
"พี่คินน์คะ! แย่แล้วค่ะ..."
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่ะ
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 7
คำด่าที่เริ่มไร้น้ำหนัก
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!