เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap)•ตอนที่ 37

ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถ้าคุณคิดว่าการที่ฉันไปทานข้าวกับเมธาคือการทรยศ... งั้นคาร์ลอส คุณก็ควรจะย้อนกลับไปมองตัวเองดูบ้างนะคะ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา การที่คุณเก็บผู้หญิงพวกนั้นไว้รอบตัวในฐานะ ‘พันธมิตรทางธุรกิจ’ มันต่างจากสิ่งที่ฉันทำตรงไหน!” เสียงของเรนิสาสั่นพร่า ทว่าดวงตาคู่สวยกลับจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจมหาสมุทรของชายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ แก้วไวน์คริสตัลในมือของเธอถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อนจนเกิดเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง คาร์ลอส วินเซนโซ่ ไม่ได้ตอบโต้ด้วยการตะคอก เขากลับยืนพิงกรอบหน้าต่างบานสูงที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบขยับตัวช้าๆ แววตาของเขาเยือกเย็นจนน่ากลัว มันคือความนิ่งสงบก่อนพายุจะพัดถล่ม “เมธาเป็นคนทำลายชื่อเสียงคุณ และเขาก็คือคนที่พยายามแย่งทุกอย่างที่ควรเป็นของผมไป” คาร์ลอสเอ่ยน้ำเสียงต่ำพร่า ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม “คุณรู้อยู่เต็มอกว่าเขาต้องการอะไรจากคุณเรนิสา... หรือว่าคุณเองก็ชอบให้เขาปรนเปรอด้วยคำหวานจอมปลอมนั่น?” “อย่าดูถูกฉัน!” เรนิสาสวนกลับทันควัน เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนที่เต็มไปด้วยขวดวิสกี้ราคาแพง “ที่ฉันไปพบเขา ก็เพื่อปกป้องโปรเจกต์คอลเลกชันใหม่ที่เขาพยายามจะขโมยดีไซน์ไป! ฉันไม่ได้ไปเพื่อหาความสุขอย่างที่คุณกำลังจินตนาการไปเอง!” “งั้นเหรอ?” คาร์ลอสยื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบของเขาไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความหวงแหนที่เปลี่ยนเป็นความรุนแรง “ภาพที่เห็นคุณหัวเราะไปกับเขาที่ร้านอาหารฝรั่งเศสนั่น มันช่างขัดกับคำพูดของคุณเหลือเกินนะที่รัก... หรือว่าการได้รับความสนใจจากผู้ชายอีกคน มันทำให้น้ำในกายคุณสั่นไหวได้มากกว่าผม?” ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้าของเรนิสา ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นความโกรธที่พุ่งพล่านจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ เธอผลักอกเขาออกเต็มแรง แต่มือแกร่งของชายหนุ่มกลับตวัดโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น ก่อนจะรวบตัวเธอกดเข้าหาแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนที่คุ้นเคยทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด “คาร์ลอส... ปล่อยนะคะ เรากำลังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ผมไม่อยากคุยแล้ว” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส “ผมอยากพิสูจน์... พิสูจน์ให้คุณเห็นว่าทุกตารางนิ้วบนร่างของคุณ มีรอยประทับของใครอยู่ และผมจะทำลาย ‘ร่องรอย’ ที่ไอ้หมอนั่นทิ้งไว้ให้หมด” ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประทับลงมาอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความอ่อนหวานเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันคือจุมพิตแห่งการจองจำและบทลงโทษที่รุนแรง เรนิสาพยายามเบือนหน้าหนี แต่คาร์ลอสกลับใช้มือข้างหนึ่งเชยคางเธอไว้บังคับให้รับสัมผัสจากเขา ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในอย่างหิวกระหาย สัมผัสที่ปลุกเร้าทั้งความโกรธและความปรารถนาให้ตีรวนกันจนแยกไม่ออก มือของเขาเลื่อนต่ำลง สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อซิลค์ตัวบางของเรนิสา ปลายนิ้วกร้านไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ทำเอาเธอต้องหลุดเสียงครางประท้วงออกมาในลำคอ คาร์ลอสผละริมฝีปากออกช้าๆ สายตาของเขามืดมัวไปด้วยเพลิงปรารถนาที่แผดเผา “คุณจะไม่มีวันเป็นของใคร นอกจากผม... เข้าใจไหมเรนิสา?” เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะบดเบียดจูบลงไปอีกครั้งอย่างหนักหน่วงจนร่างกายของเธออ่อนระทวยลงในอ้อมกอด บรรยากาศในห้องที่เคยเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศกลับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น เรนิสาพยายามจะหยุดตัวเอง แต่ความรู้สึกลึกๆ ในใจที่เคยโดดเดี่ยวกลับยอมจำนนต่อสัมผัสของเขาอย่างง่ายดาย ทว่าในจังหวะที่มือของคาร์ลอสกำลังจะปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธอออกอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนบาร์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อน คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง เขายอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระเพียงเล็กน้อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดู แต่ทันทีที่สายตาของเขากวาดผ่านข้อความบนหน้าจอ แววตาดุดันเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เรนิสาหอบหายใจถี่ สายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอสมาร์ตโฟนที่สว่างวาบขึ้นมา มันคือภาพถ่ายชุดใหม่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาในแอปพลิเคชันลับ... เป็นภาพของเธอและเมธาที่ถ่ายจากมุมอับในร้านอาหารวันนั้น แต่สิ่งที่ทำให้คาร์ลอสนิ่งไป ไม่ใช่ภาพของเธอ “นี่มันอะไรกัน...” คาร์ลอสพึมพำเสียงเย็นจัด พลิกหน้าจอให้เรนิสาเห็น ในภาพนั้น นอกจากเธอและเมธาแล้ว ยังมีบุคคลที่สามที่ยืนอยู่มุมมืดของร้าน... คนคนนั้นคือเลขาคนสนิทที่คาร์ลอสเพิ่งส่งไปสืบเรื่องการทุจริตในบริษัทคู่แข่ง แต่ทว่าในภาพ เลขาคนนั้นกลับกำลังยื่นเอกสารลับสุดยอดให้กับเมธาด้วยรอยยิ้มที่เรนิสาเห็นแล้วต้องเย็นวาบไปถึงสันหลัง “สายลับของผม... ทำงานให้เมธา” คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นมองเรนิสา ดวงตาของเขาฉายแววอาฆาตอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ดูเหมือนว่าความเข้าใจผิดของเราวันนี้ จะเป็นแค่เกมหลอกล่อให้เราทำลายกันเอง... และตอนนี้ ดูเหมือนว่ามีคนจ้องจะเล่นงานเราทั้งคู่อยู่จริงๆ” ยังไม่ทันที่เรนิสาจะได้เอ่ยปากถาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเพนต์เฮาส์ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและกระชั้นชิด คาร์ลอสขยับตัวเข้าหาเรนิสาและดึงตัวเธอไปซ่อนไว้ด้านหลัง พร้อมกับคว้าปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์ออกมาอย่างรวดเร็ว ประตูบานหรูถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่คาร์ลอสและเรนิสาคิดว่าอยู่ในกรงขังมาโดยตลอด... เมธา “ไงครับ... คู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน” เมธากล่าวพลางจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น “คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายแล้วนะ ที่พวกคุณจะได้เล่นบทรักกันในที่ของตัวเอง” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราวเล่ห์ร้ายนี้ไปพร้อมกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายซ่อนพิษสวาท (The Velvet Trap) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%