คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 28

คินน์รับมือกับดราม่า

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
แสงไฟนีออนสลัวภายในห้องรับรองวีไอพีสะท้อนกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของธีร์จนสว่างวาบ รอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของเพื่อนสนิทผู้ทรยศคนนั้นไม่ได้ทำให้พอร์ชสะดุ้งสะเทือนเท่ากับภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ... คลิปวิดีโอตอนที่เขากับคินน์กำลังยื้อยุทธฉุดกระชากกันด้วยความใกล้ชิดเกินงามเมื่อสัปดาห์ก่อน กำลังเล่นซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้เสียง แต่มันกลับกู่ก้องความอับอายไปทั่วทั้งโสตประสาทของคนในห้อง "น่าสนุกดีออกว่าไหมครับคุณคินน์... ถ้าคลิปนี้หลุดออกไปถึงมือนักข่าวสายบันเทิง หรือไปโผล่อยู่บนหน้าฟีดสาธารณะของบริษัท ภาพลักษณ์ทายาทมหาเศรษฐีผู้ไร้รอยด่างพร้อยของคุณจะกลายเป็นยังไงนะ" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานแต่เต็มไปด้วยพิษสง ดวงตาเรียוรีพราวระยับด้วยชัยชนะยามกวาดมองร่างโปร่งของพอร์ชที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างกายคินน์ บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่มีใครคาดคิดเลยว่า... ปฏิกิริยาของคินน์จะไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงของคินน์ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อบังพอร์ชให้อยู่ด้านหลังอย่างมิดชิด ไหล่กว้างแผ่ไอเย็นเยียบที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหันกลับมาจ้องมองเพื่อนสนิทที่คบหากันมานานนับปีด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง "นายคิดว่าตัวเองกำลังถือไพ่เหนือกว่างั้นเหรอ ธีร์" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่กังวานก้องและบาดลึกจนคนฟังต้องสะดุ้ง "อ้าว หรือว่าไม่ล่ะครับ? หรือว่าคุณคินน์คนเก่งกลัวว่าความลับเรื่องเด็กในคาถาคนนี้จะรั่วไหลจนป๋าของคุณเฉดหัวออกจากกองมรดกกันแน่" ธีร์ยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่คินน์ขีดเส้นเอาไว้ "ความลับเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและไร้ความรู้สึกทำเอาธีร์ชะงัก ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปหาธีร์ช้าๆ แต่ทรงพลัง กดดันให้คนที่ถือไพ่เหนือกว่าต้องถอยหลังไปทีละก้าวโดยสัญชาตญาณ "นายคิดตื้นเกินไปหรือเปล่าธีร์ว่าฉัน... คินน์ อัครเดโช จะปล่อยให้คนอย่างนายมาลูบคมเล่นได้ง่ายๆ" "คุณหมายความว่า..." พอร์ชที่ยืนอยู่ด้านหลังมองแผ่นหลังกว้างของคินน์ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวคลิปวิดีโอนั่นจะหลุดออกไป แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นวาบที่แผ่ซ่านมาจากตัวตนของคนที่ยืนบังลมฝนให้เขาต่างหาก คินน์ในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณหนูปากจัดจ้านคนเดิม แต่คือโล่กำบังอันแข็งแกร่งที่พร้อมจะชนกับทุกคนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเขาอย่างเปิดเผย และก่อนที่ธีร์จะได้ทันตั้งตัว คินน์ก็คว้าข้อมือของเพื่อนสนิทที่ถือโทรศัพท์ไว้อย่างรวดเร็วราวกับเสือตะครุบเหยื่อ แรงบีบมหาศาลทำเอาหน้าจอโทรศัพท์แทบร้าว ธีร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนหน้าเหเก โทรศัพท์เครื่องนั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมหนานุ่มเสียงดังตุบ "ถ้าคลิปนั่นมันจะหลุดออกไป..." คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูของธีร์ น้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำแต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าคำประกาศิต "คนที่เดือดร้อนที่สุดจะไม่ใช่ฉัน... แต่จะเป็นตระกูลของนายที่จะต้องพินาศย่อยยับภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้า จำคำฉันเอาไว้ให้ดี" ความเงียบสงัดกลับมาเยือนอีกครั้ง ธีร์หน้าซีดเผือดด้วยความตระหนกเมื่อตระหนักได้ว่าอำนาจมืดในมือของคินน์นั้นมีอิทธิพลมากแค่ไหน เขาประเมินความคลั่งของเพื่อนคนนี้ต่ำเกินไป ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความเด็ดขาดของคินน์นั้นเอง พอร์ชก็ตัดสินใจก้าวออกมาจากด้านหลังของร่างสูง มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อเชิ้ตของคินน์เบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสบกับดวงตาคมเข้มที่มักจะซ่อนความห่วงใยไว้ใต้คำพูดร้ายกาจเสมอ "พอได้แล้วครับคุณคินน์..." พอร์ชกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "คนแบบนี้... ไม่คุ้มค่าหรอกที่จะเอาอนาคตไปแลกด้วย" คินน์ชะงักไปเล็กน้อยยามที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนเนื้อผ้า ความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่มอดดับลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกรดด้วยน้ำเย็นจัด ดวงตาคมที่เคยมองกราดรอบห้องเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงเมื่อก้มมองคนตรงหน้า ปากที่มักจะหาเรื่องเก่งเสมอขยับยุบยิบคล้ายอยากจะเอ่ยคำดุแต่ก็ทำไม่ลง "นายกล้าดียังไงมาสั่งฉัน หื้ม... พอร์ช?" คินน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมคลายมือออกจากข้อมือของธีร์อย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันมาใช้สายตาคาดโทษใส่เด็กดื้อที่บัง-อาจมาออกคำสั่งกับเขา "ผมไม่ได้สั่ง แค่เตือนสติเฉยๆ หรอกน่า..." พอร์ชย่นจมูกใส่เล็กน้อยอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะแอบอมยิ้มบางๆ ที่มุมปากโดยไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มนั้นมันกระชากใจคนมองขนาดไหน "อีกอย่าง... ขอบคุณนะครับที่ปกป้อง" คำขอบคุณสั้นๆ จากปากของพอร์ชทำเอาคินน์นิ่งค้างไปชั่ววินาที เลือดในกายสูบฉีดจนใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามตีสีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความเขินอายแค่ไหน แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงเคมีฟุ้งกระจายที่อบอวลอยู่รอบตัวเขาทั้งคู่ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบานประตูห้องรับรองที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งคินน์และพอร์ชหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ร่างสูงโปรغاتของใครอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจในความหายนะ พร้อมกับเอกสารสำคัญในมือที่ถูกชูขึ้นสูง และประโยคทักทายที่ทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเยียบลงทันที... "ขอโทษทีที่ขัดจังหวะสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'พินัยกรรม' ตัวจริงไม่ได้อยู่กับพวกคุณอีกต่อไปแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%