เสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของพอร์ชในความเงียบงั้นหรือคะ... น่าเสียดายที่มันถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของธีร์ คนที่มักจะปรากฏตัวในจังหวะเวลาที่น่าหงุดหงิดที่สุดเสมอ
“ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะ”
รอยยิ้มมุมปากของธีร์ไม่ได้มีความเกรงใจอยู่เลยสักนิด ดวงตาระยิบระยับคู่นั้นกวาดมองร่างโปร่งของพอร์ชที่ยังคงยืนชิดติดผนัง โดยมีเงาของคินน์ทาบทับลงมาจนแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มีดกรีดออกได้
พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น เผลอขยับตัวถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อสร้างระยะห่าง ทว่ากลับถูกมือใหญ่ของคินน์คว้าเข้าที่ข้อมือไว้อย่างรวดเร็ว แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดจนปฏิเสธไม่ได้
“รู้ตัวก็ดี” เสียงของคินน์เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบตวัดมองเพื่อนสนิทที่ก้าวล้ำเส้นเข้ามาด้วยแววตาดุดัน “ไสหัวไปซะ ธีร์”
“ใจร้ายจังคินน์ ฉันแค่อมยิ้มกับบรรยากาศหวานๆ ของพวกนายเอง” ธีร์ยักไหล่ ท่าทีสบายๆ นั้นยิ่งทำให้เส้นเลือดบนขมับของคินน์เต้นตุบ พอร์ชเหลือบมองคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกอึดอัดระคนหมั่นไส้ สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันประสาอะไร ถึงได้ส่งสายตาดოปิสารพัดพิษใส่กันได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้กันขนาดนี้
“ถ้านายว่างมากนัก ก็ไปไกลๆ ตีนฉันซะ” พอร์ชสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด สะบัดข้อมือแรงๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม แต่คินน์กลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้นไปอีก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพอร์ชจนแผ่นหลังของร่างโปร่งแนบสนิทไปกับผนังเย็นเฉียบอีกครั้ง
“ใครอนุญาตให้เธอพูดจาแบบนี้ใส่คนอื่นฮึ พอร์ช” คินน์ก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงดุดันแต่กลับเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาพอร์ชขนลุกซู่โดยอัตโนมัติ
“ปล่อยนะเว้ย! นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” พอร์ชเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจน ความดื้อรั้นในตัวพอร์ชไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คินน์แทบคลั่งตายในทุกๆ วัน
“สิทธิ์เหรอ... อยากรู้จริงๆ สินะว่าฉันมีสิทธิ์อะไร”
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะดึงร่างของพอร์ชให้เดินตามแรงกระชากออกจากมุมอับนั้น ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมคณะนับสิบคนที่กำลังจับจ้องมาเป็นตาเดียว เสียงเพลงในปาร์ตี้รูมยังคงดังกระหึ่ม แต่บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับเงียบงันลงถนัดตาเมื่อคินน์พาพอร์ชเดินมาหยุดอยู่กลางห้องโถง
ธีร์เดินตามหลังมาติดๆ รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
“คินน์ นายจะทำบ้าอะไรวะ ปล่อยฉันนะ!” พอร์ชพยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับเมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งคณะ ใบเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความกรุ่นโกรธและความอับอายปะปนกัน ความปากเก่งของพอร์ชเริ่มสั่นคลอนเมื่อฝ่ามือใหญ่นั้นเลื่อนขึ้นมาโอบรอบเอวบางไว้แน่น ลากเข้าหาตัวด้วยความครอบครองอย่างโจ่งแจ้ง
“เงียบ” คินน์สั่งเสียงต่ำ ดวงตาสีเข้มกราดมองรอบห้อง เสียงพูดคุยซุบซิบของคนในงานเงียบเสียงลงทันทีภายใต้รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของทายาทผู้มีอิทธิพล
ไม่มีใครกล้าสบตากับคินน์... ยกเว้นธีร์
“ทุกคนฟังไว้ตรงนี้” คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน ชัดถ้อยชัดคำ และทรงอำนาจพอที่จะหยุดทุกความเคลื่อนไหวในห้องนั้น “พอร์ช... เป็นคนของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะ ไม่มีสิทธิ์มองด้วยสายตาแทะโลม และไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้... ถ้าไม่อยากตาย”
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที คำประกาศกร้าวที่ไร้ความเกรงใจใครหน้าไหนทำให้พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนที่พวงแก้มจนต้องเบือนหน้าหนีความอับอายและอาการเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาพร้อมๆกัน
นี่มันบ้าชัดๆ! คินน์สติหลุดไปแล้วหรือไงถึงได้ประกาศตัวเป็นเจ้าของกันต่อหน้าคนนับสิบแบบนี้!
ธีร์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบไหววูบด้วยความไม่พอใจที่ถูกหักหน้าอย่างจัง “พูดจาให้มันดีๆ หน่อยคินน์ พอร์ชเขามีปากมีเสียง เขายังไม่ได้ตอบตกลงเป็นของนายสักหน่อย”
“แล้วนายคิดว่าเขาจะเลือกใครล่ะ ธีร์” คินน์เหยียดยิ้มหยัน ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า วงแขนที่โอบเอวพอร์ชอยู่กระชับแน่นขึ้นจนร่างทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง “ในเมื่อตอนนี้... ตัวและหัวใจของเขามีแต่ชื่อฉันคนเดียว”
“ไอ้คนหลงตัวเอง!” พอร์ชแว้ดใส่ทันที พร้อมกับใช้ศอกกระแทกสีข้างของคนตัวโตอย่างแรงเพื่อแก้เขิน “ใครเป็นของนาย หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินว่าฉันปฏิเสธอยู่ทุกวัน!”
ทว่าคินน์กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขากลับก้มลงกระซิบข้างริมฝีปากของพอร์ชด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังเข่าแทบทรุด
“ปากบอกปฏิเสธ... แต่ตัวเธอกำลังสั่นเพราะเขินฉันอยู่ต่างหากล่ะ พอร์ช”
พอร์ชอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออกเพราะมันคือความจริง ร่างกายซื่อตรงกว่าคำพูดเสมอ และความแนบชิดนี้ก็กำลังทำให้สติของพอร์ชกระเจิงไปไกล
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตูทางเข้า
ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่หายหน้าไปจากกลุ่มนานนัปการก้าวออกมา พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมายังคินน์และพอร์ช
“ว้าว... แสดงความเป็นเจ้าของได้น่าประทับใจดีนี่ คินน์” เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ “แต่เสียดาย... ว่าคนที่นายกำลังกอดอยู่น่ะ... เขารับปากจะไปดินเนอร์กับฉันคืนนี้แล้วนะ”
คินน์ชะงัก ร่างกายที่โอบกอดพอร์ชอยู่แข็งทื่อขึ้นมาทันที ขณะที่พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญชัดๆ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งดุเดือดและชวนใจเต้นของคินน์กับพอร์ชนะคะ!
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 23
ความหึงที่ไร้ขีดจำกัด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!