“หากคุณชายเฉินยังดึงดันจะดื่มเหล้าองุ่นแก้วนี้ต่อไป เกรงว่างานเลี้ยงการกุศลคืนนี้คงต้องจบลงด้วยการส่งคนไปโรงพยาบาล แทนที่จะเป็นการระดมทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ตามวัตถุประสงค์นะคะ”
เสียงหวานใสของหลินอวี้ซินดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลอเบาๆ ในโถงหรูหรา สายตาของแขกเหรื่อหลายสิบชีวิตต่างจับจ้องมาที่จุดเดียว คือร่างระหงในชุดเดรสสีเข้มเรียบหรูที่ดูแปลกตากว่าใคร ทว่าสง่างามอย่างประหลาด เธอยืนอยู่เบื้องหน้าชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังถือแก้วไวน์ค้างไว้กลางอากาศด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“หมอหลิน... นี่มันงานเลี้ยงการกุศล ไม่ใช่คลินิกตรวจโรคของเธอ อย่าทำตัวเป็นผู้มีพระคุณมาขวางทางดื่มของฉันจะดีกว่า” เฉินไห่กัวแค่นหัวเราะ กระดกแก้วไวน์ขึ้นหมายจะกลืนลงคอเพื่อหักหน้าหญิงสาวที่เขาเฝ้าเขม่นมาตลอด
ทว่าในจังหวะที่จวนเจียนจะแตะริมฝีปาก นิ้วเรียวยาวของอวี้ซินกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับดีดพิณ เธอขยับเพียงนิดเดียว แก้วคริสตัลในมือของชายผู้นั้นก็ร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย กลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรแปลกปลอมที่เจือปนอยู่ในไวน์โชยออกมาทันที
คนทั้งงานเงียบกริบ กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นของเหล้าหมักบ่ม แต่มันคือ ‘พิษดอกชะมดแดง’ ที่หากสัมผัสเพียงเล็กน้อยจะทำให้ระบบประสาทเป็นอัมพาตชั่วคราว ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเหล่าผู้ติดตามของเฉินไห่กัวเริ่มชักอาวุธที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทออกมาทันที
อวี้ซินไม่ได้หวาดหวั่น เธอขยับกายไปอยู่ด้านหลังของโจวเย่เฟิงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ เขายืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย แววตาคมกริบของทหารหนุ่มกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“คิดจะใช้พิษกำจัดศัตรูทางการเมืองในงานการกุศลของรัฐบาลหรือคะ คุณเฉิน?” อวี้ซินเอ่ยถามพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับมือที่เพิ่งปัดแก้วไวน์นั้น “การใช้อำนาจมืดกดขี่ชาวบ้านอาจทำได้ง่าย แต่การเล่นงานคนที่มีความรู้อย่างดิฉัน... คุณคงลืมไปว่าในมือหมอ สิ่งที่รักษามนุษย์ได้ ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือพิพากษาคนชั่วได้เช่นกัน”
หลี่ชุ่ยเฟินที่แอบสังเกตการณ์อยู่มุมห้องกำหมัดแน่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความริษยาจ้องมองความสงบสยบเคลื่อนไหวของอวี้ซินด้วยความเดือดดาล เธอส่งสัญญาณให้คนของฝ่ายตนที่แฝงตัวเป็นบริกรเตรียมการขั้นถัดไป แผนการที่จะทำให้อวี้ซินต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าชนชั้นนำระดับประเทศกำลังจะเริ่มขึ้น
“หุบปาก! นายหญิงหลิน เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน!” เฉินไห่กัวแผดเสียง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและอาการมึนงงจากการสูดดมไอระเหยของพิษเข้าไปเล็กน้อย “วันนี้ใครก็ตามที่ขัดขวางฉัน จะต้องไม่ได้ออกไปจากที่นี่ทั้งตัวดีๆ!”
โจวเย่เฟิงก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว กลิ่นอายสังหารที่สั่งสมจากการผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วนกดทับทุกคนในรัศมีสามเมตรให้รู้สึกหายใจไม่ออก “ใครที่กล้าแตะต้องเธอ... ต้องก้าวข้ามศพผมไปก่อน”
อวี้ซินสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องความริษยาส่วนตัว แต่มันคือการปะทะกันของขั้วอำนาจที่เธอเองก็เริ่มถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่เต็มใจ เธอแอบหยิบเข็มเงินเล่มเล็กที่อาบด้วยโอสถจากมิติวิเศษขึ้นมาไว้ในซอกนิ้ว หากสถานการณ์บานปลาย เธอพร้อมที่จะทำให้งานเลี้ยงนี้กลายเป็นสถานที่ที่ศัตรูต้องจดจำไปตลอดกาล
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไฟในโถงจัดเลี้ยงเกิดกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงสนิท เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากทิศทางที่หลี่ชุ่ยเฟินยืนอยู่ ตามด้วยเสียงกรีดร้องของผู้คน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอวี้ซินแทบหยุดเต้นไม่ใช่เสียงปืน... หากแต่เป็นมือปริศนาที่เอื้อมมาจับแขนเธอจากความมืด พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจข้างใบหู
“หมอหลิน... คนที่เธอพยายามช่วยน่ะ เขาตายไปนานแล้ว และคนที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้... ก็ไม่ใช่คนด้วยซ้ำ”
เมื่อไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง อวี้ซินพบว่าร่างของเฉินไห่กัวหายไปแล้ว เหลือเพียงคราบเลือดจางๆ ที่หยดเป็นทางยาวมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของใต้ดินที่ปิดตาย... และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ โจวเย่เฟิงที่ยืนอยู่ข้างเธอในตอนนี้ กลับมีรอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรอยยิ้มที่ทั้งเย็นชาและอำมหิตจนเธอต้องถอยหลังกรูดด้วยความสั่นสะท้าน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอหญิงอวี้ซินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 40
งานเลี้ยงการกุศล
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!