ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 12

ตุ๊กตาไร้เนตร

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"วางมันลงเสีย ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณกลายเป็นเพียงหน้ากระดาษว่างเปล่า" น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่จ่ออยู่บนลำคอ จินขยับตัวเข้ามาใกล้ผมเบาๆ กลิ่นอายของวิญญาณที่เกาะกินตุ๊กตาพอร์ซเลนตัวนั้นรุนแรงจนอากาศรอบข้างหนืดข้นราวกับถูกฉาบด้วยเรซินสีหม่น ชายวัยกลางคนตรงหน้าผม—ลูกค้าขาประจำที่ดูสิ้นหวังเกินกว่าจะรักษา—เขากำลังกอดตุ๊กตาเด็กหญิงไร้เนตรตัวนั้นไว้แนบอก ปลายนิ้วสั่นเทาของเขาลูบไล้ผิวแก้มที่แตกรานของมันด้วยความทะนุถนอมอย่างน่าสะอิดสะเอียน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูว่างเปล่าราวกับคนเสียสติ "คุณไม่เข้าใจหรอก... เรย์" เขาพึมพำ ดวงตาที่เหม่อลอยของเขาสั่นไหว "ตั้งแต่มันเข้ามา... ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวของผมก็หายไป มันแบ่งเบาภาระของผมไปหมดแล้ว" "มันไม่ได้แบ่งเบา แต่มันกำลังกินสมองส่วนความจำของคุณต่างหาก" จินแทรกขึ้นพลางขยับมือไปที่ซองปืน "ลองมองดูแขนเสื้อคุณสิ คุณจำไม่ได้แล้วใช่ไหมว่ารอยแผลเป็นนั่นมาจากไหน" ลูกค้าคนนั้นก้มลงมองแขนตัวเองด้วยความฉงน เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "แผลเป็น? ผมไม่เห็นจะมีแผลเป็นที่ไหน... โอ๊ะ... จริงด้วย... นี่มัน... มันเกิดขึ้นตอนไหนกัน?" ผมสังเกตเห็นละอองสีเทาจางๆ ลอยออกมาจากรอยแตกตรงเบ้าตาของตุ๊กตา มันดูดกลืนไออุ่นและภาพความทรงจำของชายผู้นี้เข้าไปอย่างหิวกระหาย ในตลาดมืดประตูที่แปดแห่งนี้ ของวิเศษทุกชิ้นมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และสำหรับ 'ตุ๊กตาไร้เนตร' สกุลเงินที่มันเรียกเก็บไม่ใช่ทองคำ แต่มันคือความเป็นตัวตนของเจ้าของ "คืนมันมาให้ผมเดี๋ยวนี้" ผมสั่ง พลางยื่นมือออกไป "หากคุณยังถือมันไว้แบบนี้ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง คุณจะจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง คุณจะกลายเป็นแค่เปลือกมนุษย์ที่เดินได้ในตลาดมืดแห่งนี้" "ฉันไม่ต้องการ... ฉันไม่ต้องการความทรงจำที่น่าสมเพชนั่นอีกแล้ว!" เขาตะคอก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายผิดวิสัย ตุ๊กตาในอ้อมกอดเริ่มส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กดั่งเสียงแก้วบาดกระจก จินพุ่งตัวเข้าไปล็อกตัวชายคนนั้นไว้ ผมอาศัยจังหวะที่เขากำลังดิ้นรนคว้าหมับไปที่ตุ๊กตาตัวนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วผมสัมผัสผิวพอร์ซเลนเย็นเฉียบ กระแสความทรงจำที่แตกสลายก็พุ่งเข้าชนโสตประสาทของผม ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้ ภาพงานศพที่เต็มไปด้วยกลิ่นดอกลิลลี่ และความเงียบงันที่กัดกินหัวใจ—มันไม่ใช่ความทรงจำของผม แต่เป็นความทรงจำที่ตุ๊กตาตัวนี้ขโมยมา! "ปล่อย... ปล่อยมันเดี๋ยวนี้!" ผมกัดฟันแน่น พยายามดึงตุ๊กตาออกจากมือของลูกค้าที่ไร้สติสัมปชัญญะ "เรย์! ระวังข้างหลัง!" เสียงจินตะโกนก้อง ผมหมุนตัวกลับตามสัญชาตญาณ เห็นร่างเงาสีดำทมิฬที่คุ้นตามายืนอยู่ตรงมุมมืดของร้าน มาดามเซนยิ้มพราย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของนางดูเหมือนจะขยับตามจังหวะการเต้นของตุ๊กตาในมือผม นางไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่มาเพื่อเก็บเกี่ยวส่วนแบ่งที่นางควรได้รับ "ของชิ้นนี้มันเริ่มหิวจัดแล้วนะ เรย์" เสียงแหบพร่าของมาดามเซนดังก้องในโสตประสาท "เจ้าของมันลืมเลือนจนแทบไม่เหลือค่าแล้ว... เธอจะยอมให้มันกินเธอก่อน หรือจะส่งมันมาให้ฉันเพื่อแลกกับเบาะแสของ 'คนในครอบครัว' ที่เธอเฝ้าตามหา?" ใจผมกระตุกวูบ ความเย็นเยือกแล่นผ่านไขสันหลัง ภาพของครอบครัวที่ผมสูญเสียไปเพราะความผิดพลาดในอดีตฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำทันทีที่นางเอ่ยถึง "คุณไม่มีวันหลอกผมได้อีก มาดาม" ผมกล่าวพลางเค้นพลังแห่งดวงตาเพื่อกดทับจิตวิญญาณในตุ๊กตาให้สงบลง "ตุ๊กตาตัวนี้ไม่มีวันไปอยู่ในมือคุณ" "งั้นหรือ?" นางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น ตุ๊กตาในมือผมก็ลืมตาขึ้น—มันไม่มีดวงตาเหมือนที่ควรจะเป็น แต่มันมี 'ตา' ที่เป็นรอยแผลเป็นรูปเดียวกับที่อยู่บนแขนของชายคนนั้น และที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือรอยแผลเป็นนั้นกำลังขยายตัวลามขึ้นมาบนมือของผมอย่างรวดเร็ว ผมมองดูผิวหนังที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเทาและจางหายไปทีละส่วนพร้อมกับความทรงจำที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากสมองอย่างรวดเร็ว จินปล่อยชายคนนั้นแล้วหันมามองผมด้วยความตื่นตระหนก "เรย์! มือของคุณ... คุณจำชื่อผมได้ไหม!" ผมพยายามจะตอบ แต่กลับพบว่าแม้แต่ชื่อของตัวเองก็เริ่มพร่าเลือนไปจากหัวใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่กลายเป็นความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กัดกินพื้นที่ในสมองเหมือนน้ำหมึกที่หยดลงบนผืนผ้าใบสีขาว มาดามเซนก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดข้างหูผม "ดูเหมือนว่าตอนนี้... เธอจะกลายเป็นเจ้าของคนใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิมนะ ประตูมิติที่แปดไม่ได้ต้องการแค่ของที่ถูกขโมยความทรงจำ แต่กำลังต้องการคนที่จะมาแทนที่ตุ๊กตาตัวนี้... เธอพร้อมจะสูญเสียทุกอย่างเพื่อความจริงหรือยังล่ะ?" ผมมองไม่เห็นทางออกแล้ว ความทรงจำสุดท้ายที่ผมยึดถือไว้กำลังถูกกระชากออกจากอกอย่างช้าๆ ร่างกายผมเริ่มหนักอึ้งและเย็นเฉียบราวกับพอร์ซเลน และก่อนที่สติจะดับวูบลงไปสู่ความมืดมิด ผมเห็นบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจหยุดชะงัก—เงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกข้างหลังมาดามเซน ไม่ใช่เงาของผม แต่เป็นเงาของคนที่ผมพยายามจะลืมไปตลอดกาล... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%