“นั่นไม่ใช่ฉัน”
เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านอยู่ในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่เดิมที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งกำลังจับจ้องไปยังกระจกโบราณที่บัดนี้กลายเป็นเพียงแผ่นแก้วหม่นหมองไร้เงาสะท้อน รอยแยกมิติเบื้องหลังมาดามเซนปิดสนิทลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวสนิมที่อบอวลอยู่ในอากาศราวกับซากศพที่เน่าเปื่อย
มาดามเซนแค่นหัวเราะ เสียงของนางแหบพร่าคล้ายกระดาษทรายขัดบนไม้ผุ นางค่อยๆ หันกลับมา แววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยเหี่ยวย่นนั้นไม่มีความแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“มนุษย์เรามักจะหวาดกลัวสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จักเสมอ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่ว่านั้น... คือตัวตนอีกด้านที่ถูกขังไว้ในก้นบึ้งของจิตวิญญาณ” มาดามเซนกล่าวพลางขยับผ้าคลุมไหล่สีดำสนิท “เรย์ พ่อค้าผู้รอบรู้ เธอคิดว่าตลาดมืดประตูที่แปดแห่งนี้ ดึงดูดคนที่มาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร? ความร่ำรวย? พลัง? หรือการได้เห็นภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยวของตัวเองกันแน่?”
เรย์ไม่ได้ตอบ เขาหันไปหาจิน อดีตตำรวจหนุ่มผู้เป็นดวงตาและสัมผัสที่หกให้แก่เขา จินยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว มือของเขาข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่น ท่าทางของจินดูผิดปกติไปจากทุกครั้ง ไหล่ที่เคยผ่อนคลายบัดนี้เกร็งแข็ง และกลิ่นอายวิญญาณที่ปกติจะแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นน้ำ วันนี้กลับเงียบเชียบ... เงียบจนน่าขนลุก
“จิน” เรย์เรียกชื่อสหายสนิท “สัมผัสได้ถึงอะไรบ้างไหม”
จินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาของเขาไม่ได้สบประสานกับเรย์โดยตรง แต่กลับมองเลยไปที่เงาร่างของมาดามเซน “มีบางอย่างผิดปกติ เรย์”
“ฉันรู้”
“ไม่ใช่แค่เรื่องกระจก” จินเดินก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันในตลาดมืดขับให้ใบหน้าของเขาดูซีดเซียว “ฉันหมายถึง... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของนายที่กำลังจะหมดไป”
บรรยากาศรอบข้างเงียบงันลงทันที ความกดดันจากของวิเศษนับพันชิ้นรอบตัวที่วางขายในร้านค้าตึกแถวแคบๆ ราวกับจะบีบอัดให้ทุกอย่างแบนราบ เรย์ขมวดคิ้ว เขาเพ่งมองไปที่จินด้วยดวงตาที่มองเห็นความมืดในวัตถุ แต่สิ่งที่เขาเห็นในตัวจินเวลานี้กลับเป็นความมืดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็น ‘พันธสัญญา’
“นายพูดเรื่องอะไร” เรย์ถามพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
“นายเคยบอกว่าอยากปกป้องทุกคนจากการสูญเสียที่นายเคยก่อไว้” จินกล่าวพลางดึงมือออกจากกระเป๋า ในมือของเขาไม่ได้ถือปืนหรือเครื่องรางใดๆ แต่เป็นกริชสีเงินเก่าแก่ที่มีลวดลายของเถาวัลย์สีดำพันเกี่ยว “แต่ความจริงคือ นายต้องการแค่คนที่จะมาเป็นพยานในความบาปของนายเท่านั้น เพื่อที่นายจะได้ไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียว”
เรย์นิ่งอึ้ง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ “จิน... นายกำลังทำอะไร”
“มาดามเซนสัญญาว่าจะปลดปล่อยครอบครัวของฉันจากบ่วงกรรมที่ฉันเผลอไปทำลายทิ้งในคดีเก่าคดีนั้น” จินพูดเสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว “และสิ่งเดียวที่เธอต้องการเพื่อแลกเปลี่ยน... คือหัวใจที่ทำจากของวิเศษต้องสาป ซึ่งนายก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันอยู่ในตัวของใคร”
คำพูดของจินเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในอกของเรย์ ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เพราะความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เรย์หรี่ตาลง มองไปที่กริชในมือของจิน—มันคือกริชที่สามารถตัดสายใยแห่งโชคชะตาได้ หากจินใช้มันแทงลงที่หน้าอกของเขา จินไม่ได้แค่จะฆ่าเขา แต่จะ ‘ตัด’ ความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ออกไปจากจิตวิญญาณของเขาอย่างถาวร
“นายจะทรยศฉัน เพื่อสิ่งลวงตาพวกนี้งั้นหรือ?” เรย์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้มา
จินพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับมนุษย์ธรรมดา เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวิญญาณร้ายที่ถูกผนึกอยู่ในกริชเล่มนั้น เรย์ตัดสินใจเอี้ยวตัวหลบคมมีดที่หมายจะฝังลงที่หัวใจของเขา กลิ่นเหล็กและความตายฟุ้งกระจายในอากาศ การต่อสู้ในตลาดมืดเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายตาของเหล่าพ่อค้าเถื่อนที่เฝ้ามองจากในเงามืด
“นายไม่มีวันเข้าใจหรอกเรย์!” จินตะโกน “เพราะนายมองเห็นแค่ความมืดในสิ่งของ แต่นายไม่เคยเห็นความว่างเปล่าในตัวคน!”
จินเหวี่ยงกริชในมืออีกครั้ง เรย์ใช้ทักษะการต่อสู้ที่สั่งสมมาจากการแลกเปลี่ยนของวิเศษหลายร้อยชิ้นในการป้องกันตัว เขาคว้าข้อมือของจินไว้แน่น แรงบีบทำให้จินหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด กระดูกข้อมือของเพื่อนรักส่งเสียงลั่นอย่างน่ากลัว
“ฉันให้โอกาสนาย... จิน” เรย์กระซิบข้างหูชายผู้ที่เขาเคยเรียกว่า ‘เพื่อน’ “ถอยไปเสีย ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นปีศาจที่นายพยายามจะกำจัด”
ทันใดนั้น มาดามเซนที่เฝ้ามองอย่างเงียบๆ ก็ปรบมือเบาๆ เสียงนั้นกังวานและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศโดยรอบสั่นสะเทือน สิ่งของในตลาดมืดเริ่มสั่นไหวและลอยขึ้นจากชั้นวางราวกับได้รับคำสั่งจากเจ้าแม่แห่งความตาย
“ช้าเกินไปแล้วพ่อค้าหนุ่ม” มาดามเซนกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันสีคล้ำ “คำสาปในตัวเพื่อนรักของเธอ ไม่ได้เพิ่งเริ่มขึ้นตอนนี้ แต่มันฝังรากลึกตั้งแต่ตอนที่เขาพาเธอมาพบกับฉันครั้งแรกแล้ว”
จินดิ้นหลุดจากการจับกุมของเรย์ ดวงตาของจินเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งประกายของความเป็นมนุษย์ เขาเงยกริชขึ้นเหนือหัวเตรียมที่จะแทงลงมายังเรย์อีกครั้ง แต่ในจังหวะนั้นเอง เรย์สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าอกของจิน—ตราประทับสีแดงฉานที่กำลังเต้นเร่าคล้ายจังหวะของหัวใจที่กำลังจะระเบิด
เรย์เบิกตากว้าง เขาไม่ได้หลบ แต่กลับคว้าคอเสื้อของจินไว้แล้วกระชากเข้ามาใกล้ “นั่นไม่ใช่คำสาป... นั่นคือช่องโหว่ของมิติ!”
ก่อนที่กริชจะถึงตัวเรย์ ร่างของจินก็หยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ก่อนที่จะมีเสียงของ ‘ใครบางคน’ ดังขึ้นจากด้านหลังของเรย์—ไม่ใช่เสียงของมาดามเซน แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
“ปล่อยเขาเถอะ เรย์... เพราะเจ้าของหัวใจที่เขาตามหา ไม่ใช่ของนาย... แต่มันคือของฉันต่างหาก”
เรย์หันขวับไปตามเสียงนั้น สิ่งที่เขาเห็นไม่ได้ทำให้เขาตกใจเท่ากับสิ่งที่เขารู้สึก... มันคือกลิ่นอายเดียวกับที่เขามักจะได้กลิ่นทุกครั้งก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นในชีวิตของเขา มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งจากอีกฝั่งของมิติเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ
เรย์ค่อยๆ หันกลับไปมองกระจกโบราณอีกครั้ง เงาสะท้อนในกระจกไม่ได้ยืนอยู่นิ่งๆ อีกต่อไป แต่มันกำลังเดินออกมาจากพื้นผิวของกระจกจริงๆ!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอันมืดมิดไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 29
การทรยศครั้งแรก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!