“นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะหยิบมันขึ้นมาดูเลย เรย์”
เสียงของจินแหบพร่าและสั่นเครือ เขาก้าวถอยหลังไปจนแผ่นหลังปะทะกับกำแพงไม้เก่าคร่ำคร่าของร้านค้าในตลาดมืด กลิ่นอายของกำยานมรณะอบอวลไปทั่ว แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ ‘วัตถุ’ ในมือของเรย์
เรย์นิ่งงัน นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบของกล่องดนตรีไม้แกะสลักรูปหัวใจที่ถูกย้อมด้วยสีแดงคล้ำจนแทบดำ ดวงตาของเขาที่มักจะเยือกเย็นดุจน้ำแข็งกำลังวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ ภาพในหัวของเขาเริ่มบิดเบี้ยว กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะเป็นความทรงจำที่จางหายไป กลับพุ่งเข้าปะทะโสตประสาทอย่างรุนแรง
“มันอยู่ในกล่องใบนี้... จิน” เรย์พึมพำ เสียงของเขาขาดห้วง “ความผิดพลาดทั้งหมดที่ฉันเคยสร้างไว้”
ภายในกล่องดนตรีนั้นไม่ได้บรรจุกลไกโลหะ แต่เป็น ‘เศษเสี้ยวของจิตวิญญาณ’ ที่ถูกกักขังไว้ มันสั่นสะเทือนจังหวะเดียวกับหัวใจของเขา เรย์หลับตาลง ภาพเด็กชายตัวน้อยที่พยายามปิดผนึกประตูมิติด้วยมือเปล่าปรากฏขึ้นอีกครั้ง เสียงกรีดร้องของคนในครอบครัวที่ค่อยๆ ถูกกลืนหายไปในความมืดที่เขาเป็นคนเปิดออก ความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่เขากดทับไว้ใต้จิตสำนึกเป็นเวลาหลายสิบปี ถูกกระชากออกมาโดยไม่ต้องพยายาม
จินขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่หยุดชะงักเมื่อเห็นรัศมีสีดำที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วของเรย์ “วางมันลงเดี๋ยวนี้เรย์! ร่างกายคุณกำลังรับภาระหนักเกินไป คุณกำลังจะถูกมันกลืนกินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณ!”
เรย์ไม่ฟังคำทัดทาน เขาเปิดฝากล่องออกช้าๆ เสียงดนตรีที่บิดเบี้ยวและโหยหวนดังออกมา มันไม่ใช่ท่วงทำนองที่รื่นรมย์ แต่มันคือเสียงคร่ำครวญของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากคำสาปที่เขามอบให้โลกใบนี้ ความมืดรอบตัวเริ่มบีบอัดจนแสงไฟในร้านดับวูบลง เหลือเพียงสายตาที่มองเห็นความมืดในวัตถุของเรย์เท่านั้นที่สว่างไสวขึ้นมาในความมืดมิด
“เธออยู่ตรงนี้... มาดามเซนทิ้งร่องรอยของเธอไว้ในนี้” เรย์พูดขึ้นท่ามกลางความมืด เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันดูลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น “กลิ่นอายของเธอ... กลิ่นของความตายที่เธอฉีดพ่นลงบนของวิเศษทุกชิ้นที่ฉันเคยขาย”
จินกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เรย์จมดิ่งลงไปมากกว่านี้ สติของเขาจะแตกสลาย “เรย์ ฟังผมนะ! เรามาที่นี่เพื่อตามหาทางแก้คำสาป ไม่ใช่เพื่อฆ่าตัวตายพร้อมกับมัน! มาดามเซนรู้ว่าคุณจะมาที่นี่ และเธอกำลังหัวเราะเยาะคุณอยู่!”
ทันใดนั้น บรรยากาศในร้านก็เปลี่ยนไป แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนไหล่ของทั้งคู่ เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่คุ้นหูดังขึ้นจากมุมมืดหลังชั้นวางของ มาดามเซนก้าวออกมาจากเงา เธอยังคงสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีดำสนิท และรอยยิ้มที่มองเห็นได้เพียงครึ่งปากของเธอก็ดูน่ารังเกียจไม่ต่างจากเดิม
“ความเจ็บปวดที่คุ้นเคยงั้นหรือ เรย์?” มาดามเซนเอ่ยเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ “เจ้าหนูที่น่าสงสาร เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่ากล่องดนตรีใบนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยข้า แต่มันคือส่วนหนึ่งของวิญญาณเจ้าที่แยกออกมาในวันที่เจ้าตัดสินใจขายวิญญาณให้ตลาดมืดแห่งนี้”
เรย์ชะงัก กล่องดนตรีในมือเริ่มแผ่ความร้อนลวกผิวหนังของเขาจนได้กลิ่นไหม้ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ “เธอโกหก...”
“ข้าไม่เคยโกหกในสิ่งที่เจ้าอยากจะลืม” มาดามเซนเดินเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัวเรย์ “ดูให้ดีสิ... ในนั้นไม่ใช่แค่ความตายของครอบครัวเจ้า แต่คือราคาที่เจ้าต้องจ่ายเพื่อแลกกับการมองเห็นความมืดมิดอย่างที่เจ้าเป็นอยู่ทุกวันนี้”
เรย์รู้สึกถึงคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันคือความเจ็บปวดที่เขามอบให้ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกคืนที่เขานอนไม่หลับ เขาหันไปมองจินที่กำลังพยายามดึงสติเขากลับมา แต่ดูเหมือนว่าในวินาทีนี้ แม้แต่จินก็ไม่สามารถฉุดรั้งเขาไว้จากก้นบึ้งของความทรงจำอันขมขื่นได้อีกแล้ว
จินพุ่งเข้ามาหมายจะแย่งกล่องนั่น แต่เรย์กลับตวัดมือหลบด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ดวงตาของเรย์ในตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความเป็นมนุษย์
“ถอยไปจิน... ถ้าฉันต้องพังทลายลงตรงนี้ อย่างน้อยฉันก็ต้องรู้ว่าฉันเป็นคนทำลายมันเอง”
เรย์กดนิ้วลงไปบนแกนกลางของกล่องดนตรี ทันใดนั้น เงาร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศธาตุ เธอคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพี่สาวที่เขาพยายามลืมไปตลอดชีวิต เธอยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของเธอว่างเปล่าและแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในวินาทีถัดมา เธอยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าของเรย์ พลันความเย็นเยียบก็แล่นเข้าสู่หัวใจของเขา
“น้องชายที่รัก...” เสียงของเธอเย็นชาและบาดลึก “ขอบคุณที่ดึงพวกเรากลับมาสู่ความทรมานนี้อีกครั้ง”
เรย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังร่างของพี่สาว—ไม่ใช่แค่เธอคนเดียว แต่เป็นครอบครัวทั้งหมดของเขาที่บิดเบี้ยวและรวมกันเป็นก้อนมวลสารแห่งคำสาปขนาดใหญ่ มันกำลังพุ่งเข้าหาเขาราวกับหิวโหยมาเนิ่นนาน
ประตูร้านที่เคยปิดสนิทถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจาย—มันคือชายในชุดสูทสีเทาที่เรย์เคยเห็นในฝันร้ายของเขาเสมอมา มือของชายคนนั้นถือบัตรเชิญสีแดงสดซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของ 'ตลาดมืดประตูที่เก้า' ประทับอยู่
“ยินดีด้วยนะ เรย์” ชายแปลกหน้ากล่าวพลางยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีเงิน “เมื่อกี้คุณเพิ่งทำลายสัญญากับประตูที่แปดลงด้วยมือตัวเอง... ตอนนี้คุณกลายเป็นสินค้าชิ้นสำคัญที่สุดของตลาดมืดแห่งนี้อย่างเป็นทางการแล้ว”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกไปพร้อมกับผม ประตูมิติที่แปดครับ
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 20
ความเจ็บปวดที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!