ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 28

ของวิเศษที่หายสาบสูญ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"หากท่านคิดจะเอาตัวรอดจากกลิ่นเน่าเหม็นของวิญญาณพวกนี้ด้วยการกลั้นหายใจเพียงอย่างเดียว ก็เตรียมตัวลงไปนอนกองรวมกับซากปรักหักพังใต้ฝ่าเท้าได้เลยครับคุณจิน" เสียงของเรย์ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบ่อที่ไร้กระแสลม แต่ดวงตาของเขากลับกวาดมองไปรอบห้องโถงเก็บสมบัติที่ล่มสลาย แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวิญญาณในมือของเขาไหววูบ ส่องให้เห็นคราบเลือดแห้งกรังที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อไม้เก่าแก่ จินที่ยืนอยู่ด้านหลังกำหมัดแน่น กลิ่นอายคาวเลือดผสมกับกลิ่นกำยานที่บูดเน่าโชยออกมาจากผนังห้องราวกับมันกำลังหายใจ "ผมไม่ได้กลั้นหายใจเพราะกลัวตาย เรย์" จินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ผมกลั้นหายใจเพราะกลัวว่าถ้าผมสูดอากาศในห้องนี้เข้าไปแม้แต่เฮือกเดียว ผมจะเผลอเอาปืนเป่าขมับตัวเองตามพวกที่เคยอยู่ที่นี่" เรย์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเท้าไปข้างหน้า ท่ามกลางความเงียบงันที่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือของเขายื่นออกไปสัมผัสกับกล่องไม้แกะสลักรูปหัวใจที่บิดเบี้ยว ซึ่งวางอยู่บนแท่นบูชาหินอ่อนสีดำสนิท ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส เส้นเลือดสีดำบนหลังมือของเรย์ก็ปูดโปนขึ้นมาอย่างน่าสยดสยอง ความมืดเริ่มไหลรินออกมาจากรอยแยกของกล่องราวกับน้ำหมึกที่หยดลงในแก้วน้ำใส "ของชิ้นนี้... มันไม่ใช่แค่ของวิเศษที่หายสาบสูญ" เรย์พึมพำ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัวจากการมองเห็นมวลความแค้นที่ฝังอยู่ในวัตถุ "มันคือกุญแจที่ใช้สะกด 'เสียง' ของผู้ถูกลืม หากเราไม่นำมันไปทำพิธีผนึกก่อนที่มาดามเซนจะรู้ตัว ประตูมิติที่แปดจะไม่ได้เป็นแค่แหล่งซื้อขายของต้องสาปอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสุสานไร้วิญญาณที่กลืนกินทุกอย่างที่ก้าวเข้ามา" "แล้วเราจะทำอย่างไรกับของพวกนี้ล่ะ?" จินบุ้ยปากไปทางกองโครงกระดูกที่เกาะกลุ่มกันอยู่มุมห้อง ทุกโครงกระดูกมีโซ่ตรวนที่ทำจากโลหะประหลาดล่ามติดกับพื้น "ผมได้ยินเสียงกระซิบ... มันไม่ใช่เสียงคน แต่มันคือเสียงของการต่อรองที่จบลงด้วยความตาย" เรย์หันกลับมา แววตาของเขาเย็นชาจนจินต้องเบือนหน้าหนี "ความตายคือราคาที่ถูกที่สุดที่เคยมีการตกลงกันในตลาดมืดแห่งนี้ครับคุณจิน ส่วนที่เหลือ... คือการชดใช้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด" จู่ๆ แสงไฟในห้องก็ดับวูบลงโดยสิ้นเชิง ทิ้งให้เหลือเพียงแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ที่เปล่งออกมาจากวัตถุต้องสาปในมือของเรย์ ความมืดมิดในที่แห่งนี้หนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตนเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของพวกเขา มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของส้นรองเท้าที่กระทบกับพื้นหินด้วยจังหวะที่แม่นยำและเยือกเย็น "มาดามเซน..." เรย์กระซิบชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืด หญิงชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูราวกับถักทอขึ้นจากเงามืดของกลางคืน ยืนตระหง่านอยู่ตรงทางออก เธอไม่ได้พกอาวุธ แต่รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก "พ่อค้าผู้หลงทาง..." มาดามเซนเอ่ยขึ้น เสียงของนางเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนแก้ว "เจ้าคิดว่าความฉลาดแกมโกงของเจ้าจะช่วยให้เจ้าขโมยของชิ้นนี้ไปจากข้าได้งั้นรึ? เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าทุกสิ่งในตลาดมืดแห่งนี้ รวมถึงลมหายใจของเจ้าด้วย... ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของข้า" เรย์กระชับกล่องในมือแน่นขึ้น เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว กลับกัน เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างสุภาพ ราวกับว่ากำลังทักทายแขกคนสำคัญในร้านน้ำชา "มาดามครับ ในตลาดมืด ใครจะเป็นเจ้าของอะไรไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกครับ สิ่งสำคัญคือ 'ใคร' ที่มีปัญญาครอบครองมันโดยไม่โดนความมืดกลืนกินเสียก่อน" "เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าคุมมันได้งั้นหรือ?" มาดามเซนขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้น แสงไฟสีฟ้าส่องให้เห็นรอยย่นบนใบหน้าของนางที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ผมไม่ได้บอกว่าผมคุมมันได้" เรย์กล่าวพลางหันหลังไปสบตากับจิน ชั่วขณะนั้นเองที่เรย์ตัดสินใจบางอย่าง ความเงียบระหว่างเขากับจินสื่อสารกันได้มากกว่าคำพูดนับพันคำ "ผมแค่บอกว่า... ของชิ้นนี้ไม่ควรอยู่กับคนที่พยายามจะปิดตายประตูมิติที่แปดด้วยเลือดของผู้อื่น" ทันใดนั้น เรย์ก็คว้าคอเสื้อของจินแล้วกระชากเขาลงไปในรอยแยกมิติที่เรย์แอบเปิดทิ้งไว้ที่พื้นห้องตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้ามา มาดามเซนพุ่งตัวเข้ามาหมายจะฉุดรั้ง แต่ปลายเล็บของนางกลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า ทว่าในวินาทีที่ร่างของทั้งสองกำลังจะเลือนหายไปสู่ห้วงมิติ จินก็อุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ติดมือของเรย์มาด้วย ไม่ใช่แค่กล่องใบนั้น... แต่เป็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นมาก ของที่อยู่ในมือเรย์กลับไม่ใช่กล่องไม้ชิ้นเดิม แต่มันคือนาฬิกาพกทองเหลืองที่แตกละเอียด เข็มนาฬิกาข้างในหมุนวนกลับหลังอย่างบ้าคลั่ง และเสียงที่ดังออกมาจากนาฬิกานั้น... คือเสียงร้องไห้ของเรย์เองในวัยเด็กที่ดังสะท้อนออกมาจากความว่างเปล่า เรย์เบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเขาตระหนักได้ว่า ตนเองไม่เคยครอบครองวัตถุนี้ แต่วัตถุนี้ต่างหากที่กำลังใช้ชีวิตของเขาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อรอเวลาเปิดออกอีกครั้ง เรย์นิ่งอึ้ง ในขณะที่รอยแยกมิติกำลังจะปิดลง เขากลับเห็นเงาสะท้อนในกระจกโบราณข้างหลังมาดามเซน เป็นภาพของเขาเองที่กำลังยืนยิ้มอย่างบ้าคลั่งจากอีกฝั่งของมิติ และในมือของเรย์คนนั้น... กลับถือหัวใจของจินที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางในเงามืดครั้งนี้ไปกับผม ประตูมิติที่แปดนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%