“หยุดมือของคุณซะ เรย์! ถ้าคุณดึงไอ้กริชสนิมเขรอะนั่นออกมาอีกนิ้วเดียว ผมสาบานได้เลยว่าเราสองคนจะไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูกให้มาดามเซนเก็บกวาด”
เสียงของจินแหบพร่าและสั่นเครือ เขายืนพิงกรอบประตูไม้เก่าคร่ำที่บิดเบี้ยวผิดรูป มือขวาของเขากุมตำแหน่งหน้าอกแน่น กลิ่นสาบสางของเนื้อเน่าและกลิ่นดินชื้นแฉะฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงกว้างของตลาดมืด เรย์ไม่ได้หันกลับมามอง ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึกบัดนี้กลับมีเส้นเลือดฝอยสีดำปรากฏชัดเจนขึ้น มันสั่นไหวราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามตะเกียกตะกายออกมาจากม่านตาของเขา
เรย์ขยับนิ้ว กริชโบราณในมือสั่นสะท้าน มันไม่ใช่โลหะที่ทำจากเหล็กกล้า แต่มันคือเศษเสี้ยวของกระดูกที่ถูกเจียระไนจนแหลมคม พลังงานสีม่วงหม่นคล้ายกลุ่มควันพิษเริ่มรั่วไหลออกมาจากรอยร้าวบนประตูบานที่แปด—ประตูเหล็กขนาดมหึมาที่ถูกปิดตายมานานนับศตวรรษ ซึ่งตั้งอยู่สุดทางเดินของตลาดมืดแห่งนี้
“คุณไม่ได้ยินหรือไง จิน?” เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่าขนลุก “มันกำลังเรียกชื่อผม... เสียงของพ่อ เสียงของแม่ พวกเขากำลังหนาวเหน็บอยู่หลังบานประตูนี้”
“นั่นไม่ใช่พวกเขา!” จินตะคอก เขาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางทุลักทุเล “นั่นคือเสียงสะท้อนจากความผิดพลาดของคุณ! เรย์ สติของคุณกำลังจะหลุดลอยไปพร้อมกับของวิเศษพวกนี้ มองผม! มองที่ตาของผม!”
เรย์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย ดวงตาที่มองเห็นความมืดของเขากำลังสะท้อนภาพบิดเบี้ยวของความเป็นจริงรอบข้าง สิ่งของวิเศษบนชั้นวางโดยรอบเริ่มสั่นระริก เสียงกระซิบกระซาบจากตุ๊กตาดินเผาและเข็มทิศอาถรรพ์ดังระงมไปทั่ว มันไม่ใช่เสียงภาษาที่มนุษย์เข้าใจ แต่เป็นเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในวัตถุเหล่านั้น
รอยร้าวบนประตูที่แปดขยายตัวกว้างขึ้น เสียงแตกหักของโลหะโบราณดังสนั่นราวกับเสียงกระดูกมนุษย์ที่ถูกบดขยี้ ของเหลวหนืดข้นสีดำขลับค่อยๆ ซึมออกมาจากรอยร้าวนั้น มันหยดลงบนพื้นหินจนเกิดเสียง ‘ฉ่า’ เหมือนกรดเข้มข้นที่กำลังกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“ถ้าคุณเปิดมันออกมา ความเป็นและความตายจะไม่มีเส้นแบ่งอีกต่อไป” เสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยดังมาจากเงามืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ มาดามเซนก้าวออกมา เธอสวมชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืดมิด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นลึกประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่าคือความเอ็นดูหรือความเย้ยหยัน “เรย์... พ่อค้าผู้ชาญฉลาด เจ้ากำลังจะขายวิญญาณตัวเองเพื่อแลกกับภาพลวงตาที่เน่าเฟะงั้นหรือ?”
“คุณเป็นคนหลอกให้ผมตามหาสิ่งนี้ มาดามเซน” เรย์ขยับกริชในมือชี้ไปทางหญิงชรา “คุณบอกว่ามันจะคืนสิ่งที่ผมเสียไป แต่ทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้ประตูบานนี้ ผมกลับรู้สึกถึงความสูญเสียที่ทวีคูณขึ้น!”
“ความจริงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเสมอ” มาดามเซนก้าวเดินเข้ามาอย่างแช่มช้า ในมือของเธอถือโคมไฟที่บรรจุเปลวไฟสีน้ำเงินที่ไม่มีวันดับ “สิ่งที่อยู่หลังประตูนี้ไม่ใช่ครอบครัวของเจ้า แต่มันคือ ‘ความทรงจำที่เจ้าเคยทิ้งไว้’ ในประตูที่แปดแห่งนี้... เรย์ เจ้าจำไม่ได้จริงๆ หรือว่าทำไมเจ้าถึงเป็นผู้ดูแลตลาดมืดที่ไร้หัวใจคนนี้?”
เรย์ชะงัก กริชในมือร่วงลงสู่พื้นดิน กลิ่นอายความมืดที่รั่วไหลออกมาเริ่มรวมตัวกันเป็นร่างเงาที่ดูคล้ายมนุษย์ มันเคลื่อนที่ผ่านไหล่ของเขาไปราวกับพายุทอร์นาโดขนาดเล็ก ของวิเศษรอบข้างเริ่มแตกสลายกลายเป็นผงธุลี กฎเกณฑ์ของโลกแห่งนี้เริ่มบิดเบี้ยว แรงโน้มถ่วงดูเหมือนจะทำงานผิดปกติจนเศษหินและของสะสมลอยคว้างอยู่ในอากาศ
จินพุ่งเข้ามาคว้าไหล่ของเรย์ไว้แน่น “เรย์! ฟังผม! ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือคุณเคยทำอะไรผิดพลาดไว้ก่อนหน้านี้ แต่นี่คือวินาทีที่คุณต้องเลือก! จะปล่อยให้ความมืดกลืนกินเรา หรือจะปิดมัน... ปิดมันด้วยจิตวิญญาณของคุณเอง!”
เรย์หลับตาลง พลังที่ไหลเวียนในร่างกายเขากำลังปั่นป่วน เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วประสาทสัมผัส เขาไม่ใช่แค่พ่อค้า เขาสัมผัสได้ถึง ‘ความเป็นเจ้าของ’ ของประตูที่แปดบานนี้ ประตูนี้ไม่ได้ถูกกักขังโดยมาดามเซน แต่มันถูกกักขังด้วย ‘ความปรารถนา’ ของเขาเองในอดีตที่ต้องการลบเลือนความเจ็บปวดทิ้งไป
เขาลืมตาขึ้น ดวงตาข้างหนึ่งของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา อีกข้างหนึ่งกลับมีน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกมาเป็นสีเลือด
“มาดามเซน... คุณบอกว่าผมลืม แต่ผมกลับเริ่มจำทุกอย่างได้แล้ว” เรย์พึมพำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันดูเป็นผู้ใหญ่และเต็มไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม “ผมไม่ได้เป็นคนเผลอปลดปล่อยของต้องสาปพวกนั้น... แต่ผมคือคนที่ ‘สร้าง’ มันขึ้นมาเองในที่แห่งนี้”
เขายื่นมือออกไปสัมผัสรอยร้าวนั้น พลังงานสีดำพุ่งเข้าใส่ฝ่ามือของเขาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเรย์กลับไม่ถอยหนี เขากลับกดฝ่ามือแนบแน่นกับบานประตูที่กำลังสั่นสะท้าน พลังงานที่รั่วไหลออกมาเริ่มย้อนกลับเข้าสู่ภายในราวกับกระแสน้ำวนที่เปลี่ยนทิศทาง
“คุณกำลังทำอะไร!” มาดามเซนแผดเสียงขึ้นเป็นครั้งแรก รอยยิ้มจอมปลอมมลายหายไป เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
ในวินาทีที่เรย์กำลังจะผนึกประตูนั้นให้ตายสนิท เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากด้านหลังของมาดามเซน มันเป็นจังหวะที่ไม่มีใครในตลาดมืดแห่งนี้ควรจะมี... จังหวะฝีเท้าของมนุษย์ที่มีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด
เงามืดที่ปลายสุดของทางเดินค่อยๆ เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ เขาถือร่มคันหนึ่งไว้ในมือ ทั้งที่ตลาดมืดนี้อยู่ใต้ดินและไม่มีทางที่ฝนจะตกได้เลย ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ข้างหลังมาดามเซน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเรย์หยุดเต้นไปชั่วขณะ
“ประตูที่แปดควรจะถูกเปิดออกนานแล้วนะ... เรย์ หรือผมควรเรียกว่า ‘ผู้สร้าง’ ดีล่ะ?”
ชายคนนั้นขยับร่มขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่เรย์จำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต ใบหน้าที่ตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน... ใบหน้าของพ่อที่ยังมีลมหายใจ!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดในประตูที่แปดไปพร้อมกับผมนะครับ
ประตูมิติที่แปด
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 7
รอยร้าวบนประตูที่แปด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!