กลิ่นไออับชื้นของโกดังร้างผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกผลักปิดลงอย่างแรง เสียงฝีเท้าของลูกน้องธีร์ที่กระจายตัวอยู่รอบนอกดังสะท้อนก้อง แต่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของพอร์ชในวินาทีนี้ไม่ใช่ความอันตรายตรงหน้า หากเป็นร่างสูงของคินน์ที่ก้าวเข้ามาด้วยลมหายใจหอบกระชั้น ร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้ยิบย่อยตามกรอบหน้าคมคายยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนที่น่ามองให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
"นาย... โง่หรือบ้ากันแน่ที่มาคนเดียวตามคำท้าของมัน"
พอร์ชพยายามเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ข้อมือทั้งสองข้างจะถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกเส้นหนaาที่เสמוดเสมือนเครื่องเตือนใจว่าเขากำลังเป็นจุดอ่อนให้อีกฝ่าย แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับไม่มีแววหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่พร้อมจะต่อปากต่อคำได้ทุกเมื่อ
คินน์ไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเช็กความปลอดภัย ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มเหยียดหยันออกมาตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย
"ถ้าฉันไม่มา เด็กปากดีอย่างนายก็คงโดนพวกมันจับถลกหนังหัวไปทำกระเป๋าถือแล้วมั้งพอร์ช... เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วหุบปากสักนาที จะตายหรือไงถ้าจะทำตามที่ฉันสั่งบ้าง"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาตินี้ทั้งชาติก็คงหาเมียไม่ได้หรอกคินน์... อื้อ!"
คำพูดประชดประชันถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงพุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาเอื้อมมาคว้าคางมนแล้วบีบเบาๆ พอให้รู้ตัว พร้อมกับใช้มีดพกขนาดเล็กที่แอบซ่อนไว้ตัดเชือกพันธนาการข้อมือให้อย่างรวดเร็ว ไอร้อนจากฝ่ามือของคินน์ที่แนบอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจของพอร์ชกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
ใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
"ถ้าฉันไม่มีเมีย คนแรกที่จะต้องมารับผิดชอบชีวิตฉันก็คือนายจำไว้" คินน์กระซิบชิดริมหีบปาก เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ท่าทีเยชา
"ใครจะไปอยากรับผิดชอบคนปากแข็งอย่างนาย..." พอร์ชเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เคมีที่พวยพุ่งระหว่างพวกเขามันรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและชวนฟินจิกหมอนนั้น เสียงปรบมือเยาะเย้ยก็ดังขึ้นจากความมืดมุมตึก
"โอ้โห... ภาพยนตร์รักโรแมนติกกลางดงกระสุน น่าประทับใจเสียจริงนะ"
ธีร์ก้าวออกมาจากเงานั้น รอยยิ้มเยือกเย็นประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ในมือถือปืนกระบอกเล็กที่เล็งตรงมายังทิศทางของคินน์และพอร์ชอย่างไม่ลังเล "เสียดายนะคินน์ ที่ฉากจบของแกวันนี้ มันจะไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยาย"
คินน์ดึงพอร์ชมาหลบไว้ด้านหลังสัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่าน ร่างสูงแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ "อยากลองดีนักใช่ไหมธีร์ เข้ามาสéd"
ทว่าก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ลั่นไกหรือพุ่งเข้าใส่กัน เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังกระหึ่มก้องกังวานจากด้านนอกประตูโกดัง พร้อมกับแสงไฟหน้ารถยนต์นับสพคันที่สาดส่องทะลุกระจกสกปรกเข้ามาจนสว่างจ้า
วิทยุสื่อสารในมือของลูกน้องธีร์ส่งเสียงแตกพร่าแจ้งสถานการณ์วิกฤต "ลูกพี่! แย่แล้วครับ ตำรวจกับคนของตระกูลคินน์ปิดล้อมไว้หมดแล้ว!"
ธีร์หน้าถอดสี รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เขากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ปืนในมือสั่นระริกก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจหันปากกระบอกปืนมาทางพอร์ชด้วยความบ้าคลั่ง "ในเมื่อฉันไม่ได้นาย คินน์... นายก็ต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดไปชั่วชีวิต!"
"อย่านะเว้ย!" คินน์คำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบเถื่อนพุ่งทะยาน ร่างสูงกระโจนเข้าใส่พอร์ชเพื่อใช้แผ่นหลังของตัวเองบังวิถีกระสุนที่กำลังจะถูกลั่นออกไปในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น!
เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโกดังร้าง พร้อมกับร่างของคินน์ที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอ้อมกอดของพอร์ช หยาดเลือดสีแดงฉานไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและปากร้าย ค่อยๆ ปรือปรอยลงอย่างช้าๆ
พอร์ชเบิกตากว้าง หูอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป มือเรียวสั่นเทาขณะพยายามกดแผลที่ไหล่ของอีกฝ่ายเพื่อห้ามเลือด หยาดน้ำตาที่กลั้นมานานไหลทะลักลงมาอาบแก้มอย่างควบคุมไม่ได้
"คินน์! คินน์นายห้ามตายนะ... ไอ้คนปากร้าย นายยังไม่ได้บอกเลยไม่ใช่เหรอว่ารู้สึกยังไงกับฉัน... ไอ้งั่งเอ๊ย!" เสียงสะอื้นฮักของพอร์ชดังปะปนกับเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังระรัวอยู่ข้างนอก
คินน์ฝืนยิ้มมุมปากทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด มือหนาเอื้อมขึ้นมาแตะแก้มเนียนของพอร์ชเบาๆ อย่างทะนุถนอมเป็นครั้งแรก ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากจะขยับกระซิบถ้อยคำที่เก็บซ่อนไว้มานานด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับลม
"ฉัน... รักนาย... ตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะ... พอร์ช..."
สิ้นคำพูดนั้น เปลือกตาของคินน์ก็ปิดสนิทลงทันที พร้อมกับชีพจรที่อ่อนยวบคาอ้อมกอดของคนรัก ขณะที่เงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉาน—
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความรู้สึกของตัวละครเสมือนจริงนะคะ!
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 30
ความในใจที่พูดไม่หมด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!