“ถ้าแกยังไม่หยุดหัวเราะในหัวฉัน ฉันจะเผาแกทิ้งซะตั้งแต่อยู่ในกล่องไม้สนนี่แหละ”
เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงกระดูกสันหลังที่เย็นวาบ เขาสะบัดมือเล็กน้อย กล่องไม้เก่าแก่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คก็สั่นไหวราวกับมีตัวตนอยู่ข้างใน ความเงียบงันในห้องทำงานที่ถูกปิดตายด้วยมนตราโบราณถูกครอบงำด้วยกลิ่นอับของกาลเวลาและกลิ่นจางๆ ของคาวเลือดที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ
จินที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ห่างออกไปขยับตัวเล็กน้อย เขาสูบบุหรี่ไฟฟ้ากลิ่นมินต์เย็นๆ เพื่อกลบกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาจากมุมมืดของห้อง ดวงตาคมกริบของอดีตตำรวจสายสืบจ้องมองเรย์ด้วยความระแวดระวัง “นายคุยกับมันเหมือนคุยกับคน หรือบางที... นายเริ่มจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ เรย์”
“ของวิเศษทุกชิ้นมีความทรงจำ จิน” เรย์ไม่หันกลับไปมอง เขาค่อยๆ สวมถุงมือหนังแกะสีดำสนิทก่อนจะเอื้อมมือไปแตะฝากล่องไม้ “และความทรงจำที่เกาะกินจิตวิญญาณคน มันมักจะส่งเสียงดังเสมอ”
เรย์กระชากฝากล่องออก วัตถุข้างในนั้นไม่ใช่เครื่องเพชรหรือเหรียญทองคำโบราณ แต่มันคือสิ่งประดิษฐ์ที่ชวนให้สะอิดสะเอียน—กุญแจที่ทำขึ้นจากกระดูกนิ้วก้อยของมนุษย์ เคลือบด้วยสารเรซินใสที่ดูเหมือนหยดน้ำตาที่แข็งตัว มันเปล่งประกายสีหม่นท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ
ทันทีที่ปลายนิ้วของเรย์สัมผัสผิวสัมผัสเย็นชืดของกระดูก เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงตะโกน แต่มันคือเสียงสะอื้นของเด็กหญิงที่กำลังจะขาดใจตาย เรย์นิ่วหน้า มือที่จับกุญแจสั่นระริก ภาพนิมิตพุ่งเข้าใส่ดวงตาของเขาดั่งเข็มพิษ
เขาเห็นห้องใต้ดินที่มืดมิด เห็นโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของเล็บ และเห็นเงาร่างของตุ๊กตากระเบื้องตัวเดิม... ตัวที่ยิ้มกว้างจนฉีกถึงใบหู มันกำลังยืนอยู่ข้างศพที่ถูกหั่นแยกชิ้นส่วน ก่อนที่ตุ๊กตานั่นจะหันมามองเขาผ่านนิมิตนั้น แล้วกระซิบด้วยเสียงของน้องสาวเขาที่จากไปนานแล้วว่า *‘พี่ชาย... กุญแจนี้มีไว้เปิดประตูนรก ไม่ใช่ประตูกรง’*
“เรย์! วางมันลงซะ!” จินพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้ แรงกระชากนั้นทำให้เรย์หลุดจากภวังค์
เรย์หอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านไรผม เขาค่อยๆ ปล่อยกุญแจกระดูกนิ้วก้อยลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องกังวานราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย
“นายเห็นอะไร?” จินถาม เสียงของเขาเข้มขึ้น
“ฉันเห็นความผิดพลาดของตัวเอง” เรย์ตอบพลางถอดถุงมือออก มือของเขาสั่นจนเห็นได้ชัด “มาดามเซนไม่ได้ส่งของชิ้นนี้มาให้ฉันเพื่อขาย แต่นางส่งมาเพื่อให้ฉัน ‘ชดใช้’ กุญแจนี้ไม่ได้ไขแม่กุญแจ แต่มันไข ‘ความทรงจำ’ ที่ฉันพยายามฝังดินไว้เมื่อสิบปีก่อน”
จินกวาดสายตามองไปรอบห้อง ความมืดเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง กลิ่นกำยานที่ควรจะหอมหวลกลับกลายเป็นกลิ่นไหม้ของเนื้อหนัง บรรยากาศภายในตลาดมืดประตูที่แปดดูเหมือนจะบีบรัดตัวเข้าหากัน แสงไฟจากโคมกะพริบถี่ๆ ดั่งสัญญาณเตือนภัย
“เราต้องทิ้งมันไว้ที่นี่แล้วหนีไป” จินเสนอทางออกที่เขามักจะใช้เสมอเมื่อสถานการณ์เริ่มเกินควบคุม
“ไม่ได้” เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มสนิทดั่งห้วงอเวจี “กุญแจนี้มีชื่อเจ้าของสลักอยู่ข้างในกระดูก และถ้าฉันไม่ไขมันเพื่อดูว่าใครคือคนขาย... เราทุกคนที่นี่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันตุ๊กตากระเบื้องนั่นเสียเอง”
เรย์หยิบกุญแจนั้นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ถือมัน แต่เขากำมันไว้แน่นจนผิวหนังบริเวณนิ้วก้อยของเขาสัมผัสกับรอยหยักของกระดูก ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเหมือนเข็มพันเล่มที่แทงผ่านประสาทสัมผัส เขาเดินไปที่ผนังห้องด้านหนึ่ง—ผนังที่ไม่มีประตู แต่เขากลับทาบกุญแจลงไปในอากาศว่างเปล่า
เสียงกลไกที่ไม่มีอยู่จริงดังขึ้น *แก๊ก*
มิติในอากาศเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับกระจกที่แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นอีกฝั่งของประตูที่มืดมิดยิ่งกว่า ความเย็นจัดพุ่งออกมาจากช่องว่างนั้น พร้อมกับร่างเงาที่ก้าวออกมาจากเงามืด ร่างนั้นไม่ใช่คน... แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ทำจากเศษผ้าและกระเบื้องแตกละเอียด
มันหยุดอยู่ตรงหน้าเรย์ ใบหน้าของมันยิ้มกว้างจนเห็นคราบเลือดแห้งกรังตามขอบปาก ก่อนจะยื่นมือที่แหลมคมเหมือนใบมีดมาแตะที่หน้าอกของเรย์
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ พี่ชาย” เสียงของตุ๊กตาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเรย์เริ่มเห็นใบหน้าของตัวเองสะท้อนอยู่ในตาแก้วที่ไร้วิญญาณของมัน
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นไม่ใช่ตุ๊กตา... แต่เป็นมือปริศนาที่โผล่ออกมาจากความมืดหลังประตู มือที่เหี่ยวย่นสวมแหวนทองคำสลักรูปงูกินหางอันเป็นเอกลักษณ์ของมาดามเซน ที่กำลังดึงเรย์ให้จมลงไปในความมืดนั้นอย่างช้าๆ ขณะที่จินพยายามจะคว้าตัวเขาไว้ แต่เขากลับคว้าได้เพียงอากาศธาตุที่แตกสลายไปต่อหน้าต่อตา
“ไม่ต้องห่วงหรอกคุณตำรวจ” เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังสะท้อนออกมาจากกุญแจกระดูก “ในตลาดมืดแห่งนี้ ของที่เสียไปแล้ว... ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายคืนด้วยวิญญาณเสมอ”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 2
กุญแจกระดูกนิ้วก้อย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!