“อย่าเพิ่งถอย! ถ้าแกก้าวเท้าออกไปจากเส้นวงเวทนี้แม้แต่นิ้วเดียว วิญญาณของแกจะถูกฉีกกระชากออกจากร่างทันทีที่หมอกนั่นแตะผิวหนัง!”
เสียงตะคอกของจินดังลั่นห้องทำงานที่เต็มไปด้วยไอความเย็นเยียบ เรย์ไม่ได้ขยับตัวตามคำสั่ง ร่างของเขายืนแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้า—เงาสะท้อนในกระจกโบราณบัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเงาอีกต่อไป แต่มันคือนามธรรมของความมืดมิดที่กำลังก้าวผ่านขอบกระจกออกมาดั่งคนกำลังลอดผ่านผิวน้ำที่เหนียวหนืด
มือที่ซีดเผือดราวกับศพแตะลงบนขอบกรอบไม้สลักลายปีศาจ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะค่อยๆ หยั่งเชิงลงบนพื้นไม้ของร้าน ‘ประตูมิติที่แปด’ ทันทีที่ปลายนิ้วนั้นสัมผัสพื้น ไม้ปาร์เก้ก็เปลี่ยนสภาพเป็นสีดำสนิทและเริ่มผุพังราวกับผ่านกาลเวลามานับศตวรรษในชั่วพริบตา
“นั่นไม่ใช่เงาของฉัน...” เรย์พึมพำ เสียงของเขาสั่นพร่าไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตระหนกที่พบว่า ‘ตัวเขาอีกคน’ ในกระจกกำลังยิ้ม... ยิ้มกว้างจนมุมปากฉีกถึงใบหู
“เรย์! ฟังฉัน! หมอกนั่นมันมาแล้ว!” จินคำรามพลางคว้าปืนพกบรรจุลูกกระสุนอาคมขึ้นประทับบ่า เขาหันไปมองทางหน้าต่างบานใหญ่ของร้าน ภายนอกนั้น... เมืองทั้งเมืองกำลังถูกกลืนกิน ไอหมอกสีเทาหม่นที่ดูเหมือนกลุ่มก้อนของเส้นผมมนุษย์นับล้านกำลังไหลทะลักเข้ามาตามตรอกซอกซอย มันไม่ใช่หมอกธรรมชาติ มันคือไอหมอกวิญญาณที่กักเก็บความอาฆาตของวิญญาณเร่ร่อนในตลาดมืดมานานนับปี
เรย์หันกลับมาหาจิน แววตาของเขากลับมาเย็นชาอีกครั้ง แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมเต็มขมับ “จิน คุณเห็นไหม? เงาในกระจกนั่นมันไม่ได้ออกมาเพื่อฆ่าผม แต่มันออกมาเพื่อ ‘แทนที่’ ผม”
“ไร้สาระ! แกมีลมหายใจ มีเลือดเนื้อ!”
“ดูดีๆ สิ...” เรย์ชี้ไปที่พื้นห้องที่ตอนนี้ถูกไอหมอกสีเทาเริ่มเล็ดลอดเข้ามาตามรอยแยกประตู ที่นั่นไม่มีเงาของเรย์ทอดลงบนพื้นอีกต่อไป ราวกับว่าตัวตนของเขาถูกลบหายไปจากกฎเกณฑ์ของแสงสว่างเรียบร้อยแล้ว
จินนิ่งไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความตายที่ลอยมากับไอหมอกเริ่มทำให้ผิวหนังของเขาแสบร้อน เหมือนถูกเข็มพิษนับพันเล่มทิ่มแทง “บ้าเอ๊ย... มาดามเซนเล่นงานเราเข้าแล้วสินะ ยัยแก่สารเลวนั่นคงใช้กระจกบานนี้เป็นประตูเปิดทางให้กับพวกวิญญาณตกค้าง”
“นางไม่ได้แค่เปิดประตู จิน” เรย์เดินถอยหลังไปจนชนกับโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่ นิ้วมือควานหาของวิเศษบางอย่างในลิ้นชักลับ “นางกำลังเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นสุสานส่วนตัว นางต้องการ ‘คีย์’... ซึ่งก็น่าจะเป็นร่างของผมนี่แหละที่นางหมายตาไว้”
บรรยากาศในร้านกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระซิบกระซาบจากไอหมอกภายนอกเริ่มดังก้องเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงคน แต่มันคือเสียงคร่ำครวญนับหมื่นที่ผสมปนเปกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ จินพยายามสาดกระสุนอาคมออกไปทางหน้าต่าง แสงวาบสีทองระเบิดออกในความมืด แต่แทนที่จะสลายไอหมอก มันกลับทำให้หมอกเหล่านั้นรวมตัวกันหนาแน่นยิ่งขึ้น ราวกับว่าพวกมันกำลัง ‘กิน’ พลังงานอาคมเข้าไป
“กระสุนข้าทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย เรย์! เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” จินตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวที่ทวีความรุนแรงขึ้น
เรย์หยิบกริชเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก มันคือ ‘กริชตัดด้ายกรรม’ ของวิเศษต้องสาปที่เขาไม่เคยอยากจะหยิบขึ้นมาใช้ เขาจ้องมองใบมีดที่สะท้อนแสงไฟสลัว “ถ้าจะปิดประตูนี้ ผมต้องใช้เลือดของคนที่ ‘ไม่มีตัวตน’ ในกระจกนั่น”
“หมายความว่ายังไง?” จินหันมาถาม แต่คำตอบของเรย์กลับทำให้เขาต้องหยุดกึก
“หมายความว่าผมต้องฆ่า ‘เงา’ ของตัวเอง เพื่อให้เงาตัวจริงที่อยู่ในกระจกต้องสูญสิ้นไปพร้อมกับผม” เรย์หันไปเผชิญหน้ากับร่างที่ก้าวออกมาจากกระจกโดยสมบูรณ์แล้ว เงาร่างนั้นมีหน้าตาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน แต่ดวงตาของมันกลับกลวงโบ๋และเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในร้านที่บัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของมหาภัยพิบัติ ไอหมอกวิญญาณเริ่มหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของเหลวสีดำที่หล่อเลี้ยงร่างของ ‘เรย์เงา’ ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาในทุกขณะ จินยกปืนขึ้นจ่อไปที่เงานั้น แต่เขากลับพบว่านิ้วที่เหนี่ยวไกสั่นระริก
“เรย์... ถ้าแกทำแบบนั้น แกจะตายจริงๆ นะ!” จินพยายามเตือนสติ แต่เรย์เพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มแบบเดียวกับที่เงานั้นยิ้มให้เขา
“ผมตายไปตั้งแต่ตอนที่ปลดปล่อยของวิเศษพวกนั้นออกมาแล้ว จิน... วันนี้แค่ออกไปจากเกมนี้ให้มันจบๆ เท่านั้นเอง”
เรย์พุ่งตัวเข้าหาเงาของตนเอง กริชตัดด้ายกรรมในมือสะท้อนแสงสีเลือดที่เขาเพิ่งกรีดลงบนฝ่ามือตัวเองเพื่อกระตุ้นพลังของมัน ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดจะสัมผัสถึงอกของร่างเงา เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความชราและอำนาจมืดก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน
“ช้าไปแล้ว พ่อค้าผู้โง่เขลา”
เสียงแหบพร่าของมาดามเซนดังขึ้นจากความมืดมิดนอกร้าน พร้อมกับเงาร่างของหญิงชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวผ่านหมอกเข้ามาอย่างสง่างาม ในมือของนางถือกระจกอีกบานหนึ่ง—กระจกที่สะท้อนให้เห็นถึง ‘เรย์’ ในอนาคตที่กำลังนอนจมกองเลือดบนพื้นห้องนี้ โดยมีมือของหญิงชราวางอยู่บนหน้าอกของเขา
เรย์หยุดกริชไว้กลางอากาศ เขาสัมผัสได้ว่าไอหมอกในห้องไม่ได้ทำร้ายนาง แต่มันกลับก้มหัวให้ราวกับนางคือราชินีของเหล่าวิญญาณ
“เจ้าไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนเมืองนี้ให้เป็นสุสานหรอกเซน...” เรย์กัดฟันกรอด “เจ้าต้องการจะย้าย ‘จิต’ ของเจ้าเข้ามาอยู่ในร่างของข้า เพื่อที่เจ้าจะได้เป็นเจ้าของตลาดมืดประตูที่แปดคนใหม่... ใช่ไหม?”
มาดามเซนหัวเราะ เสียงของนางเย็นเยียบจนพื้นไม้รอบตัวแตกร้าว “เจ้าฉลาดเสมอ เรย์... แต่ความฉลาดนั่นแหละที่พาเจ้ามาถึงวาระสุดท้าย”
นางขยับนิ้วเพียงเบาๆ กระจกที่เรย์พยายามจะจัดการก็แตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกของเรย์จนเขากระเด็นไปกระแทกผนัง เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปาก ในขณะที่ไอหมอกวิญญาณเริ่มหดตัวและรุมล้อมเข้ามาพันธนาการร่างของเขาไว้เหมือนงูยักษ์
“จิน! ไปจากที่นี่!” เรย์ตะโกนพลางมองดูจินที่พยายามจะยิงเข้าใส่มาดามเซน แต่กระสุนกลับเลี้ยวเบนหายไปในความว่างเปล่าราวกับมีกำแพงมิติที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้
มาดามเซนเดินตรงเข้ามาหาเรย์ นางโน้มตัวลงมาจนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงคืบ “ไม่ต้องห่วงเพื่อนรักของเจ้าหรอก... เพราะเมื่อข้าเข้ายึดร่างเจ้าได้ เจ้าก็จะจำอะไรไม่ได้อีกต่อไป แม้กระทั่งว่าเจ้าเคยมีเพื่อนที่ชื่อว่า ‘จิน’ อยู่ในชีวิตก็ตาม”
ทันใดนั้นเอง สร้อยคอที่เรย์สวมอยู่มาตลอด—สร้อยคอที่เขาคิดว่าเป็นเพียงของดูต่างหน้าจากครอบครัว—กลับเริ่มเปล่งแสงสีม่วงประหลาดออกมา มันไม่ใช่แสงอาคมธรรมดา แต่มันคือแสงที่กัดกินความมืดมิดรอบตัวอย่างรุนแรงจนมาดามเซนต้องถอยกรูดด้วยความเจ็บปวด
“ของชิ้นนี้... มันอยู่ในมือเจ้าได้ยังไง!” มาดามเซนกรีดร้องด้วยความตกใจ แสงสีม่วงนั้นขยายตัวออกและเริ่มดึงเอา ‘ความลับ’ บางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังภาพลวงตาของร้านออกมา สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังเงาของมาดามเซนไม่ใช่กำแพงร้าน แต่เป็น ‘ประตูที่แปด’ บานที่แท้จริงที่ถูกปิดตายมาตลอดกาล และบนบานประตูนั้น... มีรอยเลือดที่เขียนด้วยลายมือของใครบางคนที่เรย์คุ้นเคยอย่างประหลาด
รอยเลือดที่เขียนชื่อของเขา... ‘เรย์’ และคำว่า ‘จงอย่าเชื่อใจผู้ที่ไม่มีเงา’
จินมองไปที่พื้น และเขาก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อพบว่าในขณะที่มาดามเซนกำลังโกรธเกรี้ยว... นางกลับไม่มีเงาทอดลงบนพื้นแม้แต่นิดเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านมิติมืดมาจนถึงวินาทีที่ความจริงเริ่มเผยตัวนะครับ!
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 30
กลิ่นอายแห่งความตาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!