"คุณคินน์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ทางหุ้นส่วนใหญ่กำลังจะถอนทุนเพราะปัญหาในห้องปาร์ตี้เมื่อกี้!"
เสียงร้อนรนของเลขาฯ หน้าห้องดังทะลุบานประตูไม้สักทองเข้ามา แต่คนถูกเรียกกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ร่างสูงโปร่งของคินน์ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ริมระเบียงกระจกใส มองทอดสายตาออกไปเบื้องล่างที่แสงไฟจากมหานครยามค่ำคืนกำลังระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แผ่นหลังกว้างแฝงไว้ด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวคีบแก้วทรงสูงที่มีของเหลวสีอำพันแกว่งไหวช้าๆ
ในห้องพักรับรองส่วนตัวสุดหรูแห่งนี้ มีเพียงเขากับพอร์ช... เด็กหนุ่มปากเก่งที่เพิ่งจะทำให้สถานการณ์ในงานปาร์ตี้ลุกเป็นไฟเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
พอร์ชยืนกอดอกพิงผนังหินอ่อนอยู่ห่างออกไปไม่มาก ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด แม้ภายนอกจะพยายามตีสีหน้าเรียเฉยและกวนประสาทใส่เขาเหมือนทุกครั้ง แต่ลึกๆ แล้วพอร์ชรู้ดีว่าความนิ่งเงียบของคินน์ในตอนนี้มันอันตรายกว่าพายุ
"หูหนวกหรือไง ถึงไม่ได้ยินที่ฉันพูด" พอร์ชเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงติดจะห้วนเล็กน้อยตามนิสัย แต่แววตากลับไหววับเมื่อเห็นว่าคินน์ยังคงไม่ไหวติง "หุ้นกำลังจะหลุดมือ นายยังมายืนจิบวิสกี้ทำเท่ __ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองหน่อยเถอะคุณชาย__"
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นลอดไรฟันออกมาด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงคมกราบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ร้อนแรงและดิบเถื่อนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องเหยื่อ
"ห่วงภาพลักษณ์เหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงพึมพำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ทว่ามั่นคง "สิ่งที่ฉันควรห่วงตอนนี้... ไม่ใช่บริษัทเฮงซวยนั่นหรอกพอร์ช"
พอร์ชชะงักไปนิดเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ บนตัวคินน์ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ พอร์ชจึงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว
"ถ้านายหมายถึงปัญหาในห้องปาร์ตี้... ฉันก็แค่อัดไอ้ธีร์ที่มันปากเสียใส่ฉันก่อน นายควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่ไม่ทำให้มันหน้าแหกมากกว่านั้น"
"ธีร์มันแค่หมากตัวหนึ่ง..." คินน์หยุดยืนตรงหน้า ห่างกันเพียงคืบเดียว จนพอร์ชรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ช ราวกับต้องการจะแสกนทะลุเข้าไปถึงหัวใจ "แต่คนที่ทำให้สติฉันหลุดกระเจิงจนแทบอยากจะพังทุกอย่างในห้องนั้น... คือนายต่างหาก พอร์ช"
คำพูดนั้นทำเอาพอร์ชถึงกับพูดไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองเพล ความซن ความปากร้าย และความเย่อหยิ่งที่คินน์มักจะใช้ปกปิดตัวตนที่แท้จริงถูกถอดออกจนหมดเปลือกเหลือเพียงความจริงใจที่ดิบเถื่อนและลึกซึ้งจนน่ากลัว
"นาย... พูดบ้าอะไรของนาย" พอร์ชหลบสายตาไปทางอื่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน "เลิกเล่นลิเกแล้วไปเคลียร์กับหุ้นส่วนซะ ก่อนที่อาณาจักรของนายจะพังคามือ"
"ช่างหัวหุ้นส่วนพพวกนั้นสิ" คินน์เอื้อมมือหนาขึ้นมาคว้าคางอิ่มบังคับให้หันกลับมาสบตา ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากอิ่มอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้พอร์ชสะفัดตัวเบาๆ แต่ไม่ได้ปัดป้อง "นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะแคร์เงินพวกนั้นมากกว่านาย... พอร์ช คนปากแข็งอย่างนายเนี่ย เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงสักทีว่า... นายเองก็มองฉันไม่ต่างกัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทาบทับลงบนร่างทั้งสอง ย้อมบรรยากาศให้เย้ายวนและลึกล้ำเกินกว่าจะควบคุม ความสัมพันธ์ที่เคยเริ่มต้นจากคำว่า "คู่ขา" คืนนี้มันกลับสั่นคลอนและขยับเส้นกั้นบางๆ นั้นจนขาดสะบั้นลงอย่างไม่มีชิ้นดี
พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และทั้งหวาดหวั่น เขารู้ดีว่าคินน์ไม่ใช่คนที่จะมาพูดจาแบบนี้กับใครลอยๆ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับคนอย่างเขา
"ฉัน... ไม่ได้..."
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" คินน์ตัดบทด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาคู่คมฉายแววปรารถนาอย่างชัดเจนจนพอร์ชแทบละลาย "ถ้ายังดื้อดึงแล้วเถียงคำไม่ตกฟากอีก... ฉันจะจูบจนกว่านายจะหมดแรงเถียงเลยคอยดู"
พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันจะได้อ้าปากโต้เถียง มือหนาก็รั้งท้ายทอยของเขาเข้าไปประชิดอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างทันที มันไม่ใช่จูบที่ดุดันเอาแต่ใจเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นสัมผัสที่ลึกซึ้ง เนิบนาบ และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้มานาน จนพอร์ชเผลอผ่อนลมหายใจและยอมเปิดทางให้อีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว
รสชาติของความหวานปนความขมปร่าของแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายอยู่ในโพรงปาก ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอดรอบเอวสอบทำให้พอร์ชรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่คินน์เป็นคนสร้างขึ้น มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายแน่นขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยว
ในค่ำคืนใต้แสงจันทร์นี้ กำแพงทิฐิทั้งหมดพังทลายลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีกำลังฟุ้งกระจายถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาทก็ทำลายทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้ว... ไอ้ธีร์มันพาคนบุกเข้ามาข้างล่างแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับโมเมนต์นี้ด้วยกันนะคะ
คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 16
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!