“ปล่อยมือจากตัวฉันเดี๋ยวนี้ เมธา!”
เสียงของเรนิสาดังกร้าว ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องรับรองวีไอพีของคลับหรู กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมอบอวลจนน่าอึดอัด เธอสะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกมันว่า ‘ความรัก’ ทว่าตอนนี้ มันกลับเป็นเพียงโซ่ตรวนที่ผุพัง
เมธายืนยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจดจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่บัดนี้ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะ เหลือเพียงความโกรธเคืองที่ทำให้นัยน์ตาคู่นั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนเรนิสาถอยหลังไปชิดกำแพงเย็นเฉียบ
“อัปเกรดเหรอ?” เมธาทวนคำพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือก “คุณลืมไปแล้วหรือไงเรนิสา ว่าใครกันที่เป็นคนสร้างคุณขึ้นมาบนเวทีแฟชั่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะผม... คุณก็เป็นแค่ดีไซเนอร์ตกอับที่ไม่มีแม้แต่ค่าเช่าสตูดิโอ”
เรนิสาแค่นยิ้มหยัน เธอไม่ได้เกรงกลัวต่อแรงกดดันนั้นแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปจัดปกเสื้อสูทให้ตัวเองอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมจ้องกลับไปที่อีกฝ่ายราวกับจะกรีดลึกเข้าไปในสันดานของเขา
“คุณสร้างฉัน หรือคุณแค่ต้องการ 'ตุ๊กตากระเบื้อง' ที่เชื่องๆ ไว้ประดับบารมีตอนออกงานสังคมกันแน่คะเมธา?” เธอเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากที่แห้งผากก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปด้วยความเดือดดาล “น่าเสียดายนะคะที่ตอนนี้ตุ๊กตาตัวนี้... มันดันมีเขี้ยวเล็บขึ้นมาแล้ว”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าหนังขัดมันก็ดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียด บรรดาลูกน้องของเมธาถอยกรูดเปิดทางให้ร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอส วินเซนโซ่ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความกดดันที่แผ่ซ่านราวกับพายุเข้า
คาร์ลอสไม่ได้มองมาที่เรนิสาแม้แต่น้อย สายตาของเขาสงบนิ่งทว่าเย็นชาจนน่าขนลุก เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ ก่อนจะไขว่ห้างอย่างสง่างาม มือหนาหยิบแก้วคริสตัลที่มีวิสกี้อำพันสีทองขึ้นมาหมุนวนช้าๆ
“การสนทนาของพวกคุณสองคน... ทำให้ค่ำคืนที่น่าจะรื่นรมย์ของผมเสียบรรยากาศไปนิดหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับมีอำนาจสั่งการมหาศาล เขาเงยหน้าขึ้นมองเมธาด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองมดปลวก “คุณคิดจริงๆ หรือครับเมธา ว่าคลับของผมคือสนามเด็กเล่นที่คุณจะมาข่มขู่ใครก็ได้?”
เมธาหน้าถอดสีเล็กน้อย ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติ “ผมแค่มาทวงคืนของที่ควรจะเป็นของผมครับ คาร์ลอส คุณก็น่าจะรู้... เรนิสาทำสัญญาไว้กับบริษัทผม และผมมีสิทธิ์ทุกอย่างเหนือผลงานของเธอ”
เรนิสาแค่นหัวเราะ “สัญญาฉบับนั้นมันเป็นโมฆะไปตั้งแต่วันที่คุณแอบโอนสิทธิ์ลายผ้าของฉันไปให้แบรนด์คู่แข่งแล้วค่ะ อย่ามาพูดเรื่องความยุติธรรมในที่ที่คนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบ!”
คาร์ลอสวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนทุกคนในห้องชะงัก เขาผุดลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปหาเมธาอย่างช้าๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลืออยู่
“ความยุติธรรมงั้นหรือ?” คาร์ลอสยิ้มเหี้ยม เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ผมไม่สนเรื่องสัญญาหรอกนะ เพราะในโลกของผม... กฎหมายที่ใช้ได้จริงคือ 'ผู้ชนะเป็นคนกำหนด' และวันนี้... เมธา คุณกำลังเดินหมากผิดกระดาน”
เขาส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว ลูกน้องร่างยักษ์ของคาร์ลอสสองคนก็เข้าล็อกตัวเมธาไว้แน่น เมธาดิ้นรนด้วยความตกใจ แต่ไม่อาจสู้แรงมหาศาลของคนเหล่านั้นได้ เรนิสาสังเกตเห็นแววตาของคาร์ลอสที่เหลือบมาทางเธอ มันเป็นสายตาที่เธออ่านไม่ออก... มันทั้งกระหาย ทั้งครอบครอง และเต็มไปด้วยเงื่อนงำ
“คุณคาร์ลอส! คุณจะทำอะไร!” เมธาตะโกนถาม
คาร์ลอสไม่ตอบ เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเรนิสา ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นช้าๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาทำให้เรนิสารู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความวาบหวามที่ซ่อนพิษร้ายไว้ภายใน
“อัปเกรดน่ะ... ผมไม่ได้หมายถึงการไปศัลยกรรมหรือขัดเกลาฝีมืออย่างที่คุณเข้าใจหรอกนะเมธา” คาร์ลอสก้มลงกระซิบที่ข้างหูเรนิสา แต่ให้เมธาได้ยินชัดเจน “แต่ผมหมายถึงการที่ผมจะ 'ครอบครอง' ทุกอย่างที่เป็นของเธอ รวมถึงลมหายใจที่เธอมี... จนคุณไม่มีวันได้เห็นแม้แต่เงาของเธออีกต่อไป”
คาร์ลอสหันกลับมามองเมธาด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง “เอาตัวมันไปที่ห้องใต้ดิน แล้วบอกให้คนของฉันจัดการเรื่องหนี้ก้อนโตที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อย อย่าให้ผมเห็นหน้ามันในเมืองนี้อีกภายในเช้าวันพรุ่งนี้”
เรนิสายืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่ตีรวน เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่เมธาถูกกำจัดไป หรือควรจะหวาดกลัวชายที่อยู่ตรงหน้ามากกว่ากัน คาร์ลอสหันมามองเธออีกครั้ง มือหนาคว้าเอวบางของเธอเข้ามากอดไว้แนบอก
“ส่วนคุณ... เรนิสา” เขาไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันหลังของเธอเบาๆ “เรายังมีเรื่องต้องสะสางกันอีกเยอะ เกี่ยวกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะ 'จ่ายเงินซื้อตัว' คุณมาจากไอ้ขี้แพ้นี่... คุณคิดว่าตัวเองมีค่าตัวเท่าไหร่กันล่ะ ในเมื่อตอนนี้ชีวิตคุณเป็นของผมโดยสมบูรณ์แล้ว?”
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของเรนิสากำลังเต้นรัวด้วยความประหวั่น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่โผล่พ้นจากกระเป๋าเสื้อสูทของคาร์ลอส มันคือซองจดหมายสีดำประทับตราครั่งรูปงูพันกริช... ตราสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอกลัวที่สุดในชีวิต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ตามล่าครอบครัวเธอมาตลอดสิบปี!
เธอตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งเมื่อตระหนักได้ว่า คาร์ลอสไม่ได้มาเพื่อช่วยเธอ... แต่เขาคือคนคนเดียวกันกับที่อยู่เบื้องหลังความพินาศของตระกูลเธอตั้งแต่ต้น!
คาร์ลอสก้มลงมาจูบที่ขมับเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน แต่มันกลับฟังดูเป็นคำพิพากษาประหารชีวิต “อย่าพยายามหนีเลยครับคนสวย... เพราะกรงทองของผม มันไม่ได้สร้างไว้ให้คุณบินออกไปได้ง่ายๆ หรอกนะ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความสัมพันธ์อันตรายไปกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 28
การทวงถามความยุติธรรม
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!