"วางมันลงเสียจิน อย่าให้ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุให้คุณต้องสูญเสียวิญญาณไปก่อนวัยอันควร"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเรย์ดังขึ้นจากความมืดข้างหลังจิน อดีตนายตำรวจหนุ่มชะงักมือที่กำลังจะแตะลงบนสันปกหนังสีดำสนิทที่ดูเหมือนทำจากผิวหนังมนุษย์ กลิ่นอายของความตายที่อบอวลอยู่ในหอสมุดลับแห่งนี้หนาแน่นเสียจนเขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ซึมลึกเข้าไปในกระดูกสันหลัง
จินไม่หันกลับไป แต่เขาก็ยอมถอนมือออกมาอย่างช้าๆ แสงจากตะเกียงน้ำมันในมือเรย์ไหววูบ สะท้อนเงาของชั้นวางหนังสือที่ดูคล้ายกรงเล็บปีศาจขยายใหญ่ขึ้นบนผนังห้อง "คุณกำลังซ่อนอะไรอยู่กันแน่เรย์? ตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ คุณเอาแต่จ้องมองหน้าสุดท้ายของบันทึกเล่มนี้ไม่วางตา"
เรย์ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่มองเห็นความมืดมิดในวัตถุนั้นกลับไหวระริกอย่างที่จินไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปัดเศษฝุ่นที่เกาะอยู่บนไหล่ของตนเองอย่างเชื่องช้า ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยรอยร้าว
"บางอย่าง... ก็ถูกฝังไว้เพื่อให้มันตายไปพร้อมกับกาลเวลาครับจิน การขุดคุ้ยสิ่งที่ควรเลือนหายไป ไม่ได้ทำให้อดีตสวยงามขึ้น แต่มันอาจทำให้ปัจจุบันที่คุณมีอยู่พังทลายลง"
จินหมุนตัวกลับมา เผชิญหน้ากับพ่อค้าของวิเศษผู้เย่อหยิ่งคนนี้ "อดีตของคุณไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว ตราบใดที่มาดามเซนยังคอยจ้องจะใช้ 'ของบางอย่าง' ในตัวคุณเพื่อเปิดประตูบานที่แปด ถ้าผมไม่รู้ว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไร ผมจะปกป้องคุณจากการถูกกลืนกินได้ยังไง?"
เรย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของจิน ที่นั่นมีความจริงใจที่ซื่อตรงเกินกว่าจะปฏิเสธได้ เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะยื่นมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นออกมาจากชั้นวางอย่างเบามือ ปกหน้าของมันไม่มีชื่อเรียกขาน มีเพียงรอยประทับตราของ 'นักพยากรณ์ไร้เนตร' ที่เรย์คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"บันทึกเล่มนี้ไม่ได้บอกเล่าแค่ประวัติศาสตร์ของตลาดมืด" เรย์เปิดหน้ากระดาษที่กรอบจนแทบจะกลายเป็นผง "แต่มันคือคำทำนายถึงจุดจบของสายเลือด... สายเลือดที่ถูกสาปด้วยพันธสัญญาของวิเศษ"
จินขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นอายวิญญาณที่เขาสัมผัสได้เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ราวกับคนกำลังคร่ำครวญอยู่รอบตัว "คุณหมายความว่ายังไงที่ว่าสายเลือด?"
"ครอบครัวของผมไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุจากการปลดปล่อยของวิเศษเพียงอย่างเดียวครับ" เรย์ใช้นิ้วไล่ไปตามอักษรโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีเลือด "พวกเขาถูกคัดเลือก... ถูกสังเวย เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาดุลยภาพของประตูมิติที่แปด และในบันทึกเล่มนี้ ผมเพิ่งพบชื่อหนึ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในที่แบบนี้"
จินก้มมองตามนิ้วของเรย์ที่ชี้ไปยังหน้ากระดาษแผ่นหนึ่ง ลายมือที่เขียนไว้มีลักษณะโย้เย้ราวกับเขียนขึ้นด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด แต่มันอ่านได้ชัดเจนว่าคือชื่อของใครบางคน
'เรย์มอนด์ ผู้ถูกกักขังในเงา... จะเป็นผู้กุญแจที่ต้องทำลายโซ่ตรวนของมาดามเซนด้วยเลือดของตนเอง'
"นี่มันหมายความว่าไง?" จินถาม เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
เรย์ปิดสมุดบันทึกอย่างแรงจนฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง "มันหมายความว่า มาดามเซนไม่ได้แค่เลี้ยงผมไว้เพื่อการค้าขาย แต่เธอเลี้ยงผมไว้ในฐานะ 'ภาชนะ' ที่รอวันจะแตกสลาย เพื่อปล่อยสิ่งที่เธอต้องการให้หลุดออกมาจากประตูบานนั้น"
ทันใดนั้น แสงตะเกียงน้ำมันก็ดับวูบลง หอสมุดลับตกอยู่ในความมืดสนิททันที มีเพียงเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังมาจากโถงทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงเดินของมนุษย์ปกติ แต่มันคือเสียงของรองเท้าส้นสูงที่เคาะพื้นไม้ดัง *ตึก... ตึก...* อย่างเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว
"คุณมาเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ เรย์..." เสียงแหบพร่าของมาดามเซนดังมาจากความมืด พร้อมกับความกดอากาศที่บีบคั้นจนจินแทบหายใจไม่ออก
เรย์ขยับตัวมาบังจินไว้ด้านหลังทันที มือของเขาหยิบมีดสั้นอาคมที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมา แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาขั้นสูงสุด "คุณต้องการอะไรมาดาม? สมุดเล่มนี้ไม่มีคำตอบที่คุณต้องการหรอก"
"ผิดแล้วพ่อหนุ่มน้อย" มาดามเซนก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเธอที่ดูร่วงโรยกลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างน่าประหลาด รอยยิ้มของเธอเผยให้เห็นฟันที่ดำสนิท "ฉันไม่ได้มาเพื่อเอาสมุด... แต่ฉันมาเพื่อเอา 'กุญแจ' ที่อยู่ในร่างของเธอต่างหากล่ะ"
จินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิญญาณนับร้อยที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในหอสมุด เขาชักปืนพกอาคมของเขาออกมาเตรียมพร้อม แต่เขากลับต้องชะงักเมื่อเห็นเงาประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์กำลังค่อยๆ แทรกตัวออกมาจากผิวหนังของเรย์
"เรย์! เกิดอะไรขึ้นกับร่างของคุณ!" จินตะโกนด้วยความตกใจ
เรย์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดพุ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง เขาหันกลับมามองจินด้วยสายตาที่เจ็บปวดและเว้าวอน "หนีไปจิน... อย่าหันกลับมามอง เพราะถ้าคุณเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวผม... คุณจะไม่มีวันมองผมเป็นมนุษย์ได้อีกต่อไป!"
ทว่าก่อนที่จินจะทันได้ก้าวถอยหลัง ประตูบานยักษ์ที่อยู่สุดทางเดินของหอสมุดลับก็เปิดออกเองโดยไม่มีใครแตะต้อง ความมืดมิดที่ไหลทะลักออกมาจากประตูนั้นรุนแรงจนดูดกลืนแสงไฟทุกดวงจนหมดสิ้น พร้อมกับร่างของบุรุษคนหนึ่งที่เดินเยื้องกรายออกมาจากความมืดมิดนั้น... ใบหน้าของเขาเหมือนกับเรย์ราวกับส่องกระจก ทว่าดวงตาสีเลือดคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง
"ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง... ตัวข้าที่รัก" ร่างเงาของเรย์ในอีกภพภูมิเอ่ยขึ้นพลางคลี่ยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วพุ่งเข้าหาเรย์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
ประตูมิติที่แปด
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 14
บันทึกของนักพยากรณ์
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!