“ปล่อยมือฉันเสีย จิน... ก่อนที่นายจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝุ่นผงในห้องนี้”
เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของเรย์เพียงลำพัง แต่มันมีความทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนคล้ายเสียงของโลหะที่ครูดไปกับแผ่นหิน มันดังสะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของลำคอ ชวนให้ขนลุกชันราวกับความตายกำลังพ่นลมหายใจรดต้นคอ
จินไม่ได้ถอยหนี เขากระชากข้อมือของเรย์ไว้แน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ฝ่ามือของเขาสั่นเทาไม่ใช่อำนาจของวิญญาณ แต่เป็นความตระหนกที่เห็นเพื่อนร่วมทางกำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละนิ้ว
“เรย์... ตั้งสติ! นายกำลังถูกมันกลืนกิน แก้วตานายมันเปลี่ยนไปแล้ว!” จินคำรามพยายามดึงรั้งจิตวิญญาณของอีกฝ่ายให้กลับมาจากขอบเหว
เรย์แค่นหัวเราะ รอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้าที่เคยเรียบเฉยนั้นดูราวกับภาพวาดของจิตรกรที่คลุ้มคลั่ง เขาสะบัดแขนเพียงครั้งเดียว แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของจินกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางของวิเศษที่สั่นไหว ขวดแก้วบรรจุไอสีดำมืดแตกกระจาย กลิ่นสาบสางของความแค้นฟุ้งกระจายไปทั่วห้องใต้ดินของตลาดมืด
เรย์ไม่มองจินอีกต่อไป สายตาของเขาทอดมองไปยัง 'กระจกเงาแห่งบาปกำเนิด' บานสูงตระหง่านที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง กระจกบานนี้ไม่ใช่แก้วธรรมดา แต่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากซากกระดูกของคนทรยศและปรอทที่อาบด้วยน้ำตาของแม่มด
เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้พื้นผิวเรียบเนียนนั้นทีละก้าว... ทุกย่างก้าวพื้นห้องสั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออก
“ดูสิ... จิน นายเห็นไหมว่าอะไรคือสิ่งที่ฉันพยายามหนีมาตลอดสิบปี” เรย์พึมพำกับความว่างเปล่า
ในกระจกไม่ได้ปรากฏเพียงเงาสะท้อนของเรย์ที่ยืนอยู่ แต่มันเริ่มบิดเบี้ยว เงาในกระจกค่อยๆ เปลี่ยนไป ใบหน้าของเรย์ในกระจกเริ่มเน่าเปื่อย กลายเป็นชายคนหนึ่งที่เขารู้จักดี... พ่อของเขา ผู้ที่ถือครองกล่องดนตรีต้องสาปในวันที่ครอบครัวพินาศ แต่แล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง กลายเป็นเรย์ในวัยเด็กที่กำลังหัวเราะร่าขณะที่เขาเผลอปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกจากวัตถุโบราณด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นั่นคือบาปแรก บาปที่เขาสร้างขึ้นด้วยน้ำมือตัวเอง
“แกไม่ใช่คนช่วยโลก เรย์... แกคือตัวหายนะ” เสียงจากกระจกดังขึ้น มันเป็นเสียงของตัวเขาเองที่เย็นเยียบและไร้ความเมตตา “แกตามหาของวิเศษไม่ใช่เพื่อกักขัง แต่มันคือสัญชาตญาณของการล่า... แกอยากได้ความโศกเศร้าของผู้อื่นมาปรนเปรอความว่างเปล่าในใจใช่ไหม?”
เรย์ยกมือขึ้นสัมผัสผิวกระจกเย็นเยียบ ความมืดมิดภายในใจเขาสะท้อนตอบรับกับความมืดในกระจก ราวกับแม่เหล็กสองขั้วที่ดึงดูดเข้าหากัน ความเย็นไหลทะลักจากกระจกเข้าสู่ปลายนิ้ว เรย์เห็นตัวเองในกระจกกำลังแสยะยิ้ม เป็นยิ้มที่โหดเหี้ยมเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะทำได้
“ฉันไม่ได้อยากเป็นคนเลว... ฉันแค่หิว” เรย์พึมพำ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตาขาว
“หิวหรือ? งั้นก็กินสิ... กินความเจ็บปวดของเพื่อนที่นอนกองอยู่ตรงนั้น แล้วประตูที่แปดจะเปิดออกเพื่อต้อนรับราชาคนใหม่”
เสียงกระซิบนั้นล่อลวงราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ เรย์หันกลับไปมองจินที่พยายามยันกายลุกขึ้น เลือดไหลซึมจากขมับซีกหนึ่ง ดวงตาของจินเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสงสาร ไม่ใช่ความเกลียดชัง นั่นยิ่งทำให้ความมืดในใจของเรย์ปั่นป่วนหนักขึ้น
จินเอื้อมมือมาหาเขาแม้ร่างจะสั่นเทา “เรย์... ไม่ว่าข้างในนั่นมันจะบอกอะไรแก... อย่าเชื่อมัน... ฉันยังอยู่ตรงนี้... ฉันคือความจริงเพียงอย่างเดียวที่นายควรยึดไว้”
เรย์หยุดชะงัก เงาสะท้อนในกระจกเริ่มกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นที่แผนการกำลังจะพังทลาย มันพยายามฉุดรั้งข้อมือของเรย์เข้าไปในโลกหลังบานกระจก เรย์สัมผัสได้ถึงแรงดึงมหาศาลที่พยายามพรากเขาสู่ความมืดนิรันดร์
เขามองสลับระหว่างเงาในกระจกที่บอกให้เขาสังหารเพื่อนคนเดียวที่มี กับมือที่สั่นเทาของจินที่ยื่นมาอย่างไม่หวาดกลัว
“ถ้าฉันฆ่านาย...” เรย์กระซิบ เสียงของเขาเริ่มกลับมามีความเป็นมนุษย์เจือปน “ฉันก็จะเป็นกระจกบานนั้นเสียเอง”
ทันใดนั้นเอง ผนังห้องก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเศษฝุ่นร่วงกราว มาดามเซนก้าวพ้นเงามืดออกมาจากมุมห้อง เธอไม่ได้ดูตกใจเลยแม้แต่น้อย มือที่เหี่ยวย่นของเธอกุมไม้เท้าหัวกะโหลกไว้แน่น สายตาของเธอจับจ้องไปที่กระจกด้วยความหลงใหล
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว... เรย์เอย” มาดามเซนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างประหลาด “กระจกไม่เคยโกหก แต่มันแค่เลือกความจริงที่ทำให้แกทรมานที่สุดเท่านั้น... มาเถอะ ส่งมือมาให้ฉัน แล้วฉันจะปิดประตูที่แปดที่กัดกินหัวใจแกเสียที”
แต่ก่อนที่เรย์จะตัดสินใจว่าจะคว้ามือเพื่อนหรือยื่นมือให้ศัตรู เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่ไม่มีใครในตลาดมืดกล้าทำ และไม่ใช่การเคาะที่มาจากฝั่งของจินหรือมาดามเซน แต่มาจาก 'ด้านหลัง' ของกระจกวิเศษที่ควรจะเป็นทางตัน!
กระจกเงาที่เคยสะท้อนภาพเรย์แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างในเงามืดที่ก้าวข้ามผ่านเศษกระจกออกมาไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือเรย์อีกคนหนึ่ง ที่สวมชุดเครื่องแบบพ่อค้าตลาดมืดในสภาพที่เลือดท่วมตัว พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเรย์หยุดเต้น
“อย่าไว้ใจคนแก่คนนี้... เพราะฉันคือคนที่เดินออกมาจากกระจกเมื่อสิบปีก่อน และฉันรู้ดีว่าเธอไม่ได้ต้องการช่วยแกหรอก... เธอแค่ต้องการร่างของแกเพื่อสวมรอยไปทำลายตลาดมืดทั้งหมด!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในใจของเรย์ไปพร้อมกับผมนะครับ
ประตูมิติที่แปด
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 34
กระจกสะท้อนความจริง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!