เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 14

ทริปพักผ่อนที่มัลดีฟส์

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถอยออกไปให้ห่างจากตัวเขา เดี๋ยวนี้!” เสียงของเรนิสาดังดังกังวานก้องห้องทำงานของคาร์ลอส ร่างเพรียวบางในชุดสูทสั่งตัดสีครามเข้มสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนที่พุ่งพล่านจนแทบจะกลายเป็นความวิกลจริต ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยัง ‘ผู้หญิงคนนั้น’ หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนคนที่เธอเห็นสิ้นใจไปเมื่อหลายปีก่อนอย่างกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งแววตา ทั้งการขยับยิ้มมุมปากนั่น... ราวกับผีที่ขุดขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อตามมาทวงแค้น คาร์ลอสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขยับเพียงเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดลดอาวุธลง เขามองเรนิสาด้วยสายตาที่อ่านยาก—ความเย็นชาที่ซ่อนเร้นความพึงพอใจบางอย่างไว้ “เรย์ ใจเย็นก่อน” เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสเอ่ยขึ้น นิ่งสนิทเหมือนผืนน้ำก่อนพายุจะเข้า “เธอคนนี้ไม่ใช่คนที่เธอคิดหรอก ดูให้ดีสิ” ผู้หญิงคนนั้น—หญิงสาวผมบลอนด์สว่างในชุดเครื่องแบบของหน่วยจารกรรมพิเศษ ก้าวเดินออกมาจากเงามืด แสงไฟในห้องตกกระทบใบหน้าเรียบเฉยของเธอ “เรนิสา วิลเลียมส์... คุณจำฉันได้จริงๆ หรือคะ หรือว่าคุณแค่จำ ‘ภาพหลอน’ ของตัวเองได้กันแน่?” คำพูดนั้นเสียดแทงเหมือนใบมีด เรนิสาเม้มปากจนห้อเลือด ความทรงจำเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่แหลกเหลวในคืนฝนตกพรั่งพรูเข้ามา เธอเห็นเลือด... เห็นเศษกระจก... และเห็นดวงตาที่ค่อยๆ ปิดลงของผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่ควรจะตายไปแล้ว! เมธายืนพิงกรอบประตูพลางยิ้มเยาะ มือหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบราวกับกำลังชมละครเวทีชั้นดี “ดูท่าทางคุณเรนิสาจะขวัญอ่อนกว่าที่ผมคิดนะคาร์ลอส หรือว่าการได้เห็น ‘เพื่อนเก่า’ กลับมาทักทาย จะทำให้นางแบบสาวผู้มั่นใจคนนี้เสียอาการได้ถึงเพียงนี้?” “หุบปากไป เมธา” คาร์ลอสสั่งเสียงกร้าว ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงมาหาเรนิสา เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น สัมผัสจากปลายนิ้วเขาส่งผ่านกระแสความร้อนมายังผิวหนังของเธอ ช่วยดึงสติให้เธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน “เราต้องไปกันแล้ว” เขากระซิบข้างใบหูเธอ เสียงที่เคยเย็นชาบัดนี้แฝงความนุ่มนวลและคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ “มัลดีฟส์กำลังรอเราอยู่ และฉันรับรองว่าที่นั่น... ไม่มีผีตัวไหนตามเธอไปได้” *** เสียงคลื่นกระทบหาดทรายสีขาวละเอียดดังแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืน วิลล่าส่วนตัวกลางน้ำระดับหกดาว ณ มัลดีฟส์ คือสวรรค์ที่คาร์ลอสเลือกใช้เป็นเกราะกำบังจากความวุ่นวายในเมืองกรุง แต่สำหรับเรนิสา ที่แห่งนี้กลับดูเหมือนกรงทองที่สวยงามที่สุด เธอยืนอยู่บนระเบียงไม้ สวมเพียงชุดคลุมผ้าไหมสีไวน์แดงที่พริ้วไหวตามแรงลม แก้วค็อกเทลในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเธอนึกถึงเหตุการณ์ในห้องทำงาน “ยังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ?” อ้อมกอดจากด้านหลังโอบรัดเอวคอดของเธอไว้ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวของคาร์ลอส—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับความดิบเถื่อนของยาสูบจางๆ—โอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก เรนิสาเอนหลังพิงแผงอกแกร่งของเขา ความแข็งแกร่งของเขามักจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอยังคงมีตัวตนอยู่จริง “ผู้หญิงคนนั้น... เธอมีไฝเม็ดเล็กที่หัวไหล่ขวา เหมือนกับคนๆ นั้นไม่มีผิดเพี้ยน” เรนิสาเอ่ยเสียงแผ่ว “คาร์ลอส คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่? ทำไมคุณถึงปล่อยให้คนแบบนั้นเข้ามาใกล้ตัวเรา?” คาร์ลอสหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มของเขาเป็นดั่งเหวนรกที่ดูดกลืนทุกอย่างที่เขามอง เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอสบตากับเขา “ในโลกของฉัน ไม่มีใครตายจริงหรอกเรย์ ทุกคนแค่เปลี่ยนบทบาทไปตามเงินที่จ่ายให้” เขากดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากเธอ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง “ลืมเรื่องนั้นไปเสียเถอะ คืนนี้ฉันไม่ได้พาเธอมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องงานหรือเรื่องคนตาย... ฉันพาเธอมาเพื่อทำให้เธอรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของชีวิตเธอ” เขากระชากสายคาดเอวชุดคลุมของเธอออกอย่างใจเย็น ผ้าไหมสีไวน์แดงไหลร่วงลงพื้นดุจกลีบกุหลาบ เผยให้เห็นผิวพรรณเนียนละเอียดภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในห้องนอนที่กว้างขวาง สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย็นชาอีกต่อไป แต่เป็นความปรารถนาที่แผดเผาจนเรนิสารู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย เขาช้อนตัวเธอขึ้นแนบอก เดินตรงไปยังเตียงคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดตา เรนิสาสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมของชายหนุ่ม เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนคนรัก แต่เขาเร่าร้อนเหมือนจอมเผด็จการที่กำลังจะยึดครองอาณาจักรของเขา “คาร์ลอส...” เธอครางชื่อเขาขณะที่นิ้วมือเรียวของเธอขยุ้มไปที่กลุ่มผมของเขา เขากดจูบที่หน้าท้องแบนราบของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มที่มุมปาก “อย่าเกร็ง... ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในเล่ห์ของฉัน แล้วเธอจะลืมทุกอย่าง... แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง” ค่ำคืนนั้นยาวนานและเร่าร้อน แสงดาวที่สะท้อนบนผิวน้ำทะเลมัลดีฟส์ดูจะหมองลงเมื่อเทียบกับไฟปรารถนาที่ปะทุขึ้นภายในวิลล่าหลังนี้ พวกเขาแลกเปลี่ยนความรู้สึกผ่านร่างกายและสัมผัสที่รุนแรง—มันคือการตักตวงความสุขท่ามกลางความหวาดระแวง และเป็นความสัมพันธ์ที่ถักทอด้วยตัณหาและเล่ห์กล เมื่อความเงียบสงบกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้งหลังจากพายุแห่งอารมณ์สงบลง เรนิสานอนหอบหายใจอยู่บนอกของคาร์ลอส เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่เขามอบให้... แต่มันก็เป็นความปลอดภัยที่เปราะบางเหลือเกิน เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิท คาร์ลอสเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอ แสงจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กลับมาอีกครั้ง เขาลุกขึ้นจากเตียงทันทีโดยไม่หันมามองเรนิสาแม้แต่น้อย “คาร์ลอส? จะไปไหนคะ?” เธอเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความสุขเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นใจที่แล่นขึ้นมาในอก คาร์ลอสหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจของเรนิสาร่วงวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “คนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน... เพิ่งส่งข้อความมาหาฉัน” เขาก้าวเท้าเดินไปที่ประตูห้อง ทิ้งให้เรนิสานอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง “และเธอไม่ได้มาคนเดียว... เธอบอกว่า ‘ของขวัญ’ ที่เธอเตรียมไว้ให้เราที่มัลดีฟส์เนี่ย มันกำลังจะเริ่มทำหน้าที่ของมันแล้ว” สิ้นเสียงของเขา เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังสนั่นขึ้นจากทางด้านหน้าของวิลล่า แรงอัดอากาศทำให้กระจกหน้าต่างห้องนอนแตกกระจาย เรนิสากรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนบนสะพานไม้ทางเข้าวิลล่า! นั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการตามล่าที่วางแผนมาอย่างแยบคายที่สุด ชฎาพรายไวน์แดงขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความรักที่ซ่อนเร้นและอันตรายในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%