คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า•ตอนที่ 13

เส้นกั้นบางๆ ที่ใกล้พังทลาย

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ราคาแพงผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องพักส่วนตัวหลังเวที ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย "ถ้ายังมองด้วยสายตาอวดดีแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะถือว่านายกำลังเรียกร้องอย่างอื่น... พอร์ช" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปของคินน์ไม่ได้เจือแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาแผ่นหลังของพอร์ชชนเข้ากับบานประตูกระจกฝ้าโดยไม่รู้ตัว ร่างสูงใหญ่ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกชายนักธุรกิจอิทธิพลก้าวเข้ามาประชิด จนพื้นที่หายใจแทบไม่เหลือ พอร์ชเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนมุมปากแม้หัวใจจะเต้นรัวจนน่ารำคาญ "เรียกร้องอะไรของคุณ คินน์? อย่าสำคัญตัวผิดหน่อยเลย ผมแค่มองหน้าคนปากเสียแถวนี้เพื่อความบันเทิงเท่านั้นแหละ" "ปากเก่ง" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดก่อนจะเลื่อนต่ำลง สัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างในตัวเขากำลังกรีดร้องให้ทำลายความอวดดีของคนตรงหน้าให้แหลกคาอก แต่สิ่งที่เขาทำจริงๆ กลับน่าหงุดหงิดสิ้นดี ปลายนิ้วอุ่นจัดยื่นเข้ามาคว้าข้อมือบางที่พยายามจะผลักอกเขาออกอย่างง่ายดาย คินน์ไม่ได้บีบเค้นด้วยความรุนแรง ทว่าสัมผัสที่แตะลงบนผิวเนื้อกลับร้อนรุ่มเสียจนพอร์ชต้องนิ่วหน้า "ปล่อยนะเว้ย บอกให้ปล่อยไง!" พอร์ชตวัดสายตาดุใส่ มืออีกข้างเงื้อขึ้นทำท่าจะผลัก แต่จังหวะที่ขยับตัวนั้นเอง ร่างกายที่ผ่านการหักโหมมาทั้งวันก็เซถลาจนเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น หากไม่มีท่อนแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายที่ตวัดรั้งเอวสอบเอาไว้เสียก่อน แรงกระชากเบาๆ ดึงให้พอร์ชเข้ามาแนบชิดอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนจากร่างกายของคินน์พุ่งปะทะจมูก ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายจะเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำ—ไม่ใช่เสียงของพอร์ชคนเดียว แต่มันดังประสานมาจากคนตัวโตที่กอดเขาไว้แน่นเกินความจำเป็นด้วย พอร์ชชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความเย้ายวนกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความห่วงใยที่ถูกกลบฝังไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน... หรือพอร์ชอาจจะแค่วาดฝันไปเอง? "ซุ่มซ่าม" คินน์พ่นคำด่าออกมาเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับไร้พิษภัยสิ้นดี มือหนาที่ละจากการรั้งเอวเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้คนตรงหน้าอย่างเบามือที่สุด ท่าทีที่ขัดแย้งกับคำพูดโดยสิ้นเชิงนั้นทำให้พอร์ชถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยแล่นเร็วจี๋ราวกับติดขัดกะทันหัน นี่ไม่ใช่คินน์คนปากร้ายที่คอยแต่จะหาเรื่องจิกกัดเขาในทุกฝีก้าว... คินน์คนนี้คือใครกันแน่? "มองอะไร หน้าฉันมีรอยร้าวรึไง" คินน์เลิกคิ้วถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งอึ้งไป นัยน์ตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นรอยช้ำจางๆ บริเวณมุมปากของพอร์ช—ร่องรอยจากความวุ่นวายด้านนอกที่พอร์ชจงใจปกปิดมันไว้ด้วยรอยยิ้มท้าทาย "ไม่ต้องมาทำเป็นมองหน้าผมหรอก หน้าคุณต่างหากที่ควรเช็คดูบ้างว่าความหงุดหงิดบ้าบออะไรนี่มันมาจากไหน" พอร์ชเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติแล้วดันอกอีกฝ่ายออกเบาๆ ทว่าคินน์กลับไม่ยอมขยับเขยื้อน ราวกับภูเขาหินผาที่ตั้งใจจะขวางทางเขาไว้ตลอดกาล "ก็เพราะนายมันดื้อด้านไง พอร์ช" คินน์กระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนคนฟังขนลุกซู่ "รู้ทั้งรู้ว่าไอ้ธีร์มันจ้องจะเล่นงานนาย ทำไมถึงยังทำเป็นเก่งอยู่ได้ หหึ... อยากลองดีกับมันนักหรือไง" พอร์ชชะงักกึก ความรู้สึกหวั่นไหวที่ตีตื้นขึ้นมาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนฉุนเฉียว "นี่คุณสืบเรื่องผมเหรอ? แล้วเกี่ยวอะไรกับธีร์วะ เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา ไม่เห็นจะต้อง..." "เพราะฉันไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้นของฉัน แค่นั้นยังไม่ชัดเจนพออีกเหรอ" คำพูดห้วนสั้นแต่ทรงพลังกระแทกเข้ากลางใจพอร์ชอย่างจัง นัยน์ตาสีนิลของคินน์ที่มองมาเต็มไปด้วยความจริงจังระดับที่คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่การแสดงออกเพื่อความสะใจ แต่มันคือความหวงแหนที่ดิบเถื่อนและบริสุทธิ์จนน่ากลัว ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ระหว่างเข2คน ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้พอร์ชได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของอีกฝ่ายชัดเจน หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดเซาะกำแพงความระแวดระวังที่พอร์ชสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองทีละน้อย เส้นกั้นบางๆ ระหว่าง 'คู่ปรับ' กับบางความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย กำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีนี้... มือเรียวยื่นขึ้นไปแตะแผงอกของคินน์โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่รุนแรงไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบประสาน ปากที่มักจะมีคำพูดเผ็ดร้อนตอบโต้กลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนเสียอาการ คินน์ก้มหน้าลงมาช้าๆ ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนเบาๆ เรียกความร้อนให้พุ่งพล่านไปทั่วทั้งใบหน้า "ถ้าไม่อยากให้ฉันแสดงความเป็นเจ้าของมากกว่านี้..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบa ชิดริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อยอย่างลืมตัว "...ก็เลิกทำตัวน่ารักเวลาดื้อสักที พอร์ช" เพล้ง! เสียงกระจกแตกดังสนั่นมาจากโซนด้านนอก พร้อมกับเสียงโวยวายและร่างของใครบางคนที่ถูกเหวี่ยงมากระแทกกับผนังห้องพักข้างๆ จนสะเทือนมาถึงประตูที่ทั้งสองคนยืนพิงอยู่ คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนจะดึงพอร์ชให้มาหลบอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง ทว่าพอร์ชกลับเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องพักแล้วผลักมันเปิดออกอย่างรวดเร็วด้วยความอยากรู้อยากเห็น และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของพอร์ชค้างเติ่งในลำคอ ร่างสูงโปรดของธีร์กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ท่ามกลางเศษซากแจกันแตกกระจาย โดยมีร่างของชายปริศนาในชุดสูททارกเปื้อนคราบเลือดทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่แทบเท้า—พร้อมกับเอกสารลับสุดยอดในมือของธีร์ที่หลุดร่วงลงมาตรงหน้าพอร์ชพอดี! "อุops... ดูท่าทางเราจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทกันเกินไปหน่อยสินะครับ คินน์, พอร์ช?" ธีร์เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานหยดให้ แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้คินน์ต้องแววตาดุร้ายขึ้นทันที "หวังว่าความลับเรื่องพินัยกรรมชิ้นนั้น... คงจะยังไม่สายเกินไปที่จะเปิดเผยตอนนี้หรอกนะ" แบล็กเวลเวตขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความฟินระดับพรีเมียมนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... เลิกปากร้ายแล้วมาเป็นโบ้ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%