เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 9

อ้อมกอดในยามวิกาล

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“อย่ามาทำเป็นหูทวนลมกับสิ่งที่เมธากำลังจะทำกับแบรนด์ของเธอ เรนิสา เธอคิดจริงๆ หรือว่าแค่การเชิดหน้าสวยๆ เดินในงานกาลาจะหยุดยั้งความวินาศสันตะโรที่เขากำลังวางแผนอยู่ได้” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคาร์ลอส วินเซนโซ่ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่จ้องมองแก้วคริสตัลในมือที่มีของเหลวสีอำพันแกว่งไกวไปมา ราวกับมันเป็นตัวแทนของกระดานหมากรุกที่กำลังเดินถึงช่วงวิกฤต เรนิสากำกระเป๋าคลัตช์ใบหรูแน่นจนนิ้วเรียวซีดขาว เธอเพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนที่แสนหนักหน่วงจากการรับมือข่าวลือเรื่องผ้าทอเกรดต่ำที่เมธาจงใจปล่อยออกมาทำลายชื่อเสียงเธอ หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ ทั้งจากความโกรธที่พุ่งพล่านและความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมราคาแพงที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นอาภรณ์ที่รัดรึงจนเธอหายใจไม่ออก “ฉันรู้ดีกว่าใครว่าเขากำลังทำอะไร” เรนิสาตอบกลับ เสียงของเธอสั่นเครือเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด “และฉันก็รู้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาเตือนฉัน ถ้าคุณไม่มี ‘ข้อเสนอ’ อื่นที่หวังผลตอบแทนมหาศาล” คาร์ลอสวางแก้วลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขาหันกลับมา แววตาสีเข้มดุจท้องฟ้ายามวิกาลของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้เรนิสาเผลอกลั้นหายใจ เขาไม่ได้เดินเข้ามาหาเธอทันที แต่ใช้วิธีเดินวนรอบร่างระหงราวกับนักล่าที่กำลังสำรวจเหยื่อที่จวนเจียนจะติดกับดัก “ผมไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้นหรอกนะ ที่จะมานั่งปลอบใจดีไซเนอร์ที่กำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัว” เขาก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเธอ กลิ่นน้ำหอมยาสูบผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ประจำตัวเขามันรุนแรงจนเรนิสารู้สึกมึนหัว “แต่ในเมื่อคุณเป็นสมบัติชิ้นสำคัญของผม... ผมก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำให้มันแปดเปื้อน” มือหนาของคาร์ลอสเลื่อนขึ้นมาสัมผัสที่ไหล่เปลือยเปล่าของเธอ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความร้อนผ่านผิวหนังเข้าไปถึงกระดูก เรนิสาไม่ได้ขยับหนี เธอปล่อยให้เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากหยักได้รูปอยู่ใกล้ใบหูของเธอเพียงมิลลิเมตร “ปล่อยเถอะคาร์ลอส... ความเมตตาของคุณในตอนนี้ มันก็แค่การสะกดจิตให้ฉันยอมจำนน” เธอพึมพำ ดวงตาหลับพริ้มเพื่อต้านทานกระแสไฟฟ้าที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง “งั้นลองเปลี่ยนจากการสะกดจิต มาเป็นการ ‘ปลอบประโลม’ ด้วยวิธีของผมดูไหมล่ะ?” เขากระซิบพลางใช้นิ้วชี้ลากผ่านแนวสันหลังของเธอลงมาอย่างช้าๆ จังหวะที่มันสัมผัสกับซิปชุดเดรส เรนิสาสะดุ้งเฮือก เธอพยายามจะก้าวถอยหนี แต่ท่อนแขนแกร่งกลับตวัดรัดเอวคอดของเธอเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทกับแผงอกหนาของเขา ความเย็นชาที่เขาเคยมีมันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเร่าร้อนที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง คาร์ลอสไม่ได้ถามคำถามอีกต่อไป เขาหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า มือหนึ่งเชยคางเธอขึ้น ส่วนอีกมือก็เริ่มทำลายกำแพงแห่งความถือดีของเธอด้วยจุมพิตที่หนักหน่วงและกระหายหิว มันไม่ใช่การจูบเพื่อบอกรัก แต่เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของที่ดุดัน เรนิสาเผลอจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาในตอนที่ลิ้นร้อนรุกเร้าเข้ามาชิมความหวานภายในโพรงปาก ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา แทนที่ด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม “คุณมันปีศาจ...” เรนิสาหอบหายใจรวยรินเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกเพียงเพื่อจะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ “ปีศาจตนนี้แหละที่จะช่วยให้เธอผ่านคืนนี้ไปได้ โดยที่เมธาไม่มีวันรู้เลยว่าเขากำลังสู้กับใคร” คาร์ลอสกระซิบเสียงแหบพร่า ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นในวงแขนแล้วพาเธอไปยังโซฟาสีเข้มกลางห้อง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาทของเขามันทำให้เรนิสารู้สึกราวกับถูกดูดเข้าไปในวังวนที่ไม่มีทางออก เขาเริ่มบรรจงแกะกระดุมชุดเดรสของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ทุกสัมผัสที่นิ้วของเขาแตะผ่านผิวเนื้อราวกับกระแสไฟฟ้าที่กระตุ้นให้เธอยิ่งโหยหา เรนิสาเชิดหน้าขึ้น ปล่อยให้ความอีโรติกยามวิกาลเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ ความเจ็บช้ำจากการถูกหักหลังโดยอดีตคนรักดูจะจางหายไป เหลือเพียงความหฤหรรษ์ที่เขากำลังมอบให้ผ่านอ้อมกอดที่ดูเหมือนจะกักขังเธอไว้ในกับดักแห่งความใคร่ไปตลอดกาล ทว่า... ในขณะที่คาร์ลอสกำลังจะประทับจุมพิตลงที่จุดอ่อนไหวกลางลำคอของเธอ เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังขึ้นมาขัดจังหวะ เขายังคงไม่หยุดมือ แต่ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด เรนิสาเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ ‘เมธา’ ที่กำลังโทรเข้ามาในเวลาที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ คาร์ลอสหยุดชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ก่อนจะกดรับสายแล้วเปิดลำโพงทิ้งไว้ “ว่าไง... นายโทรมาหา ‘ผู้หญิงของฉัน’ ในเวลาแบบนี้ มีธุระอะไรสำคัญงั้นเหรอ?” ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงไปด้วยความอาฆาตดังกลับมา “คาร์ลอส... นายอาจจะกอดเธอไว้แน่นเท่าที่นายจะทำได้ แต่จงรู้ไว้เถอะว่าหลักฐานที่ฉันถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ได้ทำลายแค่ชื่อเสียงของเธอ แต่มันจะทำให้นายล้มละลายไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นในวันพรุ่งนี้” สิ้นเสียงนั้น ร่างกายของเรนิสาก็เย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ คาร์ลอสกระชับกอดเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิดแต่สายตากลับจ้องมองไปที่ประตูห้องทำงานที่กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ โดยที่พวกเขาไม่ได้อนุญาต ชฎาพรายไวน์แดงขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเล่ห์ร้ายครั้งนี้ไปกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%