"หากคุณรู้จักผมดีพอ คุณจะรู้ว่าความตายเป็นเพียงแขกที่ไม่ได้รับเชิญในร้านนี้ และดูเหมือนว่า... วันนี้มันจะมานั่งดื่มชาอยู่ตรงหน้าผมเสียด้วย"
เรย์กล่าวพลางวางถ้วยชาเซรามิกแตกร้าวลงบนโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่า นิ้วมือสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขากดทับรอยปื้นสีดำสนิทที่กำลังลุกลามจากข้อมือขึ้นไปถึงท้องแขน เส้นเลือดใต้ผิวหนังไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน แต่มันกลับกลายเป็นสีดำขุ่นมัวราวกับหมึกที่ถูกหยดลงในแก้วน้ำ
จินที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยสายตาระแวดระวัง กลิ่นอายของวิญญาณอาฆาตที่อบอวลรอบตัวเรย์เริ่มแรงกล้าจนทำให้บรรยากาศในห้องบิดเบี้ยว เขากระชับปืนพกในซองข้างเอว แม้จะรู้ดีว่าเหล็กกล้าธรรมดาไม่มีวันทำอะไรกับของวิเศษต้องสาปได้
"คำสาปของกระจกเงาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เรย์" จินพูดขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง "มาดามเซนไม่ได้แค่ขู่ เธอกำลังเปลี่ยนร่างกายของนายให้กลายเป็นภาชนะ... ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้ นายจะกลายเป็นแค่เปลือกนอกที่เธอจะใช้สวมรอยเข้าไปในตลาดมืดตามที่เธอต้องการ"
เรย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัว เขายิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา แววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความหวาดกลัว "แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่าจิน? ตัดแขนตัวเองทิ้ง? หรือยอมก้มหัวให้หญิงชราคนนั้นแล้วแลกเปลี่ยนด้วยวิญญาณของคนบริสุทธิ์เพื่อรักษาเนื้อหนังที่กำลังเน่าเปื่อยนี้?"
"ฉันบอกให้เธอหยุดพูดถึงมาดามเซนในแง่ดีได้แล้ว!" จินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะ "เธอคือคนที่เดินออกมาจากกระจกเมื่อสิบปีก่อน คนที่เธอรู้จักในชื่อมาดามเซนตัวจริงตายไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่ประตูนั่นถูกเปิดออกเป็นครั้งแรก"
เรย์นิ่งเงียบ เสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของเขาดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงัน ความเจ็บปวดจากการถูกคำสาปกัดกินเนื้อเยื่อเริ่มแผ่ซ่าน ความรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่ไขกระดูกทำให้เขาทรุดตัวลงกับเก้าอี้ เม็ดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายตามใบหน้า
"เธอรู้เรื่องนั้นได้ยังไง" เรย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า
"เพราะฉันเห็นมัน" จินชี้ไปที่ดวงตาของตัวเอง "ฉันเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของเธอทุกครั้งที่เธอขยับตัว... เรย์ นายไม่ได้กำลังสูญเสียร่างกาย นายกำลังสูญเสียตัวตนไปทีละนิด และในตอนที่นายหมดสติไปเมื่อคืน เธอไม่ได้แค่ฝันถึงครอบครัวที่ตายไปหรอกนะ เธอเห็นสิ่งที่มันกำลังจะทำ... สิ่งที่มันกำลังรอคอย"
เรย์กัดฟันกรอด ความรุนแรงของคำสาปเร่งตัวขึ้น ปื้นสีดำขยายผ่านข้อศอกเข้าสู่หัวไหล่ ความเย็นยะเยือกเสียดแทงไปถึงหัวใจ เขาหยิบมีดสั้นอาคมเล่มหนึ่งขึ้นมา ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบที่สลักอักขระโบราณ มันคือมีดที่ใช้สำหรับ "ตัดกระแส" คำสาป แต่ราคาที่ต้องจ่ายนั้นสูงลิบลิ่ว
"ถ้าฉันใช้มีดนี่... ฉันอาจจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป" เรย์มองมีดในมือ "แต่ถ้าฉันไม่ทำ เธอจะเข้ามายึดร่างนี้ได้ในไม่ช้า"
"นายต้องเชื่อใจฉัน" จินวางมือลงบนไหล่ของเรย์ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ที่จินพกติดตัวช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ชั่วขณะ "เรายังมีหนทางอื่น... ประตูมิติที่แปดไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าคน แต่มันมีไว้เพื่อรักษาสมดุล ถ้าเราหา 'กุญแจย้อนรอย' เจอ เราอาจจะดึงคำสาปนี้กลับเข้าไปในกระจกได้"
"สายเกินไปแล้วล่ะครับ"
เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ทั้งเรย์และจินหันขวับไปมอง เงาร่างของหญิงชราในชุดคลุมสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นราวกับควันไฟ เธอไม่ได้ก้าวเดิน แต่การปรากฏตัวของเธอนั้นไร้สุ้มเสียงและชวนให้ขนลุก
มาดามเซนยิ้ม แววตาของเธอสะท้อนแสงสีแดงวาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายในความมืด เธอถือกระจกบานเล็กขนาดเท่าฝ่ามือในมือ นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ไปตามกรอบเงินที่มีคราบสนิมเขรอะ
"เรย์... ที่รักของฉัน" เธอเดินเข้ามาใกล้จนเรย์รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "เธอพยายามจะตัดขั้วของคำสาปงั้นหรือ? เธอก็รู้นี่ว่าการกระทำแบบนั้นมันเหมือนกับการพยายามดับไฟด้วยน้ำมัน"
"แกต้องการอะไรกันแน่!" จินคำรามพร้อมชักปืนออกมาเล็งไปที่เธอ
"ฉันต้องการเพียงความยุติธรรม" มาดามเซนหันไปมองจินด้วยสายตาดูแคลน "ยุติธรรมในแบบที่ตลาดมืดลืมเลือนไปนานแล้ว... การเสียสละเพื่อคนส่วนใหญ่ยังไงล่ะ"
ทันใดนั้น มาดามเซนก็หมุนกระจกในมือ แสงสีดำวูบหนึ่งพุ่งออกจากกระจกตรงเข้าหาเรย์ เขาไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัวหนี ความเจ็บปวดที่เคยทุเลาลงกลับมาปะทุขึ้นรุนแรงกว่าเดิม แขนทั้งข้างของเขากลายเป็นสีดำสนิทราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ชีวิต
เรย์ล้มฟุบลงกับพื้น เลือดสีดำไหลซึมออกมาจากดวงตาของเขา จินพุ่งเข้ามาประคองร่างของเพื่อนไว้ แต่ในจังหวะนั้นเอง เขากลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
"เรย์... ทำไมหัวใจของนาย..." จินเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสผ่านหน้าอกของเรย์เข้าไป ไม่ใช่จังหวะการเต้นของมนุษย์ แต่มันเป็นเสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' เหมือนกลไกของนาฬิกาไขลาน
เรย์เงยหน้าขึ้นมองจินด้วยดวงตาที่บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำขาว เขาแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของจินหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของเรย์ แต่มันกลับเป็นเสียงของหญิงชราที่ซ้อนทับด้วยเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อย
"ขอบใจมากนะจิน... ที่ช่วยประคอง 'ร่างใหม่' ของฉันมาส่งถึงที่"
ประตูมิติที่แปดที่เคยตั้งนิ่งอยู่ในมุมห้องเริ่มสั่นสะเทือน เสียงกระจกแตกละเอียดดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับเงามืดที่พุ่งทะลักออกมาจากรอยร้าวบนแขนของเรย์ และจินที่เพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่ใช่มาดามเซนที่กำลังจะสวมรอย แต่เป็นเรย์ที่ค่อยๆ ถูกหลอมรวมจนไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ครับ
ประตูมิติที่แปด
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 35
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!