"ถ้าคุณคิดว่าเศษกระดาษแผ่นเดียวจะสั่นคลอนความมั่นใจของฉันได้... คุณคงประเมินฉันต่ำไปหน่อยนะคะ เมธา"
เรนิสาแค่นยิ้ม มือที่ถือแก้วไวน์คริสตัลสั่นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะควบคุมมันให้กลับมานิ่งสนิท ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราในเลาจน์ส่วนตัวของคลับหรูคาร์ลอส แสงไฟสลัวสีแอมเบอร์กระทบกับผิวเนื้อเนียนละเอียดผ่านชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่แหวกเว้าอย่างโฉบเฉี่ยว เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่มองทะลุผ่านกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสมเพชของอดีตคนรัก
เมธาหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม "ความมั่นใจเป็นเรื่องดีค่ะเรนิสา แต่มันจะกลายเป็นความโง่เขลาทันทีเมื่อคุณไม่ยอมอ่านรายละเอียดข้างใน... ตราประทับนั่น ไม่ใช่แค่ของบริษัทพ่อคุณ แต่มันคือหลักฐานของ 'หนี้สิน' ที่คุณไม่เคยรู้ว่ามันตกทอดมาถึงตัวคุณด้วย"
คาร์ลอสที่ยืนพิงผนังอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้เอ่ยปากแทรก แต่ไอความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นรุนแรงจนน่าอึดอัด เขาปรายตามองเอกสารในมือเมธาด้วยสายตาอ่านยาก มือหนาของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คราคาแพงแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมา
"จะบอกว่าฉันเป็นลูกหนี้งั้นเหรอ?" เรนิสาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่นุ่มนวล แต่ทว่าหนักแน่น "เราเลิกรากันไปนานพอที่จะทำให้ฉันรู้ว่า คุณไม่มีวันควักเงินจ่ายหนี้ให้ใครฟรีๆ ถ้าสิ่งที่คุณได้กลับมาไม่คุ้มกับที่เสียไป... สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คืออะไรกันแน่ เมธา?"
เมธาเดินอ้อมผ่านโซฟาหนังแท้เข้ามาใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เธอเคยหลงใหลบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับเธอ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม "ความศิวิไลซ์ที่คุณสร้างขึ้นมานี่แหละ คือสิ่งที่ฉันต้องการ... และตอนนี้ ฉันก็ส่งคนไปช่วยดูแล 'ทรัพย์สิน' ของคุณให้ใกล้ชิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคนสวย ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะก้าวไปที่ไหน หรือทำอะไร... จะมีสายตาคู่หนึ่งคอยรายงานฉันทุกฝีก้าว"
เรนิสาผงะออก หันขวับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความโกรธที่ถูกจู่โจมความเป็นส่วนตัว "คุณมันโรคจิต!"
"มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าต่างหาก" เมธาหมุนตัวเดินออกไปทิ้งท้ายด้วยท่าทางที่ดูสง่างามทว่าน่ารังเกียจ
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง เรนิสาก็ทรุดตัวลงบนโซฟา ความเข้มแข็งที่พยายามประคองไว้พังทลายลงในพริบตา คาร์ลอสขยับเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ แล้วคว้ามือเธอไปกุมไว้ แรงบีบจากเขาเตือนสติเธอให้กลับมาเผชิญความจริง
"อย่าไปฟังคำขู่ของมัน" คาร์ลอสกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความดุดัน "ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง"
"คาร์ลอส... ถ้ามันมีอะไรมากกว่าที่ฉันเห็นล่ะ? ถ้าพ่อฉันทำอะไรลงไปจริงๆ..." เธอช้อนตามองเขาด้วยความอ่อนล้า
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่ข้างคุณ" เขากระซิบพลางเชยคางเธอขึ้น จุมพิตที่แผ่วเบาแต่ลึกซึ้งถูกประทับลงบนริมฝีปากเพื่อปลอบประโลม แต่มันกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ใต้ความกังวล
ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังถลำลึกเข้าสู่ห้วงอารมณ์ เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของคาร์ลอสก็ดังขึ้นแทรกผ่านความเงียบ เขาผละออกแล้วเปิดดูหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะ สีหน้าของมหาเศรษฐีหนุ่มเปลี่ยนไปทันที เขาหันมาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"เรนิสา... คุณบอกว่าคุณเพิ่งกลับจากร้านตัดเสื้อของแฟรงก์มาใช่ไหม?"
"ใช่... ทำไมเหรอคะ?" เรนิสาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"กล้องวงจรปิดที่ร้านของแฟรงก์เพิ่งส่งภาพมา" คาร์ลอสเลื่อนจอมาตรงหน้าเธอ นิ้วเรียวของเขาชี้ไปยังชายชุดดำสองคนที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มลูกค้าในร้าน "นั่นคือลูกน้องของเมธาที่ตามคุณมาจากร้าน... แต่ที่น่าแปลกคือ... พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับตาดูคุณเพียงอย่างเดียว"
เขากดซูมภาพเข้าไปอีกนิด จนเห็นเงาของหญิงสาวอีกคนที่เดินตามหลังเรนิสาออกมาจากร้านอย่างเงียบเชียบ เธอคนนั้นมีท่าทางที่คุ้นตาอย่างประหลาด จนเรนิสาต้องอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
"นั่นมัน... แม่ของฉัน?"
เรนิสาอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ เมื่อหญิงวัยกลางคนในภาพหันกลับมามองกล้องด้วยแววตาที่เย็นเยียบและรอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง... บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเรื่องหนี้สินของพ่อเสียอีก
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 17
เงาที่ตามติด
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!