"ถ้าก้าวออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว นายเตรียมตัวเจอดีแน่... พอร์ช"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นไม่ได้เจือแววหยอกเย้าเลยแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากซาตานในร่างมนุษย์ที่ยืนขวางประตูทางออกไว้จนมิด บรรยากาศรอบตัวคินน์ตอนนี้เย็นยะเยือกเสียจนแผ่นหลังของดิฉัน... เอ๊ย ของพอร์ชรู้สึกได้ถึงไอความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาเป็นระลอก
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึก เสียงเคาะประตูกับเสียงเรียกของ 'ธีร์' ที่ดังทะลุกำแพงเข้ามาเมื่อวินาทีที่แล้ว เปรียบเสมือนชนวนระเบิดที่ทำให้คนตัวสูงใหญ่ตรงหน้าสติหลุดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของคินน์วาวโรจน์ขึ้นมาทันทีราวกับเสือหิวที่กำลังมองเหยื่ออันโอชะ และทันทีที่พอร์ชออกแรงผลักอกแกร่งนั้นเพื่อจะปลีกตัวหนี คินน์ก็จัดการรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยความเร็วแสง พร้อมกับล็อกกลอนประตูเสียงดัง *'คลิก'* ลั่นห้อง
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งจริงๆ ค่ะ
"หลบไปนะคุณคินน์! เสียงธีร์เรียกอยู่ไม่ได้ยินหรือไง เขาคงสงสัยว่าทำไมผมถึงหายเข้ามาในห้องนี้นานสองนาน" พอร์ชเชิดหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกเพราะระยะห่างระหว่างกันมันใกล้เกินไป ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง นิ้วเรียวแข็งแรงเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ระหน้าผากของคนตัวเล็กกว่าแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความรุนแรงและคุกคามกลายๆ จนพอร์ชต้องเอียงคอหลบตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"ปล่อยให้มันเห่าเรียกไปสิ..." คินน์กระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่มีทางยอมรับออกมาตรงๆ "ฉันสนที่ไหนล่ะ... ในเมื่อตอนนี้ สิ่งที่ฉันสนใจมันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่"
"ไอ้คนบ้าเอ๊ย!" พอร์ชสบัดหน้าหนี พยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการแต่ก็ไร้ผล แรงควายของพ่อคุณนี่มันเกินมนุษย์มนาจริงๆ "ปล่อยผมนะ ผมไม่ใช่สมบัติของคุณที่จะมาสั่งห้ามโน่นห้ามี่ได้ แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมสักที เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!"
คำว่า 'ไม่ได้เป็นอะไรกัน' ดูเหมือนจะไปสะกิดต่อมความอดทนเส้นสุดท้ายของคินน์เข้าอย่างจัง ดวงตาคมดุหรี่แคบลง ร่างสูงขยับก้าวเข้ามาเบียดชิดจนพอร์ชต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิท คินน์ใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวอีกฝ่ายไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบในอากาศ
"งั้นเหรอ..." คินน์ทวนคำ เสียงกระซิบต่ำลึกและอันตราย "งั้นฉันจะทบทวนความทรงจำให้นายใหม่ดีไหม ว่าเรา 'เป็นอะไร' กัน... หื้ม?"
พอร์ชรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโกรธปนความประหม่าที่ตีรันวนเวียนอยู่ในอก รสสัมผัสจากเหตุการณ์ในห้องพักฟื้นและห้องปาร์ตี้ยังคงหลอนอยู่ในความรู้สึก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวคินน์ทำให้สมองของพอร์ชเริ่มรวนเร
"ถอยไปนะ! อย่ามาฉวยโอกาส" พอร์ชกัดริมฝีปากแน่น ใช้มือเล็กดันลาดไหล่กว้างไว้เต็มแรง "ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวรุ่มร่าม ผมจะโวยวายให้คนข้างนอกเข้ามาดูจริงๆ ด้วย!"
"เชิญ..." คินน์ท้าทายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "ตะโกนให้สุดเสียงเลยพอร์ช แล้วรอดูว่าถ้าธีร์หรือใครหน้าไหนเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพเราตอนนี้... พวกมันจะคิดไปถึงไหนต่อไหน"
คนหน้าไม่อาย! พอร์ชนึกด่าในใจเป็นล้านรอบ ผู้ชายคนนี้มีวิธีจัดการกับความพยศของเขาได้ชะรรัดนัก ร่างบางเม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยตวัดมองค่อนอย่างไม่สบอารมณ์ ยิ่งเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจจนเกินร้อยของอีกฝ่าย พอร์ชก็ยิ่งอยากจะเอาชนะให้ได้
"คุณต้องการอะไรกันแน่คินน์?" สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายยอมจำนนด้วยคำถามตัดบท เมื่อรู้ว่าดื้อไปก็มีแต่จะเปลืองแรงเปล่า
คินน์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าจับตี ไล่เรื่อยลงมาที่ริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะระบายขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่ใครเห็นก็ต้องใจสั่น
"อยากให้ปล่อยตัวนายใช่ไหม?" คินน์เลิกคิ้วถาม
"อื้อ!" พอร์ชพยักหน้ารัวๆ
"งั้นก็ฟังให้ดี... เพราะฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว" คินน์ปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น รังสีความกดดันรอบตัวเข้มข้นขึ้นจนพอร์ชต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป นายต้องทำตามกฎสามข้อของฉัน... ถ้าไม่อยากให้ฉันพังงานปาร์ตี้คืนนี้แล้วลากตัวนายกลับคอนโดฯ ไปซะก่อน"
พอร์ชเบิกตากว้างทันที "อะไรนะ?! กฎอะไรของคุณ ทำไมผมต้องทำตาม?"
"เพราะนายไม่มีสิทธิ์ต่อรองไงพอร์ช" คินน์เอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาด นิ้วเรียวยื่นไปแตะปลายคางมนแล้วบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา "ฟังข้อแรก... ห้ามไปยิ้มเรี่ยราดใส่ใครหน้าไหนโดยเฉพาะไอ้ธีร์ ถ้าฉันเห็นนายส่งยิ้มพิมพ์ใจให้มันอีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะจูบ "ลงโทษ" นายกลางงานปาร์ตี้ให้ดู"
"ไอ้โรคจิต!" พอร์ชร้องลั่น พยายามจะสะบัดหน้าหนีแต่ถูกล็อกไว้แน่น
"ข้อสอง..." คินน์ทำเป็นหูทวนลม พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ห้ามปลีกตัวไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด จะไปเข้าห้องน้ำหรือหยิบเครื่องดื่ม นายต้องรายงานฉัน หรือไม่ก็ต้องให้ฉันเดินตามประกบติด... และข้อสุดท้าย..."
ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของพอร์ช ราวกับจะสลักข้อความนี้ลงในความทรงจำของคนตัวเล็ก
"ห้ามปฏิเสธเวลาที่ฉันเข้าใกล้..." น้ำเสียงของคินน์อ่อนลงชั่วขณะ แต่กลับทรงพลังและสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องของพอร์ชได้อย่างประหลาด "เข้าใจที่พูดไหม... เด็กดื้อ"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกัน พอร์ชจ้องหน้าคนเอาแต่ใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งโกรธ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ความรู้สึกวูบวาบแปลกๆ ที่แล่นพล่านไปทั่วร่างยามที่สบตากับแววตาคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชานั้น
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเป็นบ้าเลยค่ะ!
"ถ้าผมไม่ทำตามล่ะ..." พอร์ชยังคงดื้อดึง เชิดหน้าขึ้นท้าทายแม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังเพลี่ยงพล้ำ
คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนกลีบปากนิ่ม สร้างความสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ก็ลองดูสิ..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก "แล้วนายจะได้รู้ว่าฉันพูดจริงทำจริงแค่ไหน..."
ยังไม่ทันที่พอร์ชจะได้อ้าปากเถียงกลับไป เสียงเคาะประตูกรั้วห้องพักผ่อนก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
"พอร์ช! นายอยู่ในนั้นหรือเปล่า? ทำไมประตูมันล็อกล่ะ เปิดให้ฉันหน่อยสิ"
เสียงของ *'ธีร์'* ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องลงทันที คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์ยิ่งกว่าเดิม ขณะที่พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบใช้สองมือผลักอกแกร่งของคินน์ให้ออกห่างทันที
แต่ทว่า... ในจังหวะที่พอร์ชกำลังจะเอ่ยปากตอบรับเสียงเรียกข้างนอกนั้นเอง มือหนากลับคว้าต้นแขนของเขาไว้แน่น กระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งอีกครั้ง
ก่อนที่คินน์จะโน้มใบหน้าลงมา... กระซิบคำพูดประโยคสุดท้ายข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้พอร์ชแทบหยุดหายใจ
"ถ้ากล้าส่งเสียงขานรับมันแม้แต่คำเดียว... นายเตรียมตัวเจอดีบนเตียงนี้ได้เลยพอร์ช..."
*โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มความฟินให้แบล็กเวลเวตนะคะ!
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 4
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!