“หลักฐานตำตาขนาดนี้ เรนิสา... เธอจะยังกล้าเงยหน้ามองกล้องอยู่อีกเหรอคะ?”
เสียงหัวเราะเยาะในลำคอของ ‘เมธา’ ดังแทรกขึ้นกลางห้องจัดแสดงผลงานระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมายังเรนิสา ดีไซเนอร์สาวผู้ถูกรายล้อมด้วยแสงแฟลชที่สาดส่องเข้ามาประหนึ่งคมหอก เธอไม่ได้สะดุ้งไหว ใบหน้าสวยคมภายใต้เมคอัพโทนสีแดงก่ำยังคงนิ่งสงบ ทว่าในแววตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็น
บนหน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์กลางห้องโถง ปรากฏภาพร่างสเก็ตช์ของชุดราตรีผ้าไหมชีฟองสีนู้ดวางคู่กับผลงานที่เพิ่งชนะเลิศในนิตยสารโว้กฉบับเมื่อสองปีก่อนของดีไซเนอร์ระดับโลก เส้นสายลายปักดอกไม้บนบ่าขวานั้น... มันเหมือนกันจนแทบจะถอดพิมพ์ออกมา
“งานก็อปปี้เกรดเอสินะคะ ดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งแห่งปี” เสียงซุบซิบจากบรรดาเซเลบริตี้แถวหน้าเริ่มดังขึ้น เหมือนฝูงแมลงที่กำลังรุมทึ้งซากสัตว์ เรนิสากวาดสายตามองไปรอบห้อง เธอเห็นความสมเพชในดวงตาของไฮโซหลายคนที่เคยประเคนงานจ้างให้เธอด้วยเงินหลักล้าน
“เมธา... การที่เธอพยายามขุดหลุมให้ฉันแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้แบรนด์ของเธอขยับขึ้นไปยืนในจุดที่ฉันอยู่ได้หรอกนะคะ” เรนิสาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เธอวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรข้างกายอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอดีตคนรักที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ไม่ไกล “เพราะสิ่งที่เธอเห็นน่ะ... มันคือสิ่งที่ฉัน ‘ตั้งใจ’ ให้เธอเห็นต่างหาก”
เมธาชะงัก รอยยิ้มที่มุมปากเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย “อย่ามาเฉไฉ เรนิสา หลักฐานมันฟ้องอยู่ว่าเธอก๊อปปี้แบบมา! สมาคมดีไซเนอร์กำลังจะเพิกถอนสิทธิ์เธอ พรุ่งนี้เช้าชื่อของเธอจะถูกจารึกว่าเป็นนักออกแบบขยะที่ไร้ศักดิ์ศรี!”
เรนิสาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเมธาจนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของอีกฝ่าย “เธอลืมไปแล้วเหรอคะว่าต้นฉบับที่เธออ้างน่ะ... มันเป็นของใคร? อ้อ ใช่สิ... เธอคงลืมไปว่าคนจดสิทธิบัตรงานชิ้นนั้นเมื่อสองปีก่อน ก็คือบริษัทโฮลดิ้งของฉันเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที เมธาหน้าถอดสี ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองตกหลุมพรางที่เรนิสาขุดไว้อย่างแนบเนียน เธอไม่ได้ก๊อปปี้ใคร แต่เธอกำลังล่อให้ศัตรูออกมาเปิดเผยความริษยาผ่านการใส่ร้ายป้ายสีต่อหน้าพยานนับร้อย
“คุณผู้หญิงครับ...”
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากทางเข้างาน ฝูงชนแหวกทางออกทันทีเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ ‘คาร์ลอส วินเซนโซ่’ ก้าวเข้ามาในรัศมีวงล้อม แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองไปยังเมธา แต่มันหยุดอยู่ที่เรนิสา... สายตาที่ทั้งกระหาย ทั้งร้อนแรง และมีความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจที่ไร้หัวใจ
“คาร์ลอส...” เมธาอุทานออกมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ “คุณเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าผู้หญิงคนนี้ทำอะไร แบรนด์ของเธอมีมลทินแล้ว คุณจะให้คนแบบนี้มาเป็นพาร์ทเนอร์ในกาสิโนโปรเจกต์ใหม่ของคุณไม่ได้!”
คาร์ลอสเดินผ่านเมธาไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ เขาหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาถือไว้ แล้วหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเรนิสา มือหนาของเขาเอื้อมไปแตะที่ปลายคางของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ นิ้วโป้งอุ่นร้อนลากผ่านกลีบปากสีแดงสดของเธออย่างยั่วเย้าต่อหน้าสาธารณชน
“งานดีไซน์ที่ไม่มีความซื่อตรง ก็เหมือนกับคนนั่นแหละครับ” คาร์ลอสเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่ากดดัน “แต่ผมเชื่อในสายตาตัวเอง... และสายตาผมบอกว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายสิ่งที่เธอสร้างด้วยหยาดเหงื่อเพียงเพราะคำพูดไร้ค่าของใครบางคน”
เรนิสาประสานสายตากับเขา หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะคำชม แต่เพราะการสัมผัสที่จงใจปลุกเร้าอารมณ์ท่ามกลางสมรภูมิแห่งนี้ เขากำลังเล่นเกม... เกมที่เขารู้ดีว่าเธอก็ชอบมันไม่แพ้กัน
“คุณมาทำไมที่นี่คะ คาร์ลอส?” เรนิสากระซิบถาม ริมฝีปากของเธอห่างจากเขาเพียงไม่กี่นิ้ว
“มาทวงสัญญาครับ” เขาตอบพลางโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้ม “ที่คุณบอกว่าถ้าผมช่วยจัดการเรื่องนี้ให้จบ... คุณจะยอมให้ผมเป็น ‘ดีไซเนอร์ส่วนตัว’ ในคืนนี้”
เรนิสาแค่นยิ้ม เธอเอื้อมมือไปจับปกเสื้อสูทของเขาแล้วกระชากเบาๆ ดึงให้เขาโน้มลงมาจนใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน “ฉันจำไม่ได้ว่าเคยพูดแบบนั้น... แต่ถ้าคุณต้องการให้ฉันเป็นรางวัลของค่ำคืนนี้ล่ะก็ คุณคงต้องทำให้แน่ใจก่อนนะว่า หลังจากนี้จะไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาหาเรื่องฉันอีก”
“จัดให้ครับ”
คาร์ลอสหันกลับไปหาเมธา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความเย็นชาเยือกแข็งเพียงชั่วพริบตา เขากดปุ่มบนนาฬิกาข้อมือเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น หน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์ก็เปลี่ยนภาพจากงานสเก็ตช์ชุดราตรี เป็นคลิปวิดีโอวงจรปิดที่แสดงภาพเมธากำลังแอบส่งซองเอกสารให้พนักงานของเรนิสาเพื่อขโมยแบบร่างไปให้สื่อมวลชน!
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้อง เมธาหน้าซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ เธอหันซ้ายหันขวาอย่างตื่นตระหนกก่อนจะรีบวิ่งฝ่าฝูงชนออกไปอย่างเสียอาการ เรนิสามองตามหลังศัตรูไปด้วยความสะใจ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้หันกลับมาขอบคุณคาร์ลอส เขากลับคว้าเอวบางของเธอไว้แน่นแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างเธอสั่นสะท้าน
“จัดการปัญหาให้แล้ว... ทีนี้ก็ถึงเวลาของคุณแล้ว เรนิสา”
เขากระชากเธอเข้าไปใกล้จนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหู “ในรถของผม... มีชุดที่ผมเลือกไว้ให้คุณโดยเฉพาะ ถ้าอยากเห็นมัน ก็ตามผมไปที่คลับเดี๋ยวนี้... หรือจะให้ผมอุ้มคุณออกไปต่อหน้าทุกคนตรงนี้ดีครับ?”
เรนิสาสูดลมหายใจเข้าลึก ความต้องการที่ถูกกดไว้ในอกเริ่มพุ่งพล่านเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุจกามเทพที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย เธอรู้ดีว่าการเดินตามเขาไปในคืนนี้ คือการก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความปรารถนาที่ไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีก
ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยตอบ สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ในมุมมืดหลังเสาของโถงจัดงาน... บุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ห้าปีก่อน คนที่ถือ ‘กุญแจสำคัญ’ ซึ่งจะทำลายทุกอย่างที่เธอและคาร์ลอสสร้างขึ้นในพริบตา!
ชฎาพรายไวน์แดงหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของนักอ่านเต้นแรงไปพร้อมกับเรนิสานะคะ
เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 20
การเมืองในวงการแฟชั่น
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!