เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 32

ความพ่ายแพ้ชั่วคราว

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถอนตัวเสียเถอะเรนิสา... ก่อนที่ชื่อเสียงที่เธอสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและเรือนร่างจะกลายเป็นแค่เศษซากประวัติศาสตร์ในคอลัมน์ซุบซิบฉบับเช้าวันพรุ่งนี้” เสียงของเมธาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลแต่หรูหราเกินบรรยาย กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมนิชแบรนด์ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายคุกรุ่นของความตึงเครียดที่เรนิสากำลังเผชิญ เธอวางแก้วค็อกเทลคริสตัลลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอดีตคนรักด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่าลึกๆ ในใจกลับสั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก เรนิสาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวบางที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตไล้ขอบแก้วเบาๆ “คำเตือนจากศัตรูที่เคยร่วมเตียง... ฟังดูน่าขนลุกมากกว่าน่าเชื่อถือนะคะเมธา คุณพยายามปั้นแต่งข่าวฉาวเรื่องที่ฉันโกงค่าแรงช่างฝีมือในโรงงานเพื่อทำลายเครดิตในงานแฟชั่นวีคอาทิตย์หน้า แต่คุณคงลืมไปว่าในวงการนี้ 'ความจริง' มีค่าเท่ากับราคาที่คนจ่ายเพื่อจะเชื่อมัน” “แต่วันนี้ราคาที่คนจ่ายมันสูงเกินกว่าที่เรนิสาคนเดียวจะรับไหวนะ” เมธาลุกขึ้นเดินตรงมายังโต๊ะทำงานของเธอ โน้มตัวลงมาจนกระทั่งลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกับผิวแก้มของเธอ “ดูข่าวออนไลน์สิ ยอดแชร์ถล่มทลาย หลักฐานเท็จที่ฉันสร้างขึ้นมันสมบูรณ์แบบจนแม้แต่เพื่อนสนิทในสมาคมดีไซเนอร์ของเธอยังไม่กล้ารับโทรศัพท์เธอเลย” เรนิสาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเลื่อนดูหน้าจอเพียงชั่วครู่ หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของนิตยสารชื่อดังที่เธอเคยขึ้นปก—*‘เรนิสา ดีไซเนอร์สาวจอมฉ้อโกง: เบื้องหลังความหรูหราคือคราบน้ำตาของแรงงาน’* เธอวางโทรศัพท์ลงพลางหัวเราะร่วน แม้ว่าหยดน้ำตาจะเอ่อล้นอยู่หลังม่านตา “เก่งมากค่ะ... เกมสกปรกของคุณมันพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าในใจกลับโหยหาใครสักคนที่สามารถดึงเธอขึ้นจากหลุมที่กำลังถูกขุดลึกขึ้นเรื่อยๆ นี้ ทว่าในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุม ประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันทีด้วยไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งของคาร์ลอส วินเซนโซ่ เขาอยู่ในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดั่งมหาสมุทรที่กำลังพายุคลั่งกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่เมธา “ออกไป” คาร์ลอสเอ่ยสั้นๆ เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจจนคนฟังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เมธายักไหล่ด้วยท่าทีเยาะเย้ย “คุณคงไม่ได้จะมาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวในตอนนี้หรอกนะคาร์ลอส เพราะถ้าคุณช่วยเธอตอนนี้ หุ้นกาสิโนของคุณในตลาดหลักทรัพย์อาจจะร่วงกราวรูดตามชื่อเสียงของเธอไปด้วย” คาร์ลอสไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ก้าวเดินเข้าไปหาเมธาด้วยจังหวะที่เชื่องช้าทว่ากดดัน ก่อนจะโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย “ถ้าฉันจะล่มจมเพราะผู้หญิงคนนี้ ฉันก็จะล่มจมด้วยการกระชากคอเสื้อนายลงไปก้นเหวด้วยกัน... ออกไป ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ให้โอกาสนายเดินออกจากห้องนี้ด้วยขาสองข้าง” เมธาแค่นยิ้มก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้ง เรนิสาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน สติที่เคยประคองไว้เริ่มพร่าเลือน ความกดดันจากการถูกทรยศในวงการแฟชั่นและความโดดเดี่ยวที่กัดกินใจกำลังทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้ เขาหยิบแก้วค็อกเทลจากมือเธอออกแล้ววางลง ก่อนจะเชยคางเธอขึ้นสบตา สายตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาดั่งเช่นเคย แต่กลับมีความร้อนแรงที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันแปลกประหลาด “อย่าร้องไห้ให้ผู้ชายอย่างมันเห็นเรนิสา” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลลงมาบนโหนกแก้มอย่างทะนุถนอม “ชื่อเสียงของเธอในวงการนี้อาจจะสั่นคลอน แต่จำไว้ว่าตราบใดที่เธอยังมีฉันอยู่บนเตียง... ไม่มีใครหน้าไหนในเมืองนี้มีสิทธิ์ตัดสินว่าเธอเป็นคนอย่างไร” “คุณจะทำแบบนี้ทำไมคาร์ลอส... ในเมื่อคุณเองก็รู้ว่าถ้าช่วยฉัน คุณจะเสียอะไรไปบ้าง” เรนิสาถาม เสียงของเธอสั่นเครือ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากสัมผัสกัน กลิ่นยาสูบจางๆ บนตัวเขาทำให้เธอรู้สึกถึงความมั่นคงที่น่าหลงใหล “ฉันไม่ได้ช่วยเธอเพราะธุรกิจเรนิสา... ฉันช่วยเธอเพราะเธอเป็นของฉัน และของเล่นที่มีค่าที่สุดของฉัน... ห้ามใครหน้าไหนมาพังมันทั้งนั้น” มือหนาของเขาสอดเข้าที่ท้ายทอยของเธอ รั้งใบหน้าให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนริมฝีปากแทบจะแตะกัน ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความรู้สึกที่เขาหยิบยื่นให้ เสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนของคาร์ลอสก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว แววตาที่เคยร้อนแรงกลับกลายเป็นความเย็นเยียบที่อ่านไม่ออก เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยมือจากเธอแล้วเดินถอยหลังออกไปสองสามก้าว “เกิดอะไรขึ้น...” เรนิสาลุกขึ้นด้วยใจที่หวิวไหว คาร์ลอสเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าสูท สายตาที่มองเธอแปรเปลี่ยนไปราวกับคนแปลกหน้า “ภาพถ่ายเมื่อครู่ที่เมธาปล่อยออกมา... มันไม่ใช่แค่ภาพที่ถูกตัดต่อ แต่มีภาพที่ฉันกับเธออยู่ในคลับวีไอพีเมื่อคืนหลุดออกไปถึงหูของบอร์ดบริหารวินเซนโซ่กรุ๊ปแล้ว” เขาหันหลังให้เธอ เตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้อง “คนของฉันกำลังมาพาเธอไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ อย่าเพิ่งติดต่อใคร... จนกว่าฉันจะส่งสัญญาณกลับมา” ทว่าก่อนที่เขาจะเปิดประตูออกไป เขาก็ชะงักฝีเท้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “อ้อ... เกือบลืมไป คนที่ปล่อยภาพชุดนั้นไม่ใช่เมธา แต่มันมาจากไอพีแอดเดรสที่มาจากคอมพิวเตอร์ในห้องพักส่วนตัวของเธอเอง... เช็คดูให้ดีเถอะ ว่าคนข้างกายที่เธอไว้ใจที่สุดในตอนนี้... คือคนเดียวกับคนที่กำลังแทงข้างหลังเธออยู่หรือเปล่า” เรนิสายืนนิ่งค้างกลางห้อง สัมผัสความเย็นเยียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่หัวใจ เมื่อนึกถึงใครบางคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องนี้ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ขอบพระคุณนักอ่านที่ยังคงร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความลับอันดำมืดในเล่ห์กลของชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%