กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องนอนขนาดกว้างที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจติดขัดของคนบนเตียง พอร์ชขมวดคิ้วแน่นด้วยพิษไข้ ร่างกายที่เคยกระฉับกระเฉงและพร้อมปะทะกับทุกคนบนโลกใบนี้ กลับอ่อนปวกเปียกราวกับกระดาษเปียกน้ำ ดวงตาคู่สวยปรือปรอยมองเพดานสีขาวด้วยความรู้สึกหงุดหงิดระคนน้อยใจ ปมปริศนาที่ค้างคาใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมองที่ตื้อตันไปด้วยความร้อนรุ่ม
"..."
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีสัญญาณเตือน พอร์ชไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเฉพาะตัวปนกับความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนั้น มีเพียงคนเดียวในคฤหาสน์หลังนี้ที่กล้าทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทั้งที่ปากร้ายใจดำ
"ยังไม่ตายใช่ไหม ถึงได้นอนทำหน้าเป็นซากศพอยู่ตรงนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นทันที คินน์ยืนกอดอกมองคนป่วยด้วยแววตาเรียบนิ่ง แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ม่านตาคู่นั้นกลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมชื้นแฉะของคนตรงหน้า
พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ถ้าฉันตาย... นายคงเป็นคนแรกที่จุดพลุฉลองมั้ง คุณคินน์"
"รู้ตัวก็ดี" คินน์ยักคิ้วกวนประสาท ขยับเข้าไปใกล้เตียงอีกนิดเพื่อกดดัน "อย่าคิดว่าแกล้งป่วยแล้วฉันจะใจอ่อนยอมยกหนี้หรือเลิกใช้งานเธอนะ พอร์ช คนอย่างฉันไม่มีทางสงสารคนไร้น้ำ
ยาแบบเธอหรอก"
คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกเข้า Zไปในความรู้สึก พอร์ชนิ่งงัน หัวใจที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งกระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บแปลก ๆ เขารู้ดีว่าคินน์เป็นคนปากร้าย แต่วันนี้... มันเหมือนมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดร้ายกาจเหล่านั้น ความเงียบที่โรยตัวลงมาทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พอร์ชเบือนหน้าหนี ซ่อนหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาเพราะพิษไข้และความน้อยใจ
คินน์ชะงักไปเมื่อเห็นท่าทีเงียบผิดปกติของคนปากเก่ง ปกติแล้วพอร์ชจะต้องสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดทันทีทุกคำ แต่นี่กลับนอนนิ่งราวกับหมดแรงจะต่อสู้ มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกางเกงกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดพุ่งพล่านไม่ใช่เพราะความรั้นของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นที่ยอมฝืนสังขารจนไข้ขึ้นสูงต่างหาก
"ลุกขึ้นมา" สั่งเสียงห้วน
"..." พอร์ชไม่ขยับ ปิดเปลือกตาลงแน่น ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบ
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูน ก่อนจะทิ้งถุงกระดาษใบเล็กจากร้านขายยาลงบนฟูกนุ่มข้างตัวคนป่วย เสียงวัตถุกระทบเบา ๆ ทำให้พอร์ชต้องลืมตาขึ้นมองด้วยความฉงน ถุงยาและเจลลดไข้ปรากฏอยู่ตรงหน้า พร้อมกับซองยาแก้ปวดลดไข้และวิตามินบำรุงที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี
"มองอะไร รีบกินเข้าไปซะ ก่อนที่ฉันจะต้องเป็นคนกรอกให้เธอเอง" คินน์เสมองไปทางอื่น ใบหูข้างขวาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้เจ้าตัวจะพยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดก็ตาม
พอร์ชกะพริบตาปริบ ๆ มองซองยาในถุงสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ความอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างกะทันหัน ความสงสัยที่เคยสุมอยู่ในใจมลายหายไปในพริบตา หรือว่า...
"ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนา... แต่ทำไมถึงซื้อยามาให้ล่ะครับ" พอร์ชเค้นเสียงถาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้จะยังดูอ่อนแรงอยู่มากก็ตาม
"ใครซื้อ? เธอตาฝาดไปเองหรือเปล่า" คินน์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาหลบวูบอย่างมีพิรุธ "ฉันแค่ใช้ให้คนใช้ซื้อมาทิ้งไว้ เพราะไม่อยากให้ห้องนอนฉันเหม็นกลิ่นคนใกล้ตายต่างหาก เลิกเข้าข้างตัวเองได้แล้ว พอร์ช"
"อ๋อเหรอ..." พอร์ชลากเสียงยาว นัยน์ตาสีเข้มเป็นประกายวิบวับด้วยความรู้ทัน "คนใจร้ายแถวนี้ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่งเลยสินะครับ"
"พอร์ช!" คินน์ตวาดเสียงเขียวเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ขายาวก้าวเข้าไปประชิดเตียงอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นคอระหงแล้วดันให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงโดยไม่ทันตั้งตัว "ถ้าไม่อยากกินยาดี ๆ งั้นก็ให้ฉันป้อนด้วยวิธีอื่นดีไหมล่ะ!"
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นไอลมฝนปะทะกันจนรู้สึกได้ แววตาดุดันของคินน์เวลานี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยเป็น ตรงกันข้าม... มันกลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของพอร์ชเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก สัมผัสอุ่นจากมือที่ประคองต้นคออยู่ทำให้ลืมความเจ็บป่วยไปชั่วขณะ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งสองรุนแรงขึ้นจนบรรยากาศรอบตัวร้อนฉ่า
พอร์ชช้อนตาขึ้นสบมองนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววห่วงใยภายใต้ความเย่อหยิ่ง ปากอิ่มขยับจะเอ่ยแซวต่อ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง—
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน
"คินน์! ฉันได้ข่าวว่าพอร์ชป่วย เลยเอาซุปเปอร์มา... เฮ้ย! พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย?"
เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'ธีร์' ชะงักกึกทันทีที่ก้าวเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า ประตูห้องเปิดกว้างเผยให้เห็นร่างของคินน์ที่คร่อมอยู่เหนือตัวพอร์ชบนเตียงนอน บรรยากาศสีชมพูเมื่อครู่ถูกกระชากให้ขาดวิ่นในเสี้ยววินาที
คินน์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุร้ายราวกับเสือหิวที่ถูกขัดเวลาล่าเหยื่อ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว ขณะที่พอร์ชเบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลังกลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหญ่ที่จะเผาทำลายทุกอย่างให้ราบคาบ!
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 11
น้ำเสียงเย็นชาที่ปิดบังความห่วง
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!