ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 4

กฎสามข้อของตลาดมืด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
“อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องมันด้วยมือเปล่า ถ้าคุณยังอยากเห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความเย็นเยียบดุจคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยเงามืด เขายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของชั้นวางของโบราณนับร้อยชิ้น ทุกชิ้นต่างส่งเสียงครางแผ่วเบาในโสตประสาทของผู้ที่มี ‘ดวงตา’ อย่างเขา จินชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปหาตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปเด็กหญิงที่วางอยู่บนแท่นบูชาหินดำ กลิ่นอายของความตายที่อบอวลอยู่ในอากาศหนาแน่นจนเกือบจะมองเห็นเป็นหมอกสีเทาจางๆ อดีตนายตำรวจถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมถอยกรูดออกมาสองสามก้าว เขารู้ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นในสถานที่แห่งนี้มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจ “ผมแค่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากมัน” จินตอบ พลางขยับเสื้อโค้ทตัวหนาให้เข้าที่ ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อพยายามเพ่งมองสิ่งที่อยู่ในเงามืด “เหมือนมีใครบางคนกระซิบชื่อผมจากข้างในนั้น” “นั่นคือกับดักของพวกมันครับ” เรย์เดินผ่านหน้าเขาไป ดวงตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ เขาหยุดลงเบื้องหน้าประตูบานยักษ์ที่ทำจากไม้สนดำที่ถูกจารึกด้วยอักขระแปลกประหลาด “ตลาดมืดประตูที่แปดไม่ได้เปิดต้อนรับทุกคนด้วยความใจดี และกฎที่นี่... ไม่เคยมีไว้ให้ต่อรอง” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่จังหวะไม่สม่ำเสมอก็ดังสะท้อนมาจากปลายโถง มาดามเซนก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของนางซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมศีรษะสีซีดจาง แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับคมกริบจนน่าสะพรึงกลัว ในมือนางถือไม้เท้าหัวกะโหลกสัตว์ที่ดูเหมือนจะสั่นไหวได้เอง “กฎสามข้อ... เรย์” เสียงของมาดามเซนแหบพร่าราวกับกระดาษทรายขัดไม้ “เจ้ายังจำมันได้แม่นยำดีอยู่ใช่ไหม? หรือว่าเวลาที่ผ่านมานานเกินไปจะทำให้ความจำของพ่อค้าหนุ่มผู้เก่งกาจเลอะเลือนเสียแล้ว” เรย์เผชิญหน้ากับนางโดยไม่หลบสายตา “กฎที่ผมไม่เคยลืมคือสิ่งที่ทำให้ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ครับ” “งั้นลองท่องให้สหายของเจ้าฟังดูสิ” มาดามเซนเอ่ยพลางใช้หัวไม้เท้าเคาะพื้นหินเบาๆ จังหวะการเคาะนั้นดูเหมือนจะดึงเอาพลังงานชีวิตในห้องให้ลดฮวบลง เรย์หันไปหาจิน สายตาของเขาสื่อถึงความจริงจังที่มากกว่าทุกครั้ง “ข้อแรก: สิ่งที่เจ้าเลือกมา เจ้าต้องรับผิดชอบต่อชะตากรรมของมัน ของวิเศษทุกชิ้นมีความหิวโหยในตัวมันเอง และถ้าเจ้าไม่ให้ในสิ่งที่มันต้องการ มันจะกัดกินเจ้าแทน” จินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง “ข้อสอง: อย่าหันหลังให้ประตูที่เจ้าเพิ่งก้าวข้ามมา ทางเดียวที่จะออกจากที่นี่ได้ คือการส่งมอบบางอย่างที่มีมูลค่าเท่ากับวิญญาณของเจ้าเองให้กับผู้ดูแล ไม่เช่นนั้น... เจ้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันในที่แห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์” เรย์เว้นช่วงเล็กน้อย สายตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของจิน ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “และข้อสุดท้าย... ห้ามถามถึงที่มาของวัตถุเหล่านั้น ความลับของสิ่งที่ถูกสาปคือพิษร้ายที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่ขุดคุ้ยมันขึ้นมา” จินนิ่งไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของวิญญาณรอบตัวเริ่มปั่นป่วน ราวกับพวกมันกำลังฟังกฎเหล็กนี้ด้วยความสะใจ “แล้วถ้าผมไม่มีอะไรจะจ่ายล่ะ? ในกรณีที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรเลยตั้งแต่แรก?” มาดามเซนหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงจนแก้วหูแทบฉีกขาด “คนที่ไม่ต้องการซื้อ... คือคนที่ของวิเศษเลือกแล้วว่าจะต้องเป็นเจ้าของอย่างไรเล่า” ทันใดนั้น ตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปเด็กหญิงที่จินเกือบจะสัมผัสเมื่อครู่ ก็ค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างเชื่องช้า แม้ใบหน้าจะถูกแกะสลักอย่างหยาบๆ ทว่าดวงตาที่ทำจากแก้วสีน้ำเงินเข้มกลับจ้องมองเขาด้วยความโหยหาที่ชัดเจน ขนลุกชันไปทั่วร่างของจินเมื่อเขาพบว่านิ้วมือของตุ๊กตาตัวนั้นมีคราบสีแดงคล้ำที่ดูเหมือนเลือดแห้งกรัง เรย์รีบดึงจินถอยหลังทันที ก่อนที่ตุ๊กตาจะขยับตัวลงจากแท่นวาง แต่ทว่าสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นก็เกิดขึ้น เมื่อบานประตูไม้สนดำที่ปิดสนิทอยู่เบื้องหลัง กลับแง้มออกเองช้าๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากความว่างเปล่าด้านใน “เรย์...” จินพูดเสียงสั่น ขณะที่มือของเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นที่กัดกินเข้าไปในกระดูก “มีบางอย่างก้าวออกมาจากประตูบานนั้น... และมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว” เรย์หันกลับไปมอง บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนน่าเวียนหัว เมื่อเขาเห็นสิ่งที่แทรกตัวออกมาจากเงามืดหลังบานประตู มันเป็นรูปร่างที่สูงยาวผิดมนุษย์ สวมชุดคลุมขาดวิ่นและมีกลิ่นอายที่เขารู้จักดี... กลิ่นอายของวัตถุต้องสาปที่เคยพรากครอบครัวเขาไปเมื่อหลายปีก่อน นั่นไม่ใช่แค่ของวิเศษ แต่มันคือคำสาปที่มีรูปร่าง และมันกำลังมุ่งหน้ามาหาเขาโดยตรง “จิน ถอยไป!” เรย์ตะโกนพลางหยิบมีดสั้นที่ทำจากเหล็กน้ำพี้ออกมาจากเสื้อโค้ท ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะพุ่งตัวออกไป มาดามเซนกลับก้าวเข้ามาขวางกลางวงสนทนา พลางชี้ไม้เท้าไปที่ตุ๊กตาไม้เด็กหญิงตัวนั้นที่ตอนนี้ยืนอยู่บนพื้นและกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ดูเหมือนสัญญาซื้อขายฉบับใหม่จะเริ่มต้นขึ้นแล้วนะเรย์” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “เจ้าจะยอมแลกชีวิตของเพื่อนคนนี้... หรือจะยอมมอบความทรงจำทั้งหมดที่เจ้ามีให้ข้า เพื่อปิดประตูบานนี้ให้สนิทเสียตอนนี้?” เรย์ชะงัก สายตามองสลับระหว่างจินที่ตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลัง กับเงาร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาไม่มีทางเลือกที่ดีนัก และทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการตอกย้ำว่าที่นี่ไม่ใช่ตลาดมืดธรรมดา แต่มันคือกับดักที่เขากำลังก้าวตกลงไปลึกกว่าที่เคยคิดไว้มาก ความลับที่เขาพยายามฝังกลบ กำลังตื่นขึ้นพร้อมกับความกระหายเลือดที่ยากจะรับมือ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%