ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 3

เสียงเรียกจากหลังกระจก

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
“คุณกำลังบอกผมว่า กระจกบานนี้ไม่ได้แค่สะท้อนภาพ แต่กำลัง ‘กลืนกิน’ เจ้าของเดิมของมันไปอย่างนั้นหรือครับ?” น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบในขณะที่นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกรอบโลหะเก่าคร่ำคร่าของกระจกเงาบานสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางร้าน รอยร้าวบนพื้นผิวแก้วไม่ได้ดูเหมือนรอยแตกธรรมดา แต่มันกลับขดตัวคล้ายเส้นเลือดฝอยที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจของใครบางคนที่อยู่คนละฟากฝั่งของมิติ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงข้ามผมสูดหายใจเข้าลึก เขาดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเป็นตำรวจสายสืบที่ผ่านงานหนักมาตลอดทั้งคืน กลิ่นอายของฝนผสมกับคาวเลือดจางๆ ลอยมาจากเสื้อโค้ทตัวยาวของเขา นั่นคือ ‘จิน’ ชายผู้มีประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ในการดมกลิ่นความตาย “มันไม่ใช่แค่คนหายธรรมดา เรย์” จินเอ่ยขึ้น มือของเขาพยายามขยี้ขมับอย่างคนปวดหัว “นี่เป็นรายที่สามในรอบสัปดาห์ที่ผมตามสืบ ทุกคนล้วนมีจุดร่วมเดียวกัน... พวกเขาเพิ่งซื้อของเก่าจากตลาดมืดไป และรายล่าสุดคือลูกสาวของนักการเมืองที่จู่ๆ ก็หายตัวไปจากห้องปิดตาย ทิ้งไว้เพียงแค่กระจกเงาบานนี้บานเดียวที่เปื้อนคราบน้ำมันสีดำคล้ายยางไม้” ผมหรี่ตาลง ดวงตาของผม—ซึ่งผ่านการเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่อยากเห็นมามากพอ—เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ กระจกบานนั้นไม่ได้สะท้อนเงาของจิน หรือแม้แต่เงาของผม แต่มันสะท้อน ‘ความว่างเปล่า’ ที่บิดเบี้ยว ราวกับมีใครบางคนกำลังแอบมองเราผ่านรูม่านตาของปีศาจจากอีกฟากหนึ่ง “มาดามเซนเพิ่งเตือนผมเมื่อวานว่าประตูที่แปดกำลังถูกรบกวน” ผมเดินอ้อมไปด้านหลังกระจก พลางสังเกตเห็นรอยประทับนิ้วมือที่เปียกชื้นอยู่บนด้านหลังของบานกระจก “คนพวกนั้นไม่ได้หายไปไหนหรอกครับจิน พวกเขาแค่ถูกกักขังอยู่ในมิติซ้อนทับที่กระจกบานนี้สร้างขึ้น” จินเดินเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นยาสูบจางๆ จากตัวเขา “แล้วเราจะทำอย่างไร? ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำทำนาย แต่มาระดมความคิดเพื่อช่วยชีวิตคน ก่อนที่ไอ้กระจกเน่านี่จะดูดใครเข้าไปอีก” ผมไม่ได้ตอบในทันที มือของผมเลื่อนไปแตะที่พื้นผิวเย็นเฉียบของกระจก ในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกเหมือนไฟช็อตแล่นปราดขึ้นมาตามแขน ความเย็นระดับเยือกแข็งพยายามกัดกินกระดูกของผม เสียงกระซิบแผ่วเบานับพันพุ่งเข้าใส่โสตประสาท มันเป็นเสียงของความกลัว เสียงที่ร้องขอความช่วยเหลือจากความมืดมิด “อย่าแตะมัน!” จินร้องเตือนพร้อมกับกระชากไหล่ผมออกไป ความมืดที่พยายามจะยึดร่างผมไว้สลายตัวลงไปชั่วขณะ แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง พื้นที่ในร้านที่เคยเงียบสงบกลับสั่นสะเทือน เสียงกระจกบานอื่นๆ ทั่วทั้งร้านพากันแตกร้าวพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เศษแก้วคมกริบร่วงกราวลงบนพื้นราวกับห่าฝน “จิน ดูนั่น” ผมชี้ไปยังกระจกบานที่จินนำมา ภายในเงามืดของกระจกที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ปรากฏใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้น เธอมีใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก มือของเธอทาบลงบนผิวแก้วจาก ‘ด้านใน’ และสิ่งที่ทำให้ผมต้องชะงักคือ... นิ้วมือของเธอกำลังสลายกลายเป็นละอองสีดำทุกครั้งที่เธอกระแทกตัวเข้ากับกระจก “นั่นลูกสาวท่านรัฐมนตรี!” จินสบถพลางถอดเสื้อโค้ทออกเตรียมพร้อม “เราต้องดึงเธอออกมา!” “อย่าใจร้อนครับ” ผมดึงรั้งแขนเขาไว้ น้ำเสียงของผมแม้จะแผ่วเบาแต่ก้องกังวานด้วยความเด็ดขาด “ถ้าเราดึงเธอออกมาด้วยแรงดิบ มิติที่บิดเบี้ยวจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ คุณก็รู้ว่าของต้องสาปพวกนี้มีเงื่อนไขเสมอ” เราสองคนยืนนิ่งอยู่หน้ากระจก เสียงกรีดร้องที่ไร้เสียงก้องกังวานอยู่ภายในหัวของผม ความลึกลับของกระจกบานนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวมัน แต่มันคือกุญแจที่เชื่อมต่อกับสถานที่บางแห่งที่มาดามเซนเคยเตือนไว้ว่า ‘ไม่ควรมีใครย่างกรายเข้าไป’ ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่เคยโกลาหลก็ดับวูบลง เหลือเพียงเสียงเคาะกระจกเบาๆ จากด้านใน... *ปึก... ปึก... ปึก...* ไม่ใช่หญิงสาวในกระจกที่เป็นคนเคาะ แต่มันคือเสียงจากด้านหลังผนังของร้าน ที่ซึ่งไม่มีใครเคยเข้าไปถึง ผมหันไปมองจินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อผมสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติบนปกเสื้อของเขา “จิน... คุณบอกว่าพบกระจกบานนี้ในห้องปิดตายใช่ไหมครับ?” ผมถามเสียงต่ำ “ใช่... ทำไมหรือ?” “แล้วทำไม...” ผมชี้ไปที่ตราสัญลักษณ์ประหลาดที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนคอปกเสื้อของเขา มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนขอบกระจก “ทำไมรอยผนึกของกระจกถึงได้มาอยู่บนตัวคุณด้วย?” จินก้มมองปกเสื้อตัวเอง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทันใดนั้น กระจกที่เคยขังหญิงสาวไว้ก็เปลี่ยนไป ภาพสะท้อนของหญิงสาวหายไป แทนที่ด้วยภาพของชายคนหนึ่งที่ยืนถือมีดสั้นเล่มเดียวกับที่ผมใช้สะกดของวิเศษในร้าน... เป็นภาพของผมที่กำลังยิ้มเยาะใส่จินจากในเงา! ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ เมื่อรู้ตัวว่า ‘ตัวจริง’ อาจไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าผมอีกต่อไป แต่สิ่งนี้... สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคือร่างจำลองที่ถูกกระจกสร้างขึ้นเพื่อล่อลวงให้ผมเปิด ‘ประตูที่แปด’ ออกมาจริงๆ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%