"ถ้ากล้าส่งเสียงขานรับมันแม้แต่คำเดียว... นายเตรียมตัวเจอดีบนเตียงนี้ได้เลยพอร์ช..."
ประโยคคำรามต่ำที่แนบชิดอยู่ข้างใบหูเมื่อครู่ ยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้บนผิวเนื้อราวกับรอยเหล็ก
พอร์ชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยังคงกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น หน้าจอแสดงชื่อของ ‘ธีร์’ เพื่อนสนิทตัวแสบที่กำลังโทรเข้ามารบกวนเวลาอันตรายในยามวิกาลอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา
และคนที่เพิ่งยื่นคำขาดขู่ขวัญเมื่อกี้ ก็กำลังยืนซ้อนหลังอยู่ชิดจนแผ่นอกกว้างแนบติดกับแผ่นหลังของเขา ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดต้นคอทำให้เส้นขนทั่วร่างลุกชันโดยไม่ต้องพยายาม
"รับสิ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดขอบใบหู น้ำเสียงของคินน์เย็นเยียบแต่กลับเจือความหึงหวงดิบเถื่อนที่พอร์ชสัมผัสได้ชัดเจน "เปิดลำโพงด้วยล่ะ ฉันอยากรู้ว่าเพื่อนรักของฉันมันมีธุระปะปังอะไรดนักหนา ถึงได้ขยันโทรมาหาเด็กในห้องชาวบ้านตอนตีสอง"
พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ดวงตากลมโตตวัดมองกระจกเงาตรงหน้า สะท้อนภาพใบหน้าบึ้งตึงของตัวเองและเงาของร่างสูงใหญ่ที่โน้มใบหน้าลงมาคลอเคลียอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น ต่อให้เขาอยากจะเถียงแค่ไหน แต่สัญชาตญาณเตือนภัยในสมองก็กรีดร้องว่าอย่าหาญกล้าลองดีกับคนคลั่งรักที่สติหลุดไปครึ่งซีกคนนี้เด็ดขาด
นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายแล้วใช้นิ้วโป้งแตะปุ่มเปิดลำโพงอย่างเลี่ยงไม่ได้
"กว่าจะรับนะพอร์ช นึกว่าหลับฝันหวานไปถึงดาวอังคารแล้วซะอีก" เสียงทุ้มติดจะขี้เล่นของธีร์ดังลอดออกมาจากลำโพงทันที "คืออย่างงี้... ฉันบังเอิญผ่านมาแถวคอนโดนายพอดี หิวโซจนไส้จะขาด ว่าจะแวะไปปล้นมาม่าสักหม้อหน่อย เปิดประตูให้หน่อยสิ อยู่หน้าห้องแล้วเนี่ย"
พอร์ชเบิกตากว้างขึ้นนิดหน่อยโดยอัตโนมัติ
*หน้าห้อง?*
เขากวาดสายตามองไปทางประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคินน์ผ่านเงาสะท้อนในกระจก ทว่าดวงตาคมกริบของคินน์กลับไม่มีแววตกใจเลยสักนิด มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากและประกายตาดิบเถื่อนที่วับวามขึ้นอย่างน่ากลัว
"เอ่อ..." พอร์ชอึกอัก สมองหมุนติ้วหาทางแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า "ดึกดื่นป่านนี้แล้วธีร์ นายจะมากินมาม่าอะไรแถวนี้ กลับไปนอนที่ห้องตัวเองไป๊"
"โห ใจร้ายจังวะ ก็นอนไม่หลับนี่หว่า... ว่าแต่เสียงนายแปลกๆ นะพอร์ช หอบๆ เหมือนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมา หรือว่า..." เสียงของธีร์ลากยาวด้วยความสงสัยระคนหยอกล้อ "อยู่กับใครรึเปล่า? เสียงเหมือนมีคนหายใจอยู่ใกล้ๆ นายนะ"
บรรยากาศในห้องนอนกว้างพลันดิ่งวูบลง อุณหติลดต่ำฮวบจนน่าใจหาย คินน์ไม่ได้ขยับตัวหนี แถมยังจงใจแนบหน้าผากลงกับลาดไหล่ของพอร์ช สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่เจ้าตัวจงใจแกล้งทำ ท่าทางคุกคามและแสดงความเป็นเจ้าของนั้นชัดเจนเสียจนพอร์ชต้องรีบยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้พัลวัน
"บ้า... บ้าอะไรเล่า นายหูฝาดไปเองแล้วธีร์" พอร์ชรีบเถียงเสียงหลง พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ฉัน... ฉันเพิ่งตื่นนอน เสียงมันก็เลยแหบๆ หน่อย รีบกลับไปซะ ฉันง่วง!"
"เหรอ..." น้ำเสียงของธีร์เจือแววไม่เชื่อถืออย่างชัดเจน "แต่เสียงนายมันฟ้องนะพอร์ช... เปิดประตูให้หน่อยน่า ฉันอยากเห็นหน้าเพื่อนรักให้หายคิดถึงหน่อย"
พอร์ชยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธ คินน์ที่เงียบมานานก็ขยับริมฝีปากหยักลึกเข้าใกล้ใบหูของพอร์ชมากขึ้น จนริมฝีปากร้อนจัดเฉียดผ่านใบหูกลีบบางอย่างตั้งใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะจงใจเปล่งออกมาดังพอให้ปลายสายได้ยิน
"บอกมันไปสิ... ว่านายไม่ว่าง"
พอร์ชสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นตะครุบปากคินน์ไว้แทบไม่ทัน แต่ก็ช้าเกินไป เพราะเสียงทุ้มห้าวที่เปี่ยมด้วยอำนาจและเสน่ห์ร้ายกาจนั้นเล็ดลอดผ่านไมโครโฟนโทรศัพท์ไปเข้าหูของธีร์เต็มๆ
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงหัวเราะในลำคอแบบรู้ทันจะดังขึ้น
"เฮ้ย... เสียงใครวะ?" น้ำเสียงขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความเย็นชาและจริงจังขึ้นมาทันที "พอร์ช... นั่นเสียงคินน์ใช่ไหม? ทำไมไอนั่นถึงไปโผล่อยู่ในห้องนายได้ตอนตีสองครึ่งวะ!"
พอร์ชเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นอีกนิด ปรายตาค้อนใส่คนที่กำลังลอยหน้าลอยตาขบกัดปลายนิ้วเขาเบาๆ เป็นการลงโทษที่บังอาจเอามือมาปิดปาก
"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ นายหูฝาดไปเองธีร์ กลับห้องไปซะ!" พอร์ชตวาดใส่โทรศัพท์เสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
"หูฝาดบ้านนายสิ! ฉันจำเสียงเพื่อนสนิทตัวเองไม่ได้หรือไงวะ" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเริ่มตึงเครียดขึ้น "เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้พอร์ช ฉันรู้ว่านายไม่ได้อยู่คนเดียว แล้วไอนั่นมันก็คงไม่ได้แค่นั่งคุยปรึกษาธุรกิจกันแน่ๆ!"
ติ๊ด!
พอร์ชตัดสินใจกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเหนื่อยหอบและความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมา เขาเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างแรง หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดทันที
"นายบ้าไปแล้วหรือไงคินน์! อยากให้มันรู้มากนักรึไงว่าเราอยู่ด้วยกัน!" พอร์ชแว้ดใส่เสียงเขียว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "ถ้ามันบุกเข้ามาจริงๆ นายจะทำยังไง ห๊ะ!"
คินน์ไหล่งานเบาๆ สีหน้าของร่างสูงยังคงเรียบเฉย เย็นชา และกวนประสาทเป็นที่สุด ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวพอร์ชอีกก้าว จนแผ่นหลังของคนตัวเล็กชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างจัง
"ก็ดีสิ..." คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับ "ฉันจะได้ประกาศให้มันรู้ชัดๆ ไปเลยว่า... นายเป็นของใคร"
"นายมัน..." พอร์ชกัดฟันกรวด รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าไม่ใช่เพราะความโกรธอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมที่มองมามันร้อนแรงเสียจนหลอมละลายความแข็งกระด้างของเขาจนหมดสิ้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวที่หน้าห้อง ทำเอาทั้งคู่ชะงักกึก
ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่ไม่คิดจะเกรงใจใครของคนที่เพิ่งโดนตัดสายไปเมื่อครู่ "พอร์ช! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น ไอนี้ด... ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!"
พอร์ชหน้าซีดเผือด รีบหันไปมองทางประตูสลับกับมองหน้าคินน์ที่ตอนนี้รอยยิ้มมุมปากหายวับไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงทันทีเมื่อมีมารผจญมาขัดจังหวะสำคัญ
คินน์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำมืดสนิทด้วยความหงุดหงิดระคนอันตราย ร่างสูงก้าวเท้าผละออกจากตัวพอร์ชช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังต้องขนลุกซู่
"ดูเหมือนเพื่อนรักของนาย... จะอยากเจอหน้าฉันจนตัวสั่นเลยสินะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกใจนี้นะคะ
--- แบล็กเวลเวต ---
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 5
เมื่อรูมเมตคนโปรดเริ่มจุ้นจ้าน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!