ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 6

ภาพวาดที่ขยับได้

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
“นายควรรู้ไว้ก่อนนะเรย์... กลิ่นสีน้ำมันในร้านของนายวันนี้น่ะ มันคาวเหมือนเลือดที่เพิ่งออกจากร่าง” จินยืนพิงกรอบประตูทางเข้าตลาดมืด มือขวาของเขากุมด้ามปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อโค้ทแน่น ดวงตาของอดีตตำรวจสายสืบจ้องเขม็งไปยังกรอบรูปภาพทิวทัศน์วินเทจที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คกลางร้าน มันเป็นภาพวาดสีน้ำมันของคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ดูรกร้าง ท้องฟ้าในภาพเป็นสีม่วงคล้ำที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด เรย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ขยับนิ้วเรียวยาวผ่านผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาด เช็ดรอยฝุ่นจางๆ บนมุมกรอบรูปไม้แกะสลักนั้น ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของเขาสามารถมองทะลุผ่านรูปลักษณ์ภายนอกไปเห็นถึง ‘เส้นใยสีดำ’ ที่สั่นไหวอยู่ภายในผืนผ้าใบ มันไม่ได้เป็นเพียงภาพวาด แต่เป็นกรงขังที่กำลังรอเวลาจะอ้าปากรับเหยื่อ “ลูกค้ารายที่สามในสัปดาห์นี้ที่เอาภาพนี้กลับมาคืนที่หน้าประตูร้าน” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความเย็นชาบาดลึก “นายบอกว่ามันมีกลิ่นเลือด แต่สิ่งที่ฉันเห็น... มันคือความหิวกระหายที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็มต่างหาก” “แล้วนายจะขายมันต่อให้ใคร?” จินขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของวิญญาณในห้องนี้เข้มข้นจนน่าสะอิดสะเอียน “คนที่ซื้อไปคนก่อน... นายจำได้ไหมเรย์? สภาพเขาวันที่พนักงานส่งของไปเจอที่บ้านน่ะ” เรย์ชะงักมือที่กำลังเช็ดกรอบรูป ความทรงจำเกี่ยวกับลูกค้าคนล่าสุดผุดขึ้นมา เขาไม่ได้ตายในเชิงกายภาพ แต่ร่างกายกลับซีดเผือดเหมือนกระดาษ ผิวหนังแห้งกรังราวกับถูกสูบความชื้นออกไปจนหมดสิ้น และที่สำคัญที่สุด... ลูกนัยน์ตาของเขาหายไป ราวกับถูกใครบางคนใช้พู่กันแต้มสีดำถมทับลงไปบนภาพวาดที่เขากำลังกอดไว้แนบอก “ฉันไม่ได้ขายให้เขา จิน” เรย์วางผ้าเช็ดหน้าลง แล้วหันมาสบตากับคู่คิด “เขาสั่งทำต่างหาก เขาต้องการ ‘พื้นที่’ ในนั้น เพื่อหนีจากโลกที่ความผิดบาปของเขามันใหญ่เกินกว่าจะแบกรับไหว” ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น เป็นจังหวะที่เชื่องช้าและมั่นคง สามครั้ง... ราวกับเป็นการให้สัญญาณ เรย์และจินสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เรย์จะผายมือไปทางด้านหลังเคาน์เตอร์ “วันนี้ตลาดมืดไม่ได้เปิดต้อนรับใคร แต่ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมีความอดทนสูงเสียเหลือเกิน” ประตูบานไม้หนาหนักเปิดออก เผยให้เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน ทว่าใบหน้าของเขากลับซูบตอบและดวงตาโหลลึก เขาถือกรอบรูปขนาดเล็กไว้ในมือ—มันคือภาพวาดจากร้านของเรย์ภาพเดียวกันกับที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ในภาพนั้น... มีร่างของชายคนหนึ่งเพิ่มเข้ามา ร่างนั้นยืนก้มหน้าอยู่ในสวนของคฤหาสน์ “คุณเรย์... ผม... ผมอยู่ข้างในนั้นไม่ได้อีกแล้ว” ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงแหบพร่าเหมือนคนไม่ได้ดื่มน้ำมานานหลายวัน เขาวางกรอบรูปลงบนโต๊ะอย่างสั่นเทา “เขากำลังขยับ... ทุกคืนที่ผมหลับ เขาจะคืบคลานเข้ามาใกล้ประตูคฤหาสน์ในภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ผมทนไม่ได้แล้ว ได้โปรด เอาเขากลับไปที!” จินก้าวเข้าไปขวางชายผู้นั้นไว้ทันที “คุณซื้ออะไรไปกันแน่? และไอ้คนในภาพนั่นมันคือใคร?” “นั่นคือเงาของผมเอง!” ชายคนนั้นตวาดลั่น ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น “มันไม่ใช่ภาพวาดธรรมดา มันคือ ‘บันทึก’... ยิ่งผมทำบาปในชีวิตจริงมากเท่าไหร่ มันก็จะค่อยๆ กลืนกินชีวิตผมเข้าไปในภาพมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้... ร่างกายผมเริ่มขยับเองไม่ได้แล้ว บางส่วนของผมกลายเป็นสีน้ำมันไปแล้ว!” เรย์เดินเข้าไปหาชายผู้นั้น เขาหยิบภาพวาดขึ้นมาสังเกตการณ์ นัยน์ตาของเรย์เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างชายในภาพไม่ได้ก้มหน้าอยู่อีกต่อไป มันเงยหน้าขึ้นมามองที่พวกเขา... ดวงตาของภาพวาดนั้นมีสีเดียวกับนัยน์ตาของเรย์ไม่มีผิดเพี้ยน “มาดามเซน...” เรย์พึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยความโกรธเคืองที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียง “นี่ไม่ใช่สินค้าจากฝีมือฉัน นี่คือการ ‘ขโมย’ เอาจิตวิญญาณไปกักขังในกรอบรูปเพื่อแลกกับอำนาจการมองเห็นอนาคตของมาดาม” “ช่วยผมด้วย!” ชายคนนั้นร้องลั่น นิ้วมือของเขาสั่นระริกก่อนที่ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนเป็นรอยเปื้อนสีน้ำมันสีน้ำตาลไหม้ ในจังหวะที่เรย์จะยื่นมือเข้าไปแตะภาพวาดเพื่อสะกดพลังงานต้องสาป แสงไฟในร้านพลันดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามา กลิ่นสีน้ำมันฟุ้งกระจายจนหายใจไม่ออก จินชักปืนออกมาเล็งไปยังภาพวาดที่เริ่มสั่นไหวราวกับมีชีวิต ภาพวาดในมือเรย์ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายมรณะแผ่ซ่านออกมาจากผืนผ้าใบ จินตะโกนเตือนเรย์ ทว่าสายเกินไป... มือของชายในภาพที่ดูเหมือนจะแบนราบ กลับยื่นพ้นกรอบรูปออกมาเป็นสามมิติ นิ้วมือยาวเรียวที่เต็มไปด้วยสีน้ำมันเหนียวหนืดคว้าเข้าที่คอของเรย์อย่างรุนแรง ขณะที่เรย์พยายามดึงตัวออกมาจากพันธนาการ เสียงกระซิบเย็นเยียบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมมืดของร้าน “เรย์เอ๋ย... เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าประตูปริศนาของวิเศษน่ะ ไม่ได้เปิดให้ใครเดินออกไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าเพิ่งจะนำ ‘วิญญาณ’ ของลูกค้ารายนี้เข้ามาในสังเวียนของเจ้าเอง” เรย์หันไปตามเสียง เห็นเงาร่างของหญิงชราในชุดคลุมสีดำยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางความมืด มาดามเซนถือพู่กันในมือ แล้วแต้มสีแดงสดลงไปบนภาพวาดตรงหน้าเรย์ทันที เลือดสีสดพุ่งออกมาจากผืนผ้าใบไหลนองเต็มพื้นร้าน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ร่างของเรย์เองเริ่มจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาด เมื่อเขาก้มมองมือตัวเอง สีผิวที่เคยขาวซีดกำลังถูกแทนที่ด้วยรอยแปรงป้ายสีน้ำมันสีม่วงคล้ำที่เขามองเห็นในภาพวินเทจเมื่อครู่นี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%