กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาแตะนาสิกในยามวิกาล ไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดสำหรับแพทย์สนามอย่างนางอีกต่อไป... ทว่าความเข้มข้นของมันในค่ำคืนนี้ กลับหนาแน่นเสียจนทำให้แผ่นอกของหลินอวี้ซินรู้สึกอึดอัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้
"หมอหลิน... ผู้กองโจว! แย่แล้วครับ... คนงานเหมืองชุดกะดึกกว่าห้าสิบคน อยู่ๆ ก็ล้มฟุบสำลักเลือดกลางลานกว้าง... ผิวหนังพวกเขากลายเป็นสีม่วงคล้ำเหมือนกันหมดทุกคนแล้ว!"
เสียงตะโกนแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าคนงานดังทะลุผ่านประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามา ก่อนที่ร่างของเขาจะเซถลาเข้ามาในห้องพักแพทย์ด้วยความเร่งรีบ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนแทบไม่มีสติ
อวี้ซินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เห็นแม้แต่น้อย นางเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบไปยังกล่องไม้บรรจุเข็มเงินและสมุนไพรฉุกเฉินที่เตรียมไว้ล่วงหน้า มือเรียวบางตวัดเก็บขวดหยกบรรจุโอสถชำระพิษเข้าสาบเสื้ออย่างรวดเร็วและแม่นยำ
"พาฉันไปที่นั่น เดี๋ยวนี้ค่ะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่ทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งความตื่นตระหนกของทุกคนในห้องได้ในทันที
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารของโจวเย่เฟิงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาคมกริบทอประกายความกังวลลึกล้ำ เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดพร่ำเพรื่อ ไหล่กว้างของเขาขยับเข้าไปบังทิศทางลมหนาวด้านนอกให้โดยอัตโนมัติ
"สถานการณ์ข้างนอกควบคุมไม่ได้แล้ว คนงานเริ่มตื่นตระหนก มีข่าวลือแพร่สะพัดว่านี่คือ 'โรคห่ามรณะ' จากเหมืองร้าง" โ조เย่เฟิงกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่ข้างหูของนาง ขณะที่ทั้งคู่ก้าวเดินจ้ำอ้าวฝ่าความมืดออกไปยังลานกว้างของเหมืองแร่
"โรคห่ามรณะอะไรกันคะ" อวี้ซินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาฉายแววเยียบเย็นขึ้นมาทันที "ในโลกนี้ไม่มีโรคชนิดไหนที่เกิดขึ้นอย่างไร้ร่องรอย... ถ้าไม่ใช่พิษ ก็ต้องเป็นเชื้อโรคที่ถูกแพร่กระจายอย่างจงใจ!"
เมื่อเดินมาถึงลานกว้าง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้แม้แต่ทหารผ่านศึกอย่างโจวเย่เฟิงยังต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างนับห้าสบชีวิตนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ เสียงครางด้วยความเจ็บปวดดังระงมผสมผสานกับเสียงสำลักเลือดที่พุ่งทะลักออกมาไม่ขาดสาย ผิวหนังของทุกคนปรากฏรอยจ้ำสีม่วงคล้ำลามจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงลำคออย่างรวดเร็ว
กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงร่ำไห้ระงมของครอบครัวคนงานที่วิ่งกรูเข้ามามุงดู บรรยากาศในเมืองเหมืองแร่แห่งนี้ตกอยู่ในความหวาดกลัวถึงขีดสุด ราวกับภูตผีปีศาจกำลังเงื้อมือขึ้นคว้าวิญญาณของทุกคนไปทีละคน
"ถอยออกไปให้หมดนะคะ!" อวี้ซินตวาดกร้าว เสียงกังวานเฉียบขาดก้องกังวานไปทั่วลานกว้าง นางกวาดสายตาคมกริบมองฝูงชนที่กำลังแตกตื่น "ถ้าไม่อยากให้พิษนี่แพร่กระจายไปติดลูกเมียของพวกคุณ จงถอยหลังไปให้ห่างจากรัศมีสามเมตรเดี๋ยวนี้!"
ความเด็ดขาดของแพทย์หญิงทำให้ฝูงชนที่กำลังหวาดผวาถึงกับชะงักและถอยร่นโดยอัตโนมัติ อวี้ซินไม่รอช้า นางทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นดินที่ชื้นแฉะ มือเรียวคว้าข้อมือของคนงานที่นอนใกล้ที่สุดเพื่อจับชีพจร ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสลงไป สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที
ชีพจรเต้นเร็วและอ่อนแรงอย่างยิ่ง พิษร้ายนี้กำลังกัดกินเส้นประสาทและระบบไหลเวียนโลหิตด้วยความเร็วที่น่ากลัว มันไม่ใช่โรคระบาดธรรมชาติอย่างแน่นอน... แต่มันคือพิษสลายโลหิตสูตรโบราณที่สูญหายไปจากยุทธภพมานานหลายสิบปี!
"อวี้ซิน..." โจวเย่เฟิงย่อตัวลงข้างกาย นาง สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของคนรัก "พิษชนิดนี้... เธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือไม่"
"มันคือ 'โอสถโลหิตทมิฬ' ค่ะ" อวี้ซินกัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยจาง ดวงตาฉายแวววาวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "คนร้ายต้องการทำลายเหมืองแห่งนี้โดยการฆ่าคนยกกะ... และเป้าหมายที่แท้จริงของมัน คงไม่ใช่แค่คนงานพวกนี้อย่างแน่นอน"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาจากทางเข้าเหมือง ร่างของหลี่ชุ่ยเฟินในชุดเสื้อกันหนาวสะอาดสะอ้านปรากฏขึ้น พร้อมกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจำอำเภออีกหลายสิบคน
หลี่ชุ่ยเฟินกวาดสายตามองภาพผู้คนนอนสำลักเลือดด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีตกใจเสแสร้ง นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางหวาดกลัวปลอมๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังลั่นให้ทุกคนได้ยิน
"ตายจริง! หมอหลิน... นี่เธอมารักษาหรือมาฆ่าคนกันแน่คะ? ทำไมอาการของคนงานถึงได้ทรุดหนักลงกว่าเดิมหลังจากที่เธอแตะต้องตัวพวกเขาล่ะ!" ชุ่ยเฟินจงใจป้ายความผิดทันทีเพื่อสร้างความปั่นป่วนในหมู่ฝูงชนที่กำลังหวาดกลัว
ฝูงชนที่กำลังตื่นตระหนกอยู่แล้วเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความไม่ไว้วางใจ สายตานับร้อยคู่หันมาจ้องมองหลี้อวี้ซินด้วยความเคลือบแคลงสงสัยทันที
อวี้ซินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างเพรียวระหงแผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาอย่างไม่เกรงกลัว นางหันไปเผชิญหน้ากับหลี่ชุ่ยเฟินด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ช่างเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริง... ราวกับว่าคนที่วางยานี้ รอคอยเวลานี้มานานแล้ว
ทว่า ก่อนที่อวี้ซินจะได้โต้ตอบอะไรกลับไป โจวเย่เฟิงที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดกลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในมือของคนงานผู้โชคร้ายคนหนึ่งขึ้นมาดู
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มหรี่แคบลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองอวี้ซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนเคร่งเครียด
"อวี้ซิน... ดูนี่สิ... ตราประทับบนกระดาษห่อโอสถนี้... มันเป็นของกองบัญชาการลับเขตทหารภาคเหนือ... คนที่ส่งพิษนี้มา ไม่ใช่คนนอก!"
อวี้ซินรับกระดาษแผ่นนั้นมาพิจารณา หัวใจของนางกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อพบว่าร่องรอยของตัวอักษรและกลิ่นหอมประหลาดที่ติดอยู่บนกระดาษ... คือกลิ่นเดียวกันกับที่นางเคยได้กลิ่นในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอเมื่อวานนี้เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันวิกฤตและพิสูจน์ความจริงเคียงบ่าเคียงไหล่กับอวี้ซินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 46
วิกฤตการณ์โรคระบาด
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!