เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 15

เปลือยใจกลางเกาะสวรรค์

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถ้าคุณคิดว่าการพาฉันมาทิ้งไว้ที่นี่จะทำให้ฉันหวาดกลัวจนยอมจำนนล่ะก็... คาร์ลอส คุณกำลังประเมินรสนิยมของฉันต่ำเกินไปค่ะ” เรนิสาเอ่ยประโยคนั้นขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งทรายขาวละเอียดของเกาะส่วนตัวที่ไร้ซึ่งผู้คน เธอไม่ได้หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงเสาระเบียงไม้สักทองเบื้องหลัง แต่สายตาของเธอจดจ้องไปที่เส้นขอบฟ้าสีครามเข้มที่กำลังถูกย้อมด้วยสีส้มอมม่วงของยามโพล้เพล้ กลิ่นอายของเกลือทะเลปะทะกับกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย... กลิ่นของอันตรายที่หอมหวานจนน่าหลงใหล คาร์ลอส วินเซนโซ่ แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนไปถึงความรู้สึกของหญิงสาว เขาเดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขาที่ข้ามผ่านช่องว่างระหว่างกัน “เปล่าเลย เรนิสา... ผมแค่ต้องการพื้นที่ที่ไม่มี 'เมธา' หรือใครก็ตามคอยขัดจังหวะเรา” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอ “บนเกาะนี้ กฎหมายของโลกภายนอกไม่มีความหมายหรอกค่ะ มีเพียงกฎของผม... และความต้องการของคุณเท่านั้น” เรนิสาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา เธอสวมเพียงชุดเดรสผ้าไหมพริ้วไหวสีแชมเปญที่เปิดแผ่นหลังจนแทบถึงสะโพก แสงไฟสลัวจากภายในวิลล่าขับให้ผิวพรรณของเธอเปล่งประกายราวกับไข่มุกที่รอคอยการครอบครอง เธอเงยหน้าสบตากับดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ดูราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า “กฎของคุณมักจะมาพร้อมกับราคาที่ฉันไม่อยากจ่ายเสมอ” เธอว่า พลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ “คุณตามล่าฉันมาจนถึงที่นี่... ล้อมกรอบฉันด้วยความหรูหราที่ดูเหมือนกรงทอง แล้วบอกว่ามันคือความปรารถนา? อย่าดูถูกสติปัญญาของดีไซเนอร์อย่างฉันหน่อยเลยค่ะ” คาร์ลอสไม่โต้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามแนวสันกรามของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนแก้มนวล “ธุรกิจของคุณกับเมธากำลังจะล่มสลายในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า คุณรู้ดี... และคุณก็รู้ด้วยว่าใครเป็นคนกุมชะตากรรมนั้นไว้ในมือ” เขาเว้นวรรค จ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ “เลิกทำตัวเป็นนางพญาที่หยิ่งผยองสักพักเถอะค่ะ เพราะถ้าคืนนี้คุณทำตัวน่ารัก... บางทีผมอาจจะเปลี่ยนใจเรื่องสัญญาฉบับนั้น” เรนิสาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของผู้ชายที่เต็มไปด้วยอำนาจทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน ความโกรธแค้นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่ยากจะนิยาม เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่สำหรับผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายอย่างเธอ การกระโดดลงไปในกองไฟก็ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้ชีวิตเช่นกัน “คนอย่างคุณ... นอกจากจะข่มขู่เก่งแล้ว ยังรู้วิธีทำลายศักดิ์ศรีของผู้หญิงได้แยบยลนักนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนจะยกมือขึ้นคล้องลำคอแกร่งของเขา “ถ้าคุณอยากได้นัก ก็ลองพิสูจน์ให้เห็นสิคะ ว่าความเร่าร้อนที่คุณพร่ำบอก มันคุ้มค่าพอที่จะทำให้ฉันยอมก้มหัวให้หรือเปล่า” คำท้าทายนั้นราวกับเชื้อเพลิงที่เทลงบนกองไฟ คาร์ลอสไม่รอช้า เขาช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างแข็งแกร่ง หญิงสาวร้องอุทานเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขันและประชดประชันในลำคอ แสงไฟในวิลล่าสะท้อนเงาของทั้งคู่ที่กอดก่ายกันเดินหายเข้าไปในเงามืดของห้องนอนใหญ่ที่มองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา ภายในห้องที่เต็มไปด้วยความหรูหราและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น เรนิสาสัมผัสได้ถึงความนุ่มของพรมชั้นดีใต้ฝ่าเท้า ขณะที่คาร์ลอสวางเธอลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวบริสุทธิ์ เขาทาบทับลงมา ร่างกายของเขาเป็นดั่งโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้กับโลกของเขาอย่างถาวร “จำไว้นะเรนิสา...” เขาพึมพำขณะที่ปลดกระดุมชุดเดรสของเธอออกช้าๆ อย่างใจเย็น “นี่ไม่ใช่เกมธุรกิจ... แต่มันคือการแลกเปลี่ยนที่คุณเป็นคนเริ่มต้นเอง” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปถึงจุดที่ความปรารถนาพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เสียงเครื่องมือสื่อสารที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ของคาร์ลอสที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ดวงตาคมกริบของเขาก็เปลี่ยนไปจากความหิวโหยกลายเป็นความนิ่งสนิทเยือกเย็น เขาผละออกจากเธอทันทีราวกับคนละคน เรนิสานอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างเขา ความรู้สึกว่างเปล่าและสับสนเริ่มกัดกินใจ “มีอะไรคะ?” คาร์ลอสไม่ได้ตอบ แต่เขากดรับสายแล้วฟังคำรายงานเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะมองไปที่เรนิสาด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออก “ดูเหมือนว่า 'เมธา' จะไม่ได้อยู่เฉยๆ อย่างที่ผมคิดไว้... และที่สำคัญไปกว่านั้น เขาไม่ได้มาคนเดียว” เรนิสาลุกขึ้นนั่ง เส้นผมสยายลงมาปรกใบหน้า “คุณหมายความว่ายังไง?” “เขามาที่เกาะนี้... พร้อมกับหลักฐานบางอย่างที่จะทำให้ชีวิตที่หรูหราของคุณพังทลายลงในเช้าวันพรุ่งนี้” เขากล่าวพลางสวมเสื้อเชิ้ตกลับอย่างรวดเร็ว “ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะเรนิสา... และแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ ก็ไม่ได้ใจดีเหมือนผมเสียด้วย” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความรักที่ซ่อนเร้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%