"วางมีดลงเสียเถอะเรย์... นายก็รู้ว่าการเสียสละครั้งนี้อาจไม่ได้แลกมาด้วยความเงียบสงบอย่างที่นายหวัง"
จินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องเก็บของเก่า กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและไอเย็นเยือกที่โชยมาจากตุ๊กตาผ้าซอมซ่อบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวกลางห้องทำให้บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก เรย์ไม่ได้หันไปมองคู่คิดของเขา ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รอยแยกบนหน้าตุ๊กตา ซึ่งบัดนี้กำลังปริออกราวกับแผลสดที่รอการเยียวยาด้วยของเหลวสีชาด
"ความสงบไม่ใช่สิ่งที่ฉันตามหา จิน" เรย์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทชั่วขณะเมื่อจ้องมองเข้าไปในรูโหว่ของตุ๊กตา "สิ่งที่ฉันต้องการคือการผนึกไอ้สิ่งอัปมงคลนี่ไม่ให้ไปทำลายชีวิตใครได้อีก โดยเฉพาะหลังจากที่มาดามเซนทิ้งมันไว้เป็นบทเรียนให้ฉันเห็น..."
มือที่สั่นเทาเล็กน้อยของเรย์กุมมีดสั้นเล่มบางไว้แน่น มันไม่ใช่มีดธรรมดา แต่มันคือเหล็กอาคมที่ถูกตีขึ้นจากตะปูโลงศพพันปี ใบมีดสะท้อนแสงไฟสลัวจนเกิดเป็นประกายสีเงินแกมน้ำเงิน เรย์จรดคมมีดลงบนปลายนิ้วชี้ของตัวเองโดยไม่ลังเล เลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึมออกมา หยดลงบนใบมีดก่อนจะถูกดูดกลืนหายไปราวกับมีสิ่งมีชีวิตที่หิวโหยซ่อนอยู่ในเนื้อเหล็กนั้น
จินก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณอดีตสายสืบของเขาบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ กลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งกระจายไปทั่วห้องมันเข้มข้นเกินกว่าจะเรียกว่าเลือดของมนุษย์ปกติ และตุ๊กตาตัวนั้น... มันเริ่มขยับ
"เรย์ หยุด! นายกำลังถูกมันย้อนรอย" จินตะโกน แต่ทุกอย่างสายเกินไป
เรย์กรีดนิ้วยาวผ่านอากาศเป็นอักขระโบราณ เลือดที่หยดลงบนพื้นไม่ได้เปรอะเปื้อน แต่กลับลอยตัวขึ้นเป็นเส้นสายสีแดงก่ำ ดั่งสายใยที่เชื่อมโยงระหว่างวิญญาณของเขากับตุ๊กตาที่ถูกสาปแช่ง ดวงตาของเรย์เบิกกว้างขึ้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านเส้นประสาทราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายใน
ตุ๊กตาผ้าตัวนั้นเริ่มบิดเบี้ยว ใบหน้าของมันที่เคยไร้ความรู้สึกกลับค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มกว้างถึงใบหู เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดแก้วหูดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะของเรย์
'เจ้ามอบเลือดให้ข้า... แต่วิญญาณของเจ้าเล่า... พร้อมจะวางเดิมพันกับความมืดมิดชั่วนิรันดร์แล้วหรือยัง?'
"หุบปาก..." เรย์กัดฟันกรอด เหงื่อเม็ดโตไหลท่วมใบหน้า ความเย็นเยือกเริ่มกัดกินปลายนิ้วและลามไปตามแขนของเขา ราวกับถูกน้ำแข็งเกาะกุม "แกเป็นเพียงสิ่งของ... เป็นเพียงของวิเศษที่ถูกลืม... ฉันคือคนกำหนดราคา ไม่ใช่แก!"
เรย์กระแทกมือลงบนอกของตุ๊กตาอย่างแรง เลือดที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันพุ่งเข้าสู่ตัวตุ๊กตาราวกับพายุหมุน แสงสีม่วงหม่นระเบิดออกมาจากรอยแยกนั้น สว่างจนจินต้องยกแขนขึ้นบังหน้า
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่แสงนั้นจะกลืนกินทุกอย่าง จินกลับสังเกตเห็นบางสิ่งที่ทำให้เขาสะท้านไปถึงกระดูก ที่เงาสะท้อนบนพื้นห้อง ข้างใต้เท้าของเรย์... เงาของเขามันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ปกติ แต่มันกลับมีเขาแหลมและปีกที่งอกยาวออกมาจากแผ่นหลังราวกับอสูรกาย
"เรย์! ออกมาเดี๋ยวนี้!" จินพุ่งเข้าไปหมายจะฉุดตัวเพื่อนสนิทออกมา แต่เขากลับถูกกำแพงล่องหนผลักกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางของ ของเก่าแก่นานาชนิดร่วงหล่นลงมาแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน เสียงโหยหวนของวิญญาณนับร้อยที่ถูกกักขังอยู่ในตลาดมืดประตูที่แปดดังระงมไปทั่ว ราวกับตลาดทั้งตลาดกำลังตอบสนองต่อพิธีกรรมต้องห้ามนี้ เรย์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ลมหายใจขาดห้วง แต่มือของเขายังคงกดทับตุ๊กตาตัวนั้นไว้แน่น
ความมืดเริ่มก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนรอบตัวเขา เสียงหัวเราะของตุ๊กตาเงียบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
"สำเร็จไหม..." จินถามด้วยเสียงสั่นเครือ พยายามยันกายลุกขึ้นจากเศษซากของวิเศษ
เรย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ผมสีเข้มปรกหน้าผาก ใบหน้าของเขาดูซีดเผ่าและไร้ซึ่งสีเลือด แต่ดวงตาที่เคยเย็นชากลับดูว่างเปล่าและลุ่มลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง เขามองไปยังจินด้วยสายตาที่ทำให้อดีตสายสืบถึงกับหยุดหายใจ
"สำเร็จ..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูแปลกไป มันแหบพร่าและซ้อนทับด้วยเสียงอีกนับสิบ "แต่น่าเสียดายนะจิน... ที่ราคาที่ฉันต้องจ่าย มันไม่ใช่แค่เลือดในกาย"
เรย์คลายมือออกจากตุ๊กตา ในตอนนี้ มันไม่มีรอยแยกอีกต่อไป แต่มันกลับดูเหมือนใหม่และดูมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด ราวกับมันเพิ่งได้รับพลังงานชีวิตชุดใหญ่เข้าไป
ทว่า ทันใดนั้น ประตูทางเข้าห้องเก็บของซึ่งถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาด้วยกลไกโบราณก็ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงชราที่ก้าวเข้ามาในความมืด กลิ่นดอกไม้แห้งและน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยโชยมาก่อนตัว มาดามเซนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ยินดีด้วยนะคุณเรย์..." นางเอ่ย พลางเหลือบมองไปที่ตุ๊กตาที่บัดนี้ขยับนิ้วมือได้เองแล้ว "ในเมื่อคุณมอบเลือดและวิญญาณบางส่วนให้มันเป็นที่เรียบร้อย... ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาคุยเรื่อง 'พันธสัญญา' ที่คุณเซ็นไว้ด้วยเลือดในบทเรียนแรกกันเสียที"
มาดามเซนยื่นซองจดหมายสีดำประทับตราครั่งรูปดวงตาแปดดวงให้เรย์ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ทำให้ความหวังของเรย์พังทลายลงในพริบตา "ตุ๊กตาตัวนี้ไม่ใช่ของที่ต้องผนึกหรอก... มันคือภาชนะรอการเกิดใหม่ และตอนนี้... ภาชนะนั้นก็เลือกเจ้าของใหม่แล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
ประตูมิติที่แปด
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 13
ราคาที่ต้องจ่าย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!