“ถ้าเจ้ายังไม่ยอมเลิกขุดคุ้ยเรื่องนี้เสียที เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้าจะกลายเป็นคำสาปที่ย้อนกลับมากลืนกินเจ้าเอง เรย์”
เสียงแหบพร่าของมาดามเซนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดิน กลิ่นกำยานที่ทำจากกระดูกสัตว์อบอวลจนน่าคลื่นไส้ เรย์ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้กระจกโบราณที่สั่นไหวโดยไร้ลมพัด มือของเขาที่กำลังสั่นระริกพยายามเอื้อมไปแตะรอยแตกบนกระจกนั้น แต่กลับถูกแรงกระแทกจากพลังงานบางอย่างผลักกระเด็นจนหลังกระแทกกับชั้นวางของวิเศษ
จินที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้องขยับตัวเข้ามาหาเรย์ทันที มือหนาของอดีตตำรวจสายสืบคว้าต้นแขนเพื่อนร่วมงานไว้แน่น กลิ่นอายวิญญาณรอบตัวเรย์ในยามนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่กลิ่นไอเย็นยะเยือกของผีร้าย แต่มันคือกลิ่นของ ‘กาลเวลาที่เน่าเปื่อย’ กลิ่นที่จินเคยได้กลิ่นเพียงครั้งเดียวในชีวิต... กลิ่นที่ออกมาจากตัวตนของผู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดระหว่างโลกคนเป็นกับโลกหลังความตาย
“เรย์... ตั้งสติหน่อย” จินกระซิบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าด้วยความกังวล “นายกำลังมีเลือดไหลออกมาจากตาซ้าย... เช็ดมันซะ”
เรย์ยกมือขึ้นแตะใบหน้า สัมผัสอุ่นเหนียวที่เปื้อนนิ้วไม่ใช่หยาดน้ำตา แต่มันคือของเหลวสีคล้ำที่ดูราวกับหยดหมึกดำสนิท เขามองดูเลือดนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับหญิงชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักรูปอสรพิษ
“ผมไม่ได้อยากขุดคุ้ย... ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมของวิเศษทุกชิ้นในตลาดมืดแห่งนี้ ถึงหยุดนิ่งและยอมก้มหัวให้ผมเหมือนสุนัขที่รอคำสั่ง” เรย์แค่นยิ้มที่มุมปาก “ทำไมดาบที่เคยอาบเลือดคนนับพันถึงสั่นกลัวเมื่อผมจับ? และทำไม... มาดามถึงต้องส่งคนมาคอยเฝ้าจับตาดูผมเหมือนนักโทษตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวเข้าสู่ประตูที่แปดนี้”
มาดามเซนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกละเอียด เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ไม้เท้าหัวกะโหลกกระทบพื้นดัง *กึก... กึก...* ทุกย่างก้าวของเธอบีบอัดอากาศในห้องให้กดทับจนจินแทบหายใจไม่ออก
“ของวิเศษไม่ได้กลัวเจ้าหรอกนะ เรย์ พวกมัน ‘จดจำ’ เจ้าได้” เธอก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “เจ้าคิดว่าพ่อแม่ของเจ้าตายเพราะของต้องสาปอย่างนั้นรึ? เปล่าเลย... พวกเขาตายเพราะพยายามจะปกปิดความจริงที่ว่า ‘เลือด’ ที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจของพวกเขามันสูงส่งเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะรับไหว”
“คุณหมายความว่ายังไง” เรย์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดในดวงตาเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
“สายเลือดผู้เฝ้าประตูไม่ได้มีไว้เพื่อครอบครอง แต่มีไว้เพื่อ ‘เปิดและปิด’ รอยแยกที่พวกเจ้าเรียกว่าตลาดมืดนี้” มาดามเซนเอื้อมมือเหี่ยวย่นมาสัมผัสที่หน้าอกซ้ายของเรย์ “เจ้าคือกุญแจที่มีชีวิต พ่อของเจ้าไม่ได้ตายจากการถูกของสาปกัดกิน แต่เขาตายเพราะเขาสละเลือดหยดสุดท้ายเพื่อปิดผนึกประตูที่แปด... และตอนนี้ เจ้ากำลังจะทำตามรอยเท้าเขา”
เรย์รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นผ่านหัวใจ เขาจำภาพสุดท้ายในคืนนั้นได้ดี เสียงร้องไห้ของแม่ เสียงโลหะกระทบกัน และความมืดมิดที่โอบล้อมเขาไว้ ราวกับว่าตัวเขาเองคือส่วนหนึ่งของความมืดนั้นตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก
“จิน... อย่าเชื่อเธอ” เรย์หันไปบอกจิน แต่จินกลับชะงักไป ดวงตาของอดีตตำรวจสายสืบเบิกกว้างเมื่อเขามองเห็นบางสิ่งที่เรย์มองไม่เห็น — เงาหลังของเรย์ไม่ได้มีเพียงร่างเดียว แต่มีเงาร่างของชายหญิงนับร้อยยืนเรียงรายซ้อนทับกันอยู่ราวกับกองทัพที่รอวันออกศึก
“ผม... ผมสัมผัสได้ถึงพวกเขา” จินพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ “เรย์... ไม่ใช่แค่มาดามเซนที่เฝ้าจับตานาย แต่มีอะไรบางอย่างที่อยู่ในความมืดนั่น... พวกเขากำลังรอให้นาย ‘ปลดล็อก’ ประตูจริงๆ”
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่หน้าห้องลับก็ดังขึ้น ทั้งที่ไม่มีลมแม้แต่น้อย เรย์หันไปมองประตูไม้บานเก่าที่ค่อยๆ แง้มออกด้วยตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท และจากช่องว่างของประตูบานนั้น มีใครบางคนก้าวเข้ามา
คนผู้นั้นสวมชุดโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หมวกปีกกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้เรย์ถึงกับหยุดหายใจ คือกลิ่นอายที่เขารู้สึกได้จากคนแปลกหน้าผู้นี้... มันคือกลิ่นเดียวกับที่ออกมาจาก ‘กระจกต้องสาป’ ที่เขาเพิ่งสัมผัสไปเมื่อครู่
ร่างในชุดดำหยุดยืนต่อหน้าเรย์ ก่อนจะถอดถุงมือออกเผยให้เห็นฝ่ามือที่มีสัญลักษณ์รอยสักรูป ‘กุญแจไขว้’ เช่นเดียวกับปานสีดำที่ปรากฏขึ้นบนข้อมือของเรย์ในขณะนี้
“ในที่สุด... เจ้าก็ตื่นขึ้นมาเสียที ทายาทลำดับที่แปด” ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เรย์รู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง “ตลาดมืดแห่งนี้ไม่ได้เป็นของมาดามเซน... และมันก็ไม่เคยเป็นของนาย แต่การเดินทางที่แท้จริงของเจ้ากำลังจะเริ่มขึ้น ณ วินาทีนี้”
ชายผู้นั้นขยับเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูเรย์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอนหัวใจ “หากเจ้าอยากรู้ความจริงเรื่องคืนนั้น... จงเลือกระหว่างการตัดหัวใจตัวเองทิ้งที่นี่เสีย หรือจะยอมเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูสู่ 'มิติต้องห้าม' ที่พ่อของเจ้าปกป้องไว้ด้วยชีวิต”
เรย์มองไปยังมาดามเซนที่ยืนยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันมามองมือของตนเองที่เริ่มกลายเป็นสีดำสนิทราวกับรอยหมึกของวิเศษที่เขามักจะซื้อขายอยู่เสมอ
ทุกท่านครับ ความมืดมิดที่ผมกล่าวถึง ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่มันคือตัวตนที่รอคอยการพิสูจน์
ประตูมิติที่แปด
ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป•ตอนที่ 17
ความลับของสายเลือด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชุมนุมมนตรามิติลี้ลับ: พันธสัญญาของวิเศษต้องสาป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!