คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 33

ความสุขที่เหมือนภาพฝัน

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงปิดประตูดังปังจนผนังห้องแทบสะเทือน ธีร์ยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตู รอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลามาตลอดเจือจางลงไปครึ่งหนึ่ง เมื่อดวงตาคมกริบของคินน์ไม่ได้มองมาที่เขาอย่างโกรธเกรี้ยวแบบที่เคยเป็น แต่เป็นความนิ่งสนิท—ความนิ่งที่น่ากลัวราวกับสัตว์ป่ากำลังมองเหยื่อที่เดินเข้ามาในอาณาเขตของมันเอง ส่วนพอร์ช... เด็กหนุ่มที่เพิ่งจะต่อปากต่อคำกับคินน์เมื่อวินาทีที่แล้ว กลับนิ่งงบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันตามสไตล์ "มาได้ถูกจังหวะดีนี่ธีร์..." พอร์ชเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ให้เข้าที่ด้วยท่าทางสบายๆ ทั้งที่หัวใจยังเต้นโครมครามจากบรรยากาศชวนหายใจไม่ออกเมื่อครู่ "แต่คราวหน้า หัดมีมารยาทในการเคาะประตูบ้าง ก่อนที่มือของฉันจะลืมตัวไปกระแทกเข้ากับหน้าแกแทนประตูห้อง" "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะพอร์ช" ธีร์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องโดยไม่สนสายตาดุร้ายที่คินน์ส่งให้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ฉันก็แค่เป็นห่วง... เห็นหายกันมานาน นึกว่าห้องนี้จะมีมวยคู่เอกให้ดูซะอีก ไม่คิดว่าจะมาเจอ บรรยากาศเงียบสงบ... จนเกินไป" สายตาคมของธีร์กวาดมองสภาพในห้อง ประเมินความใกล้ชิดระหว่างคินน์ที่ยืนอยู่ใกล้โซฟาและพอร์ชที่ยืนกอดอกมองอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มของธีร์เคลือบด้วยความท้าทายชัดเจน "ถ้าอยากดูมวย แกก็เดินกลับออกไปทางเดิมแล้วหาเรื่องคนอื่นซะ" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวาง1ระหว่างธีร์กับพอร์ชไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างบังตัวพอร์ชไว้มิดชิด "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของแก และพอร์ช... ก็ไม่ใช่ของเล่นที่จะมาเดินวนเวียนหาเศษหาเลยด้วย" "โอ๊ะ? พูดจาแบบนี้... หมายความว่านายยอมรับแล้วสิว่าจีบเขาอยู่?" ธีร์เลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เต็มพิกัด "นึกว่าคุณคินน์ผู้สูงส่งจะปากแข็งไปจนวันตายซะอีก" พอร์ชที่ยืนอยู่ด้านหลังแค่นเสียง "หึ" ออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่กว้างของคินน์เบาๆ เป็นสัญญาณให้คนตัวโตกว่าหลบไป ทางด้านคินน์ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยอมขยับตัวให้อย่างขัดใจ "เลิกไร้สาระแล้วไสหัวไปได้แล้วธีร์" พอร์شสบถเบาๆ สายตาดุดันมองตรงไปที่เพื่อนสนิทตัวดีของคินน์ "นายแค่อยากมาปั่นประสาทไอ้บ้านี่เล่นใช่ไหม? งั้นก็สำเร็จแล้ว เชิญกลับไปได้" "ใจร้ายจังนะพอร์ช... ฉันแค่มารับเพื่อนกลับ" ธีร์ยักไหล่ ยอมหมุนตัวเดินถอยหลังไปทางประตู ชำเลืองมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "แต่ดูท่าทางแล้ว... ฉันคงมาขัดจังหวะสำคัญสินะ เอาเถอะ ไว้ค่อยเคลียร์กันวันหลังก็แล้วกัน... ระวังตัวด้วยล่ะคินน์ ระวังของที่หวงนักหวงหนจะบินหนีไปซะก่อน" ปัง! ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกรอบ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดชวนหายใจไม่ออกเหมือนก่อนหน้า หากแต่มันอบอวลไปด้วยแรงกระเพื่อมบางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่า คินน์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนากำเข้าหาตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "หงุดหงิดอะไรอีก" พอร์ชเป็นฝ่ายเปิดปากทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "หรือกลัวว่าที่ไอ้ธีร์พูดมันจะเป็นจริง... กลัวฉันบินหนีไองั้นเถอะ?" คินน์หันขวับกลับมามอง ดวงตาสองสีคู่นั้นดุดันและร้อนรนจนพอร์ชต้องผะยองถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เร็วจนพอร์ชไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังของเด็กหนุ่มชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างจัง ก่อนที่วงแขนแข็งแกร่งจะยกขึ้นกักตัวเขาไว้ตรงกลาง ระหว่างกำแพงกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบ "พอร์ช" น้ำเสียงของคินน์แหบพร่าและสั่นระริกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่ใช่เสียงของการขู่คำราม แต่เป็นเสียงร้องขอ... จากคนดื้อรั้นที่ยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเองอย่างราบคาบ "อะไร... ถอยไปห่างๆ เลยนะ ไอ้นิสัยชอบใช้กำลังเนี่ย..." พอร์ชพยายามดันอกอีกฝ่ายออก แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับหายไปไหนหมดเมื่อปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนแผ่นอกอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้า "หยุดพูดมากสักนาทีได้ไหม" คินน์ก้มหน้าลงมา หน้าผากมนแนบชิดกับหน้าผากของพอร์ช ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัว สร้างความมึนงงยิ่งกว่าแอลกอฮอล์ พอร์ชชะงัก ดวงตากลมโตมองสบเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังของคนตรงหน้า ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง ไม่มีมาดยโสโอหัง เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังสับสนและหวาดกลัว... กลัวจะสูญเสียสิ่งที่ตัวเองรักไปจริงๆ "ฉันไม่ใช่คนโรแมนติก..." คินน์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากริมฝีปากของพอร์ชเพียงคืบเดียว "ฉันพูดจาหมาไม่แดก ฉันเอาแต่ใจ และฉันก็ไม่เคยง้อใครหน้าไหนมาก่อนในชีวิต..." พอร์ชเม้มปาก หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง "แล้วนายจะมาบอกฉันทำไม..." เสียงของพอร์ชเบาราวกับเสียงกระซิบ "เพราะฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นแล้วไง!" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดแต่สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ชราวกับจะสื่อสารทุกความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก "ฉันหงุดหงิดเวลาที่เห็นไอ้ธีร์มองนาย หงุดหงิดเวลาที่นายเถียงฉัน และ... โคตรเกลียดเวลาที่ตัวเองแสดงออก, ไม่เป็น จนทำให้นายต้องทำหน้าแบบนั้นใส่" พอร์ชเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ยินคำสารภาพยาวเหยียดและตรงไปตรงมาจากปากของคนหยิ่งทะนงอย่างคินน์ "นาย..." "ลองดูไหม..." คินน์ตัดบท ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน "เลิกปากแข็งใส่กัน แล้วมาลองคบกันจริงๆ จังๆ ดูสักตั้ง... พอร์ช" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกันอย่างไร้จังหวะ พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ความกวนประสาท การปะทะคารม ไปจนถึงการกระทำบ้าบอที่อีกฝ่ายทำเพื่อเขามาโดยตลอด... ผู้ชายปากร้ายที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้ความเย็นชาคนนี้ พอร์ชหลุบตาลงมองริมฝีปากที่เอาแต่พูดจาชวนโมโห ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกครั้ง รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม "คบกับคนอย่างฉัน มันเหนื่อยนะคุณคินน์..." พอร์ชลากเสียงยาว จงใจแกล้งยั่วประสาทคนรอฟังคำตอบ "นายแน่ใจแล้วเหรอว่าทนไหว?" คินน์แค่นเสียงหึในลำคอ มือหนื่อนเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าของพอร์ชไว้ด้วยความทะนุถนอมที่ไม่เคยแสดงออกกับใคร นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "ต่อให้พยศกว่านี้... ฉันก็ปราบมาหมดแล้ว" คินน์กระซิบเสียงต่ำชวนสั่นสะท้าน "ว่ายังไง หื้ม?" พอร์ชหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาพราวระยับด้วยความท้าทาย ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปควบคอเสื้อของคนตัวโตกว่าโน้มลงมาใกล้ จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกัน "ก็ได้... ถ้านายแน่ใจพอนะ" พอร์ชกระซิบตอบรับเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้า "งั้นก็พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิ... ว่าคำว่าแฟนของนายมันหมายความว่าอะไร" คินน์ไม่รอช้าอีกต่อไป กลีบปากหนาทาบทับลงมาทันที ความนุ่มนวลและร้อนแรงผสมผสานกันอย่างลงตัวในจูบที่ไม่ได้เป็นการล่วงเกิน แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้า พอร์ชสะท้านเฮือก เผลอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสที่รุกไล่อย่างเอาแต่ใจแต่เต็มไปด้วยความโหยหา มือบางจิกเข้าที่ไหล่กว้างของคินน์แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว รสชาติหวานล้ำและความหอมหวานที่เอ่อ 1ล้นอยู่ในอกทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีกำลังฟุ้งกระจายจนถึงขีดสุด... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยตะโกนแทรกเข้ามาทันที "คุณคินน์คะ! แย่แล้วค่ะ! คุณนายใหญ่ท่านมาที่ตึกนี้... และกำลังขึ้นมาบนชั้นนี้แล้วค่ะ!" --------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%