“ปล่อยสิโว้ย! จะบีบให้กระดูกข้อมือฉันแหลกคามือหรือไง!”
แรงกระชากจากฝ่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนไม่ได้ทำให้พอร์ชหยุดดิ้น แต่กลับยิ่งจุดไฟโทสะในดวงตาคมกริบของคินน์ให้ลุกโชนขึ้นไปอีก บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลหลักที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอวลไปด้วยกลิ่นอายของความกดดันที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
“ปากเก่งให้มันได้ตลอดเถอะพอร์ช” คินน์เค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาแบบที่เคยใช้กดดันคนอื่น แต่มันคือความคลั่งที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง “เห็นมันยิ้มให้ แล้ววิ่งเข้าไปหาเหมือนหมาดีใจแบบนั้น... ชอบมากเหรอ?”
“มันเรื่องของฉัน” พอร์ชสะบัดแขนออกอย่างแรงจนตัวเซถลาไปกระแทกกับโซฟาหนังราคาแพง “และเขาชื่อ 'วิน' ไม่ใช่ 'มัน' อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในสิ่งที่นายไม่มีสิทธิ์!”
คำว่า 'ไม่มีสิทธิ์' เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง คินน์พุ่งตัวเข้าหาในระยะประชิด มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของพอร์ชไว้กับพนักโซฟา ร่างสูงใหญ่ทาบทับจนอีกคนไร้ทางหนี ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะใบหน้าไม่ได้ทำให้พอร์ชสะทกสะท้าน ตรงกันข้าม เขากลับเชิดหน้าขึ้นท้าทายด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่คินน์เกลียดแสนเกลียด
“ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ? งั้นที่ผ่านมาคืออะไร? การกระทำที่นายปรนนิบัติฉันบนเตียง มันคือการแสดงละครเพื่อแลกกับเศษเงินของฉันหรือไง!”
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างจังจนหน้าหัน เสียงฝ่ามือปะทะผิวเนื้อดังก้องไปทั่วห้อง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทิ้งไว้เพียงรอยแดงจางๆ บนแก้มสากของมาเฟียหนุ่ม
คินน์ค่อยๆ หันกลับมามอง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ไปด้วยความพุ่งพล่าน แต่แทนที่จะโกรธจนบ้าคลั่ง เขากลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวและเย็นเยียบกว่าการตะคอกหลายเท่า
“ตบเลยพอร์ช ตบให้แรงกว่านี้อีก ถ้ามันช่วยให้ลืมแฟนเก่าของนายไปได้...” คินน์ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน “แต่นายควรรู้ไว้นะว่า คนที่นายกำลังเล่นเกมด้วยอยู่ตอนนี้... ไม่ใช่สุภาพบุรุษที่นายจะมาเรียกร้องความเห็นใจได้ง่ายๆ”
“คนอย่างนายมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจ” พอร์ชแค่นยิ้มสวน “หลงตัวเองว่าใครๆ ก็ต้องหมอบราบคาบแก้วให้ บอกตรงๆ นะคินน์... วินเขาดีกว่านายร้อยเท่า ทั้งความอ่อนโยน ความเข้าใจ... เขาไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นแค่สิ่งของที่นายอยากจะโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้เหมือนนาย!”
ชื่อของ 'วิน' ถูกตอกย้ำซ้ำๆ จนเส้นเลือดที่ขมับของคินน์เต้นตุบ เขารู้สึกเหมือนมีพายุหมุนวนอยู่ภายในอก แฟนเก่าที่ทิ้งพอร์ชไปอย่างไม่ใยดีในวันที่ชีวิตพอร์ชตกต่ำที่สุด กลับกล้าโผล่หัวกลับมาพร้อมท่าทีที่ดูดีกว่าเดิม และสิ่งที่ทำให้คินน์สติแทบขาดผึงคือสายตาที่พอร์ชมองไอ้นั่น... สายตาที่เต็มไปด้วยความถวิลหาที่เขาไม่เคยได้รับ
“นายคิดว่ามันรักนายจริงๆ งั้นเหรอ?” คินน์ก้มลงกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ “ถ้ามันรักนาย มันจะไม่ทิ้งนายไปในวันที่นายต้องการมันที่สุด... แต่นี่มันกลับมาทำเป็นหมาเชื่องๆ คอยวนเวียนอยู่รอบตัวนาย นายคิดว่ามันจะมาดีหรือไง? หรือว่านายมันง่าย... แค่คำหวานไม่กี่คำ ก็ยอมให้มันจูงจมูกกลับไปหา!”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้!” พอร์ชพยายามดิ้นรน แต่แรงปะทะกลับน้อยลงเมื่อความจริงในใจเริ่มสั่นคลอน
“ทำไม? แทงใจดำหรือไง?” คินน์กระชากเสียง “ถ้ามันกล้าโผล่หน้ามาที่นี่อีก... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน พอร์ช ฉันอาจจะไม่ได้ทำแค่ห้าม แต่นายอาจจะไม่ได้เห็นหน้ามันอีกเลย!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึง จังหวะหัวใจของคนทั้งคู่เต้นรัวแรงจนแทบจะกลายเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่าก่อนที่พอร์ชจะทันได้โต้ตอบ ประตูบานใหญ่ของห้องนั่งเล่นก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
“ฉันว่าคินน์คงไม่ใจร้ายกับคนของฉันขนาดนั้นหรอกนะ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำเอาพอร์ชชะงักไปทันที คินน์ผละตัวออกมาจากพอร์ชช้าๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ ดวงตามาเฟียหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด
“วิน...” พอร์ชพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ
วินเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าหมั่นไส้ สายตาของเขามองผ่านคินน์ไปหาพอร์ชด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่ชัดเจน “ฉันมาทวงสิ่งที่ควรเป็นของฉันคืน พอร์ช... เรามีเรื่องต้องคุยกันให้จบเสียที”
คินน์กำหมัดแน่นจนสั่น เขาก้าวเข้าไปขวางหน้าพอร์ชไว้ทันที รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนคนในห้องรู้สึกถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไป
“ที่นี่บ้านฉัน” คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยคำประกาศิต “และถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... อย่าหาว่ากูไม่เตือนว่ากระสุนในปืนกูมันไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง!”
วินชะงักฝีเท้า แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับกว้างขึ้น “งั้นเหรอ? แต่ดูเหมือนคนของคุณเขาจะไม่ได้ต้องการการปกป้องจากคุณหรอกนะ... จริงไหมพอร์ช?”
พอร์ชเงยหน้าขึ้นมองวิน สลับกับแผ่นหลังกว้างของคินน์ที่ยืนขวางหน้าเขาไว้อย่างมั่นคง ความสับสนตีรวนอยู่ในใจ สายตาของพอร์ชที่มองไปที่วินมีความลังเลที่ทำให้หัวใจของคินน์บีบคั้นอย่างรุนแรง
คินน์หันกลับมามองพอร์ช สายตานั้นไม่ได้เย็นชา แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้ความดิบเถื่อน “ตอบมันสิพอร์ช... ว่ามึงจะเลือกใคร”
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของพอร์ช
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แบล็กเวลเวตสัญญาว่าจะพาคุณไปพบกับบทสรุปที่ร้อนแรงกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 22
อดีตที่ตามมาหลอกหลอน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!