"ปากเก่งนักนะ... ไหนบอกว่าจะไม่สนใจฉันไง หื้ม?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคินน์ที่กระซิบชิดใบหูไม่ได้ทำให้พอร์ชสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนตัวสูงกว่าที่กักขังเขาไว้กับกำแพงห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของคินน์กำลังทำให้พอร์ชรู้สึกเหมือนกำลังหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก
"ก็ไม่ได้สนใจนี่ไง แต่ถ้าคุณคินน์ยังเอาตัวมาเกะกะแบบนี้ ผมก็คงต้องรำคาญบ้างเป็นธรรมดา" พอร์ชสวนกลับ ดวงตาเรียวสวยจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ
คินน์กระตุกยิ้มที่มุมปาก มือแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังเหนือไหล่พอร์ช กักขังเหยื่อตัวดีไว้ในอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม "รำคาญเหรอ? รำคาญถึงขั้นต้องเดินไปหัวเราะต่อกระซิกกับไอ้ธีร์ที่หน้าคลับเมื่อคืนเลยหรือไง?"
พอร์ชชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความหึงหวงที่พุ่งออกมาจากตัวคินน์มันรุนแรงเสียจนเขาสัมผัสได้ชัดเจน ความรู้สึกผิดแปลกประหลาดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ แต่ด้วยนิสัยปากแข็ง พอร์ชจึงเลือกที่จะตอบโต้ด้วยความกวนประสาทแทน
"อ๋อ... เรื่องนั้นน่ะเหรอ ก็พี่ธีร์เขาน่ารักดี คุยสนุกกว่าคนแถวนี้เยอะ แถมนิสัยดี ไม่ชอบจิกกัดให้ประสาทเสียด้วย"
แรงกดทับจากฝ่ามือหนาที่กระแทกเข้ากับผนังข้างหูพอร์ชดัง 'ปัง!' สะท้อนก้องไปทั่วห้อง พอร์ชสะดุ้งเฮือกแต่ยังคงเชิดหน้าท้าทาย คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มจนพอร์ชรู้สึกวูบวาบ
"พอร์ช... อย่าลองดี" คินน์เค้นเสียงต่ำจนแทบจะกลายเป็นเสียงคำราม "อย่าให้ฉันต้องพูดว่าฉันเกลียดไอ้ธีร์มากแค่ไหน และที่สำคัญ... อย่าให้ฉันต้องพูดว่าทำไมฉันถึงทนเห็นแกไปยิ้มให้มันไม่ได้"
"ทำไมล่ะ?" พอร์ชถามเสียงสั่นเล็กน้อย ทว่าแววตายังคงแน่วแน่ "ทำไมคุณต้องทนไม่ได้? ในเมื่อสถานะของเรามันก็แค่... คนที่ต้องพึ่งพากันไปวันๆ"
คำถามนั้นทำให้คินน์ชะงักไป ราวกับถูกกระชากหน้ากากแห่งความเย็นชาออกจนหมดสิ้น ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมั่นคงเริ่มสั่นคลอนด้วยความอัดอั้น เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ช ค้นหาบางอย่างที่เขาเองก็พยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันไม่มีอยู่จริง
"เพราะฉันไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องแก" คินน์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่ต่างกัน "ไม่ได้อยากให้ใครมาเห็นรอยยิ้มแบบที่แกมีให้ฉัน... ไม่ได้อยากให้แกไปอยู่ในสายตาของคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน"
พอร์ชเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก คำสารภาพที่ดูไร้ชั้นเชิงและดิบเถื่อนนี้มันทรงพลังมากกว่าคำหวานเลี่ยนหูที่เขาเคยได้ยินจากใครที่ไหน
"คุณพูดอะไรของคุณน่ะคินน์..."
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันเรียกว่าอะไร" คินน์ขัดขึ้นพลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย สันกรามคมสันบดเข้าหากันแน่น "ฉันแค่รู้สึกเหมือนจะบ้าตายเวลาที่เห็นแกอยู่กับมัน ฉันหึง... หึงจนอยากจะพังทุกอย่างให้ยับเยินไปเสียเดี๋ยวนี้ ถ้ามันเป็นเพราะความโง่เขลาของฉันที่มัวแต่ปฎิเสธความรู้สึกตัวเอง งั้นตอนนี้ฉันก็ยอมรับก็ได้ว่า... ฉันหึงแก จนแทบจะคลั่งอยู่แล้ว"
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน พอร์ชรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ใบหน้า นี่คือคำสารภาพที่ไม่เป็นทางการที่สุด แต่มันกลับเป็นสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดโดยที่ไม่รู้ตัว
พอร์ชเอื้อมมือขึ้นไปแตะที่ปลายคางของคินน์เบาๆ บังคับให้ชายหนุ่มหันกลับมาสบตากันอีกครั้ง แววตาที่เคยก้าวร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสับสน "ปากแข็งมาตั้งนาน... สุดท้ายก็ยอมพูดออกมาจนได้นะ ไอ้คนบ้า"
คินน์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เขากลับโน้มตัวลงมาประทับจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากของพอร์ช มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการและการแสดงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนที่สุด พอร์ชไม่รอช้าที่จะตอบสนอง มือเล็กขยำปกเสื้อของคินน์แน่น ดึงรั้งให้คนตัวสูงเข้ามาใกล้จนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังหลอมละลายเข้าหากัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นอย่างถือวิสาสะก็ทำลายบรรยากาศจนพังทลาย
"เฮ้ คินน์! เอกสารที่นายบอกว่าจะให้ฉันช่วยเซ็นน่ะ... อ้าว โทษที"
เสียงทุ้มคุ้นหูของธีร์ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับร่างสูงที่หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่คินน์กำลังกักขังพอร์ชไว้แนบอก พอร์ชรีบผลักคินน์ออกด้วยความตกใจ ขณะที่คินน์หันกลับไปเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าแกงกันได้ทุกเมื่อ
คินน์แค่นยิ้มเย้ยหยันพลางดึงพอร์ชเข้ามาไว้ข้างกายด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มขั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุก
"มาได้ถูกจังหวะดีนี่ธีร์... แต่คราวหน้า หัดมีมารยาทในการเคาะประตูบ้าง ก่อนที่มือของฉันจะลืมตัวไปกระแทกเข้ากับหน้าแกแทนประตูห้อง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามและเป็นกำลังใจให้ "แบล็กเวลเวต" เสมอมานะคะ
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 32
การสารภาพที่ไม่เป็นทางการ
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!