“วางโทรศัพท์ลงซะ เรนิสา”
เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสที่ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานไม่ได้ทำให้ฉันสะดุ้ง แต่มันกลับทำให้หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วแทบจะหยุดทำงาน กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นหนังแท้ผสมกับกลิ่นไม้สนและควันซิการ์จางๆ—อบอวลอยู่ในอากาศจนฉันรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น
ฉันวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับดวงตาสีเทาเย็นเยียบที่จับจ้องมาราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงกระดูก
“เมธาไม่ได้แค่ขู่” ฉันพยายามรักษาเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เขาต้องการทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา และที่สำคัญที่สุด... เขาต้องการทำลายความเชื่อใจระหว่างเรา”
คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้ แสงไฟจากโคมไฟระย้าเหนือหัวสะท้อนเงาบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูไร้อารมณ์ เขาก้าวเข้ามาจนกระทั่งระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว นิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางฉันขึ้น บังคับให้ฉันต้องสบตาเขานิ่ง
“ความเชื่อใจงั้นหรือ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช “คุณเพิ่งคุยกับศัตรูที่ต้องการจะพังแบรนด์ของเราในขณะที่ผมกำลังวางแผนขยายไลน์ธุรกิจให้เป็นระดับโลก คุณคิดว่านั่นคือการรักษาความเชื่อใจหรอกหรือ เรนิสา?”
“ฉันไม่ได้คุยเพื่อจะทรยศคุณ!” ฉันโต้กลับ พลางสะบัดหน้าหนี “ฉันแค่ต้องการรู้ว่าเขามีอะไรอยู่ในมือ ถ้าเราไม่รู้ตัวก่อน เราจะแพ้ราบคาบเมธาไม่มีทางปล่อยให้แบรนด์นี้เติบโตไปได้หรอกค่ะ เขาจ้องจะกัดเราตลอดเวลา”
“แบรนด์นี้มันคือชีวิตของผม ไม่ใช่แค่โปรเจกต์แฟชั่นสวยหรูที่รอให้คุณเอาไปเฉิดฉายตามงานกาล่า!” คาร์ลอสขึ้นเสียงอย่างลืมตัว มือที่บีบคางฉันเปลี่ยนมาเป็นแรงบีบที่หัวไหล่แทน “เรากำลังจะเซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ในมิลาน แต่คุณกลับทำท่าทีลังเลเพราะกลัวคำขู่ของไอ้ขี้แพ้นั่นเนี่ยนะ? คุณเป็นดีไซเนอร์ที่ผมเลือกมา หรือเป็นแค่ลูกกวางที่รอให้หมาป่าขย้ำกันแน่?”
ถ้อยคำของเขาเสียดแทงเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลงบนความรู้สึก ฉันผลักอกเขาออกเต็มแรงด้วยความโมโหและน้อยใจ “ถ้าคุณเห็นว่าฉันเป็นแค่ ‘ดีไซเนอร์ที่เลือกมา’ ทำไมไม่หาคนใหม่ล่ะคะ? จะมาเสียเวลาควบคุมชีวิตฉันทำไมในเมื่อคุณไม่เคยฟังเหตุผลของฉันเลย!”
“เพราะคุณคือของผม” เขาคำราม ก่อนจะคว้าข้อมือฉันไว้แล้วดึงเข้าไปปะทะอกแกร่ง “และของๆ ผม ผมจะเก็บไว้ที่ไหน หรือทำอะไรกับมันก็ได้ ตราบใดที่มันยังสร้างมูลค่าให้ผมได้อยู่”
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเงียบสงบกลับร้อนระอุไปด้วยแรงอารมณ์และเซ็กซ์ที่แฝงมากับความโกรธ คาร์ลอสบดจูบลงมาอย่างรุนแรง ไม่มีความนุ่มนวล มีเพียงการตักตวงและประกาศความเป็นเจ้าของ ฉันพยายามขัดขืนในตอนแรก แต่สัมผัสที่คุ้นเคยกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ ในตัวให้ตื่นขึ้น ความเกลียดชังและการโหยหาผสมปนเปจนฉันแทบแยกไม่ออก
เขาอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน ข้าวของบนโต๊ะกระจายเกลื่อน แต่ไม่มีใครสนใจภาพลักษณ์ที่เคยจองหอไว้ มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของฉันออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ริมฝีปากยังคงวนเวียนอยู่ที่ซอกคอ สร้างรอยแดงซ่านที่เปรียบเสมือนตราประทับความเป็นเจ้าของ
“เรากำลังจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดของวงการ” เขาพึมพำชิดผิวเนียน “อย่าให้ความโง่เขลาของคุณทำลายมัน”
“เราจะไปถึงจุดนั้นได้ยังไง... ในเมื่อคุณมองแต่กำไร โดยไม่สนใจเลยว่าสิ่งที่เรากำลังขายคือความภาคภูมิใจและตัวตนของฉัน” ฉันกัดฟันพูดในขณะที่เขากำลังปรนเปรอฉันอย่างดิบเถื่อน
คาร์ลอสหยุดชะงัก สายตาเขาวาวโรจน์ด้วยความสับสนและความต้องการที่ยังค้างคา “คุณต้องการให้ผมพิสูจน์ไหมว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่างแบรนด์ที่คุณรัก หรือ... ร่างกายที่คุณกำลังบิดเร้าอยู่ใต้ตัวผมตอนนี้”
ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความเร่าร้อนที่แผดเผาเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวั่นเกรง เมื่อฉันเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนผ่านกระจกเงาด้านหลังคาร์ลอส
ประตูปรับอากาศของห้องทำงานเปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย และที่ช่องว่างนั้น... ฉันเห็นปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังร่างของคาร์ลอสที่กำลังทาบทับอยู่บนตัวฉัน
หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น เมธายืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มสมเพชผ่านความมืดสลัวที่ฉันเห็นเพียงเสี้ยวหน้า
"คาร์ลอส..." ฉันครางชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา "หยุด... อย่าขยับ..."
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความสัมพันธ์อันตรายนี้ไปกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 24
รอยร้าวเริ่มปรากฏ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!