ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์•ตอนที่ 43

การตัดสินใจครั้งใหญ่

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
แรงกระแทกจากท่อนไม้กระทบเข้ากับบานประตูดัง *ปัง!* จนเศษปูนและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาราวกับห่าฝน กลอนประตูไม้เก่าคร่ำครวญลั่นเอี๊ยดอ๊าด สลักเหล็กด้านในบิดเบี้ยวจนแทบจะรับน้ำหนักของการโถมชนระลอกต่อไปไม่ไหว "หลินอวี้ซิน! คิดว่าซ่อนตัวอยู่ในนั้นแล้วจะรอดอย่างนั้นหรือ!" เสียงแหลมสูงกรีดร้องผ่านรอยแยกของขอบประตู เป็นเสียงของหลี่ชุ่ยเฟินที่เจือความสะใจอย่างปิดไม่มิด "พวกเราเห็นกับตาว่าเธอแอบเอาสมุนไพรแปลกประหลาดแจกจ่ายให้ชาวบ้าน ค้ายาเถื่อนบ่อนทำลายส่วนรวม โทษฐานนี้ถูกส่งไปใช้แรงงานหนักที่ค่ายกักกันชายแดนแน่นอน!" ทว่าภายในห้องนอนแคบๆ ที่เงียบสงัดราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก หลินอวี้ซินไม่ได้สนใจเสียงก่นด่าหรือแรงกระแทกที่สั่นสะเทือนบานประตูแม้แต่น้อย ฝ่ามือเรียวบางของเธอยกขึ้นทาบอก กลิ่นหอมกำจายของ ‘บัวหิมะเก้ากลีบ’ ที่บานสะพรั่งอยู่ในห้วงมิติวิเศษกำลังส่งคลื่นความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วจุดชีพจร หัวใจของเธอเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อฝูงชนข้างนอก... แต่เป็นเพราะประกายแสงสีครามที่กำลังหมุนวนเป็นวังน้ำวนอยู่เบื้องหน้าในมิติจิตของเธอต่างหาก *‘เงื่อนไขครบถ้วน: ช่วยเหลือชีวิตผู้คนครบหนึ่งพันคน... ประตูมิติเวลาสู่อนาคตเปิดออกแล้ว’* เสียงสะท้อนลึกลับดังก้องในโสตประสาทของเธอ วังวนแสงสีครามนั้นคือทางเชื่อมกลับสู่โลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด โลกที่เธอเคยจากมา โลกที่มียาปฏิชีวนะ มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ มีกาแฟอุ่นๆ และเตียงนอนนุ่มสบาย ไร้ซึ่งความอดอยาก ไร้ซึ่งการแก่งแย่งคูปองอาหาร และไร้ซึ่งยุคมืดที่ผู้คนชี้หน้าตราหน้ากันว่าเป็นกบฏเพียงเพราะการถือครองสมุนไพรรักษาโรค นาฬิกาทรายแห่งโชคชะตากำลังนับถอยหลัง เกล็ดแสงครามค่อยๆ ร่วงหล่น... เธอมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นในการก้าวเท้าเข้าไป เพื่อทิ้งนรกยุค 70 แห่งนี้ไว้เบื้องหลังตลอดกาล *ปัง!* ท่อนไม้กระแทกเข้ามาอีกครั้ง ไม้กระดานแผ่นล่างแตกปริ หลี่ชุ่ยเฟินยิ้มเยาะมองลอดช่องเข้ามา นัยน์ตาเต็มไปด้วยเพลิงริษยาที่รอคอยจะเหยียบย่ำเธอให้จมดิน หลินอวี้ซินสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นไอเย็นจากมิติเวลาดึงดูดจิตวิญญาณของเธอ ปลายเท้าของเธอขยับไปข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว หากเธอก้าวเข้าไปตอนนี้ ร่างของเธอจะเลือนหายไป ทิ้งให้ความบ้าคลั่งภายนอกพังทลายลงสู่ความว่างเปล่า เธอจะปลอดภัย... เธอจะได้กลับไปเป็นแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้สูงส่งคนเดิม ทว่าวินาทีที่ส้นเท้ากำลังจะแตะมวลอากาศสีคราม เสียงคำรามกร้าวปานฟ้าผ่าก็ระเบิดขึ้นที่ลานหน้าบ้าน "หยุดมือเดี๋ยวนี้! ใครกล้าแตะต้องประตูบานนี้แม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะยิงทะลุกะโหลกมันผู้นั้น!" เสียงนั้นทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และคุ้นเคยจนสะกดให้ลมหายใจของอวี้ซินชะงักงัน โจวเย่เฟิง! อวี้ซินผละสายตาจากประตูมิติ ชะโงกมองผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่แตกร้าว ทหารหนุ่มร่างสูงตระหง่านในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าก้าวเข้ามาดั่งพญามัจจุราช เสื้อคลุมของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนแห้งกรัง ลมหายใจหอบถี่บ่งบอกว่าเขาควบม้าฝ่าทางขรุขระข้ามคืนเพื่อกลับมาที่นี่ ในมือหนาของเขาไม่ได้ถือเพียงกระบองไม้ แต่เป็นปืนพกประจำตำแหน่งที่ปลดสลักนิรภัยเรียบร้อยแล้ว ลำกล้องสีดำมะเมื่อมเล็งตรงไปยังหัวหน้ากลุ่มตรวจสอบและหลี่ชุ่ยเฟิน "ผู้... ผู้กองโจว!" หลี่ชุ่ยเฟินหน้าซีดเผือด ถอยกู่ไปสองก้าว ชี้มืออันสั่นเทาไปที่ประตู "คุณอย่าถูกนังปีศาจตัวนี้หลอกนะ! หลินอวี้ซินลักลอบสะสมยาพิษ เธอจะทำลายหมู่บ้านเรา—" "หุบปากของเธอซะ หลี่ชุ่ยเฟิน" เย่เฟิงไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจ้องเขม็งไปยังหัวหน้าหน่วยตรวจสอบชุมชน "ยาที่พวกคุณอ้างว่าเป็นยาต้องห้าม คือยาสมุนไพรสกัดที่กองทัพมณฑลสั่งการให้หลินอวี้ซินปรุงขึ้นเพื่อรักษาทหารบาดเจ็บในแนวหน้า เอกสารรับรองประทับตราแดงจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดอยู่ที่นี่!" เขาชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวายังคงเล็งปากกระบอกปืนนิ่งสนิท แรงกดดันทางทหารแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าขยับตัว แม้แต่ลมหายใจยังต้องสะกดกลั้น "พวกคุณบุกรุกเคหสถานของบุคลากรทางการแพทย์แห่งกองทัพ พยายามทำลายยารักษาการรบ... โทษกบฏที่แท้จริง จะเป็นของหลินอวี้ซิน หรือเป็นของพวกคุณกันแน่?" คำพูดคมกริบเชือดเฉือนราวกับใบมีดผ่าตัด หัวหน้าหน่วยตรวจสอบเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าถอดสี รีบก้มหัวขออภัยละล่ำละลักก่อนจะลากตัวหลี่ชุ่ยเฟินที่ยังคงยืนเบิกตากว้างอย่างไม่ยอมรับความจริงหนีเตลิดออกไปจากลานบ้านราวกับสุนัขจนตรอก ความเงียบงันกลับคืนสู่ลานดินอีกครั้ง โจวเย่เฟิงไม่ได้ลดปืนลงในทันที ไหล่กว้างของเขาสั่นไหวเบาๆ อวี้ซินที่มองอยู่จากด้านในมองเห็นความผิดปกติได้ในเสี้ยววินาที—กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามลม ชายเสื้อด้านขวาของเขาเริ่มมีรอยเปียกชื้นสีคล้ำซึมผ่านเนื้อผ้าออกมา เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการรบ แต่กลับไม่ยอมเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทหาร กลับบึ่งตรงมาที่นี่เพื่อเอาชีวิตและเกียรติยศทั้งหมดของตนเองมาเป็นโล่กำบังให้เธอ ในมิติจิต ประตูมิติเวลากำลังสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น ละอองแสงครามเริ่มริบหรี่ลงทุกที *เหลือเวลาอีกสามนาที... หากไม่ก้าวผ่าน ประตูจะปิดตายตลอดกาล* เสียงเตือนดังย้ำเตือนในสมอง กรีดลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึก นี่คือทางแยกของชีวิต... หากเธอกลับไป เธอจะได้ชีวิตที่แสนสบายคืนมา ไม่ต้องทนหนาวในฤดูเหมันต์ที่ไร้ฮีตเตอร์ ไม่ต้องกินข้าวโพดบดหยาบๆ คลุกผักดอง ไม่ต้องมารองรับความริษยาของคนในยุคนี้ แต่ถ้าเธอก้าวเข้าไป... ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประตูไม้ที่พังทลาย และชีวิตของชาวบ้านอีกนับร้อยที่ยังรอการรักษาจากศาสตร์การแพทย์ของเธอ จะถูกทิ้งไว้ในเงามืด โจวเย่เฟิงหันหลังกลับมา ร่างสูงค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดไม้อย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง เขาวางมือหนาที่หยาบกร้านลงบนบานประตูที่ปริแตก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นระริก ซึ่งเป็นสิ่งที่ชายผู้แข็งแกร่งดุจหินผาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน "อวี้ซิน... คุณปลอดภัยใช่ไหม?" เขาไม่ถามว่าเธอซ่อนยาไว้จริงหรือไม่ ไม่ถามว่าเธอเป็นใครมาจากไหน คำแรกที่หลุดออกจากปากของเขา มีเพียงความปลอดภัยของเธอเท่านั้น มือของอวี้ซินที่ทาบอกอยู่เลื่อนลงมาข้างลำตัว เธอหลับตาลง ภาพชีวิตในยุคปัจจุบันแวบผ่านเข้ามา... ตึกสูงระฟ้า แสงไฟนีออน ความสะดวกสบายที่ไร้หัวใจ เทียบกับแผ่นหลังที่ยอมหลั่งเลือดเพื่อปกป้องเธอ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความภักดีและห่วงใยอย่างบริสุทธิ์ใจของชายหนุ่มผู้นี้ มุมปากของแพทย์หญิงคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด "โลกใบเดิมอาจมีทุกอย่างที่ฉันต้องการ... แต่ที่นั่น ไม่มีคนที่พร้อมจะตายแทนฉัน" เธอพึมพำกับความว่างเปล่าในห้วงจิต หลินอวี้ซินหันหลังให้กับวังวนแสงสีครามอย่างไม่ลังเล เธอสะบัดมือเบาๆ ตัดขาดพันธนาการของมิติข้ามเวลา มวลแสงสีครามกรีดร้องแผ่วเบาก่อนจะแตกกระจายเป็นละอองดาวและสลายหายไปในอากาศธาตุ ประตูมิติปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ เหลือทิ้งไว้เพียงมิติสมุนไพรและโอสถทิพย์ที่จะคงอยู่คู่กับเธอในยุคนี้... ตลอดไป *แกร๊ก* มือเรียวปลดสลักที่บิดเบี้ยว แล้วผลักบานประตูไม้ออกไปอย่างแรง แสงแดดจัดจ้าสาดกระทบใบหน้างามหมดจดของเธอ หลินอวี้ซินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาประสานเข้ากับดวงตาคู่คมของโจวเย่เฟิงที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความโล่งอก ทว่าก่อนที่ทหารหนุ่มจะได้เอ่ยคำใด ร่างสูงใหญ่ของเขากลับซวนเซไปข้างหน้า ลำตัวหนักอึ้งทรุดลงซบเข้ากับบ่าบางของเธออย่างหมดเรี่ยวแรง "เย่เฟิง!" อวี้ซินรีบประคองร่างเขาไว้ มือสัมผัสได้ถึงความเปียกชุ่มและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ทว่าเมื่อนิ้วเรียวของเธอแตะเข้าที่ชีพจรบริเวณข้อมือของเขา ดวงตาของเธอกลับต้องเบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด ชีพจรของเขาเต้นรัวเร็วและแผ่วเบาราวกับสายไหมที่พร้อมจะขาดสะบั้น ไม่ใช่เพียงเพราะบาดแผลจากกระสุนปืน... แต่ที่ลำคอใต้ปกเสื้อทหารของเขา มีเส้นเลือดสีดำคล้ำปูดโปนลามขึ้นมาถึงแนวกราม! *พิษกลืนวิญญาณ... พิษโบราณที่ไม่มีอยู่ในยุค 70 นี้!* ยังไม่ทันที่เธอจะได้หยิบเข็มเงินในมิติออกมารักษา เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก็แผดลั่นขึ้นที่หน้าประตูรั้ว รถจี๊ปทหารสีดำสนิทติดป้ายทะเบียนพิเศษของศูนย์บัญชาการสูงสุดแห่งเมืองหลวงแล่นเข้ามาจอดเทียบอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของนายทหารระดับนายพลผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม นายพลวัยกลางคนกวาดสายตามองร่างของโจวเย่เฟิงที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ก่อนจะจ้องตรงมาที่ดวงตาของหลินอวี้ซิน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกึกก้องที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ "ภารกิจคุ้มกันจบลงแล้ว ผู้กองโจวแอบพา 'ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลิน' หลบหนีมานานเกินไป... ส่งตัวคุณหนูหลินมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้!" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หมอหญิงอวี้ซินอย่างอบอุ่นเสมอนะคะ ฝากกดติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชีวิตในยุค 70 ด้วยโอสถทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%