"ดีไซน์นี้... คุณมั่นใจแล้วเหรอคะว่ามันจะขายได้? หรือแค่พยายามจะปิดบังความพินาศของแบรนด์ตัวเองด้วยการสาดสีฉูดฉาดพวกนี้ลงไปกันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำของเมธาดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดในสตูดิโอส่วนตัวของเรนิสา เขาจงใจลากปลายนิ้วไปตามผืนผ้าไหมราคาแพงที่ถูกร่างแบบไว้อย่างประณีต สายตาของเขาไม่ได้มองที่ผลงาน แต่มองที่แผ่นหลังของหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ต่างหาก
เรนิสาไม่หันไปมอง เธอเพียงแค่นิ่งค้างมือที่ถือปากกาไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างเชื่องช้า ความเงียบที่โรยตัวลงมานั้นไม่ได้สร้างความกดดันให้เธอ หากแต่เป็นการรวบรวมพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเดรสผ้าซาตินสีเขียวมรกตที่รัดรูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าของเธอจนน่ามอง
"คนอย่างคุณเมธาคงไม่เข้าใจหรอกค่ะว่า 'ความพินาศ' ในความหมายของฉัน มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม" เธอหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งอ่านไม่ออกว่าคือความเย้ยหยันหรือการเชื้อเชิญ แววตาของเธอนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว "หรือที่มาวันนี้ เพราะเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่น่ะ... มันเริ่มสั่นคลอน?"
เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดังของเขาผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้เรนิสาต้องเม้มริมฝีปากแน่น แต่เธอไม่ได้ถอยหนี
"เรนิสา... เกมนี้ฉันเป็นคนคุมกฎมาโดยตลอด เธอไม่คิดเหรอว่าการพยายามดิ้นรนตอนนี้มันสายไปแล้ว? คาร์ลอสเขาก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งที่เธอหยิบมาใช้ แต่เชื่อเถอะว่าท้ายที่สุด... เขาก็ต้องเลือกฝั่งที่ได้ประโยชน์สูงสุด"
"งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะคะ" เรนิสาขยับกายเข้าหาเขาจนลมหายใจรินรดกัน เธอยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทของเขา สายตาของเธอประกายวาวโรจน์ด้วยเล่ห์เหลี่ยม "ว่า 'เบี้ยตัวนั้น' จะทำให้คุณเสียทั้งกระดานก่อนที่เกมจะจบลงอย่างไร"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเคร่งเครียดเป็นความอบอ้าวที่แฝงไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ ความโกรธแค้นในอดีตกับความเร่าร้อนที่เคยมีร่วมกันมันตีรวนอยู่ในความรู้สึก แต่สำหรับเรนิสา... ทุกวินาทีคือการวางแผน เธอจงใจใช้เสน่ห์ของตนดึงเมธาเข้าสู่กับดักแห่งความประมาท ทุกคำพูดของเธอคือหมากที่วางไว้อย่างแยบยล
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ เรนิสาละสายตาจากเมธาอย่างเสียดายที่ไม่ได้เห็นเขาแตกสลายในทันที ก่อนจะหันไปทางประตูที่เปิดออก คาร์ลอส วินเซนโซ่ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยบุคลิกที่สะกดทุกสายตา เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ขับให้เรือนร่างกำยำดูทรงพลังยิ่งขึ้น สายตาคู่คมกริบของเขากวาดผ่านเมธาไปอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ
"ถึงเวลาที่เราต้องไปงานเลี้ยงการกุศลคืนนี้แล้วไม่ใช่เหรอคะ... ที่รัก?" คาร์ลอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ห้องทั้งห้องดูเล็กลงถนัดตา
เรนิสาหันไปยิ้มให้เขา ยิ้มที่ไปถึงดวงตาอย่างที่เมธาไม่เคยได้รับ "แน่นอนค่ะคาร์ลอส ฉันเกือบลืมไปเลยว่าวันนี้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญแวะมาเยี่ยมเยียน"
เมธายืนกัดฟันกรอด เขาพยายามเก็บอาการขุ่นเคืองไว้ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจที่สุขุม แต่ดูเหมือนคาร์ลอสจะรู้ทัน เขาก้าวเข้ามาใกล้เรนิสาแล้วโอบเอวคอดของเธอไว้ด้วยความหวงแหน มือหนาของเขาบีบกระชับที่เอวเธอเบาๆ อย่างเป็นเจ้าของต่อหน้าเมธา นี่คือการประกาศสงครามที่ไร้เสียง แต่บาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน
"เสียดายที่วันนี้ผมมีนัดสำคัญ" เมธาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงข่มอารมณ์ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่จะทิ้งสายตาคาดโทษไว้ให้กับเรนิสา
เมื่อประตูห้องปิดลง คาร์ลอสก็ละมือจากเอวเธอ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นกลับลึกซึ้งและเต็มไปด้วยคำถาม "เธอกำลังเล่นกับไฟนะเรนิสา ถ้าเขาไหวตัวทัน แผนที่เธอเตรียมไว้ทั้งหมดอาจจะพังไม่เป็นท่า"
เรนิสาหัวเราะแผ่วเบา เธอเดินไปหยิบแก้วไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบ "ไฟน่ะเหรอคะ? ฉันไม่ได้เล่นกับไฟหรอกค่ะคาร์ลอส ฉันต่างหากที่เป็นคนจุดมัน... และฉันก็รู้วิธีที่จะควบคุมไม่ให้มันเผาไหม้ตัวฉันเอง"
เธอเดินเข้าไปหาเขา ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามแนวสันกรามที่คมกริบของมหาเศรษฐีหนุ่ม แววตาของเธอเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความเย้ายวนที่ยากจะปฏิเสธ "คืนนี้... นอกจากงานเลี้ยงการกุศลแล้ว ฉันมีอีก 'เซอร์ไพรส์' ที่จะทำให้ค่ำคืนนี้ยาวนานจนคุณลืมไม่ลงเลยทีเดียว"
คาร์ลอสเชยคางเธอขึ้นมา สายตาของเขามืดมัวไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่เขามักจะเก็บไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม เขารู้ดีว่าเรนิสากำลังใช้เขาเป็นเครื่องมือในการทวงคืนทุกอย่างที่เธอสูญเสียไป แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหลงใหลในความดุร้ายภายใต้ความงามนั้น
ทว่าในขณะที่มือของคาร์ลอสกำลังจะดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัว เสียงโทรศัพท์มือถือของเรนิสาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีซีดขาวอย่างไม่อาจปกปิด มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกจนไวน์สีแดงฉานกระฉอกเปื้อนนิ้วมือราวกับหยดเลือด
ข้อความในหน้าจอแสดงภาพถ่ายล่าสุด—ภาพของตัวเธอเองที่กำลังยืนคุยกับเมธาในห้องนี้เมื่อครู่ โดยมีคนแอบถ่ายไว้จากมุมที่ไม่มีใครมองเห็น พร้อมกับข้อความใต้ภาพที่เขียนว่า: *'เกมเพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น... อย่าคิดว่าคนเดียวที่ถือไพ่เหนือกว่าคือเธอ'*
เรนิสาส่งโทรศัพท์ให้คาร์ลอสดูด้วยมือที่สั่นเทา และเมื่อเขากวาดสายตามองข้อความนั้น แววตาที่เคยนิ่งสงบของเขาก็เปลี่ยนเป็นประกายความแค้นที่เยือกเย็นที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา ทันใดนั้น ไฟในสตูดิโอก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ จากแรงปะทะของบางอย่างที่พุ่งเข้ามาจากความมืดมิดภายนอก
ชฎาพรายไวน์แดงหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนหยุดหายใจ และเตรียมพบกับความพลิกผันในตอนต่อไปนะคะ
เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 34
การกลับมาทวงคืน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!