กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวของคลับหรู ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ารื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อแรงกดดันมหาศาลจากสายตาสองคู่กำลังพุ่งตรงมายังร่างโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม
พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ชายสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกระอาปนขบขัน คนหนึ่งคือ ‘ธีร์’ เพื่อนสนิทที่สวมหน้ากากนักบุญแต่ซ่อนพิษสงไว้รอบตัว ส่วนอีกคน... ‘คินน์’ เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นยักษ์เป็นมาร แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนั่นต่างหาก ที่ฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นขีดAสุด
"เลิกจ้องฉันเหมือนฉันไปฆ่าใครตายสักทีเถอะ ธีร์ นายว่างมากเหรอถึงได้ขยันสร้างสตอรี่เรียกเรตติ้งนัก" พอร์ชเปิดฉากสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก ดวงตาสีเข้มไม่มีแววหวาดหวั่นเลยสักนิด แม้สถานการณ์ตอนนี้เขาจะตกเป็นรองในฐานะเป้าหมายของการสอบสวนก็ตาม
"สตอรี่เหรอพอร์ช?" ธีร์ยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้โซฟาอีกนิด ทอดสายตาเจ้าเล่ห์มองสำรวจเรือนร่างสมส่วนของคนตรงหน้าอย่างจงใจยั่วโมโห "รูปถ่ายเมื่อคืนก่อน... แล้วก็คลิปเสียงที่เราคุยกันในรถ มันเป็นแค่สตอรี่ในจินตนาการของฉันจริงๆ งั้นเหรอ นายกล้าพูดต่อหน้าคินน์ไหมล่ะ ว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกินเลย"
*เพล้ง!*
เสียงแก้ววิสกี้ในมือคินน์ถูกบีบเข้าหากันจนร้าว แม้มันจะไม่แตกละเอียดคามือ แต่แรงอารมณ์ที่ระเบิดออกมาผ่านดวงตาสีเข้มคู่ดุนั้น ทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ คินน์ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาวาวโรจน์ ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่พอร์ช นัยน์ตาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยความหยิ่งทะนง
"พูดสิพอร์ช" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำทุ้มต่ำแหบพร่าแต่น่ากลัว "นายกล้าปฏิเสธไหม... ว่าเมื่อคืนนายไม่ได้ไปกับมัน"
พอร์ชชะงักไปชั่ววินาที หัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นแววตาตัดพ้อที่คินน์พยายามซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย็นชา รอยยิ้มเยาะที่เคยประดับอยู่บนเรียวปากสวยเลือนหายไปชั่วขณะ เขาไม่ได้กลัวธีร์จะแบล็กเมล์ แต่เขากำลังหงุดหงิดที่คินน์โง่เง่าพอจะเชื่อคำปั่นหัวของคนอื่นมากกว่าความรู้สึกของเขาเอง
"ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ นายจะทำไมคินน์?" พอร์ชเชิดหน้าขึ้น ท้าทายกลับด้วยความดื้อรั้นที่อยู่ในสายเลือด ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว "นายมีสิทธิ์อะไรมาซักไซ้ฉันขนาดนี้ เราเป็นอะไรกันเหรอ? แค่เด็กในปกครองที่นายเก็บมาประชดชีวิต หรือเป็นแค่คนที่นายแค่อยากต้อนให้จนมุมเพื่อความสะใจ?"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้คินน์พุ่งเข้ามาประชิดตัวในพริบตา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า แรงบีบไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้าย แต่ความร้อนจากฝ่ามือที่แนบเนื้อนั้นกำลังแผดเผาหัวใจของทั้งสองคนให้แหลกสลาย
"อยากรู้เหรอว่าฉันมีสิทธิ์อะไร?" คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ "สิทธิ์ที่ฉันคอยตามเช็ดตามล้างเรื่องโง่ๆ ของนาย สิทธิ์ที่ฉันนอนไม่หลับทุกครั้งที่รู้ว่านายเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับไอ้พวกเวรนี่... หรือสิทธิ์ของการเป็นคนเดียวที่มันคลั่งนายจนแทบจะบ้าอยู่แล้ววะ!"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ธีร์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมห้องถึงกับหุบยิ้มสนิท ดวงตาคู่คมฉายแววริษยาและตกใจระคนกันเมื่อได้ยินคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็งอย่างคินน์
พอร์ชเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความอบอุ่นที่ซัดสาดเข้ามาในช่องอกจนขอบตาร้อนผ่าว ปากเก่งๆ ที่เคยสวนกลับได้ทุกคำกลับเม้มเข้าหากันแน่น สมองตื้อตันไปหมดเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ถูกงัดออกมาตอกย้ำ
"นาย... พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย คินน์" พอร์ชหลบสายตา วูบไหวจนปิดไม่มิด
"ฉันไม่ได้บ้า!" คินน์กดเสียงต่ำลงอีก มือข้างที่จับแขนเปลี่ยนเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้า "ยอมรับความจริงสักทีพอร์ช... ว่านายเองก็รู้สึกเหมือนกัน เลิกทำตัวเป็นกำแพงหนาแล้วมองหน้าฉันนี่!"
นิ้วเรียวของคินน์เชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา ดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาในยามปกติ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเวทนาและเว้าวอน ร่องรอยของความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนานระเบิดออกมาอย่างไร้ฟอร์ม ทำให้พอร์ชรู้ซึ้งทันทีว่า... ผู้ชายคนนี้พ่ายแพ้ให้กับเขาหมดรูปแล้วจริงๆ
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว
ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่ลมกั้น
พอร์ชหลับตาลงเตรียมรับสัมผัสที่โหยหา
ทว่า... ก่อนที่เรียวปากของทั้งคู่จะแตะกัน เสียงปรบมือดังสนั่นก็แหวกลรรยากาศขึ้นจากมุมมืด
"โอ้... ซึ้งกินใจมากครับเพื่อนรัก เล่นละครตบตาเก่งแบบนี้ น่าเอาโล่ Oscar ไปครองจริงๆ"
เสียงทุ้มหวานแต่เย็นเยียบของใครอีกคนดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากเงาสลัวของประตูห้องรับรอง ใบหน้าของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ขณะที่ในมือถือโทรศัพท์หน้าจอเปิดสว่างวาบ... ซึ่งกำลังเล่นคลิปวิดีโอเหตุการณ์ลับสุดยอดที่พวกเขาทั้งคู่ไม่มีวันคาดคิดว่าจะหลุดออกไปสู่สาธารณะ!
แบล็กเวลเวตขอขอบคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมใจกันระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนนี้นะคะ
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 27
เมื่อความจริงต้องถูกเปิดเผย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!